บทนำ บทที่ 2 พายุก่อตัว

ตีหนึ่งยี่สิบนาที ฉู่เฉียวปิดประตูห้องน้ำ เธอเดินถึงอ่างล่างหน้าแล้วเริ่มล้างมือ

ในห้องขังเงียบสงัด ปราศจากสุ้มเสียงใด ช่วงนี้คือเวลาที่มนุษย์จะอ่อนเพลียที่สุดของวัน ต่อให้เป็นทหารกองกำลังเฉพาะกิจที่เคยผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวด ความตื่นตัวและพละกำลังจะลดต่ำลงจากปกติ ฉู่เฉียวสีหน้าเคร่งขรึม เมื่อล้างมือเสร็จ หยิบผ้าขนหนูบนชั้นมาบรรจงเช็ด เสียงน้ำวนในโถชักโครกดังครืด นิ้วของเธอยังแตะอยู่บนชีพจรข้อมือ นับเวลาเงียบๆ

สิบ เก้า แปด...ห้า สี่...

ได้เวลาแล้ว ฉู่เฉียวหมุนตัวอย่างเยือกเย็น เดินตรงไปที่เตียง

พริบตานั้นปรากฏเสียงตูมดังสนั่น น้ำพุยักษ์พวยพุ่งแตกกระจาย สะเก็ดไฟยิบย่อยทะลักออกมาจากท่อน้ำ ตัวของฉู่เฉียวอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ถูกแรงอัดจากน้ำพุกระแทกใส่เต็มๆ ร่างกระเด็นหวือ ตกบนพื้นแน่นิ่งไป

ผู้คุมด้านนอกตกใจสุดขีด เห็นท่อน้ำในห้องขังจู่ๆ ระเบิดขึ้นมา นักโทษถูกแรงกระแทก เป็นตายไม่แน่ชัด จึงแตกตื่นลนลาน ผู้คุมสองนายรีบกดรหัสเปิดห้องทันที มือหนึ่งถือปืนกล อีกมือถืออินเตอร์โฟนวิ่งถลาเข้าไป แต่ทว่า...แรงระเบิดของท่อน้ำทำให้ขาดการติดต่อชั่วคราว ภายในห้าวินาที ทางศูนย์ควบคุมจะได้ยินแค่เสียงสัญญาณซ่าๆ

โอกาสไม่รอท่า เวลาไม่รอใคร ขณะที่ผู้คุมทั้งสองวิ่งมาตรวจสอบสาเหตุ หญิงสาวซึ่งเดิมหมดสติอยู่ที่พื้นพลันลืมตาโพลง จากนั้นร่างที่ประเปรียวเหมือนแมวดาวก็กระโดดผลุงไปที่ประตูห้อง ผู้คุมสองนายแตกตื่นตกใจ แต่ว่า...พวกเขายังไม่ทันได้ส่งเสียงตะโกน ประตูห้องขังก็ปิดโครม ตามด้วยเสียงลงกลอนดังคลิก

ฉู่เฉียวไม่แม้แต่จะเหลือบมองสองคนที่กำลังเต้นเร่าอยู่ข้างใน เร่งซอยเท้าเข้าห้องสังเกตการณ์ เอาภาพวิดีโอที่บันทึกเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนถ่ายข้อมูลเข้ากล้องดีวีดีขนาดเล็ก ทำการตัดต่อและลบทิ้งให้เหลือช่วงสั้นๆ แล้วลากเก้าอี้มาปีนขึ้นไปตรงหน้ากล้องวงจรปิดที่อยู่นอกห้องขัง เอากล้องดีวีดีหันหน้าเข้าหากล้องวงจรปิดแล้วกดเปิด จากนั้นกลับไปตัดสายสัญญาณอินเตอร์โฟนในห้องสังเกตการณ์

เวลากำลังดี สิบห้าวินาทีเพิ่งผ่านไป เครื่องจุดระเบิดขนาดจิ๋วซึ่งซ่อนอยู่ในเรือนผมเริ่มซ่อมแซมตัวเองหลังการจุดระเบิด จุดที่น้ำทะลักของท่อน้ำถูกของเหลวผสานติดกันอย่างรวดเร็ว ภายในห้องขังที่ผนึกแน่นมิดชิด เสียงคำรามอย่างโกรธแค้นของผู้คุมสองนายเหมือนเสียงยุง ไม่มีทางเล็ดลอดออกจากห้องขัง กล้องวงจรปิดกลับมาทำงานตามปรกติ ภาพที่ปรากฏยังศูนย์ควบคุมคือเหตุการณ์เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน นักโทษหญิงกำลังนั่งสงบนิ่งอยู่บนเตียง ผู้คุมสองนายเดินตรวจตราอยู่ข้างนอก ทุกอย่าง...ดำเนินไปอย่างเงียบงันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ฉู่เฉียวมองสำรวจโดยรอบด้วยแววตาคมกริบ ปลอดภัย!

กลับถึงห้องสังเกตการณ์ เปิดกล่องสำรองของผู้คุมเรือนจำ ผลัดชุดที่เปียกชุ่มบนตัวออก เปลี่ยนเป็นเครื่องแบบตำรวจผู้คุมเรือนจำกองพลที่ 4 หลังสวมหมวกเรียบร้อยก็หยิบปืนกล K74U ขึ้นมาบรรจุอุปกรณ์เก็บเสียง เหน็บที่เอวแล้วหมุนตัวเดินออกไป

เรือนจำกองพลที่ 4 ตั้งอยู่ใกล้กับนครตี้ตู ค่อนข้างเร้นลับห่างไกลชุมชน ผู้ที่ถูกคุมขังอยู่ในนี้ทั้งหมดล้วนเป็นนักโทษฉกรรจ์ซึ่งรอการพิจารณาไต่สวนของศาลทหารชั้นสูงแห่งราชอาณาจักร ระดับความสำคัญคงไม่ต้องพูดถึง ระบบการป้องกันของแต่ละห้องขังล้วนหาที่ติไม่ได้ ทุกห้องแยกเป็นสัดส่วน อาวุธยุทโธปกรณ์ชั้นสูง เจ้าหน้าที่ฝีมือสุดยอด ทุกห้องขังมีทหารหน่วยเฉพาะกิจแห่งราชอาณาจักรสามคนเฝ้าดู แบ่งประตูเป็นสองชั้นนอกใน เหมือนกับห้องของฉู่เฉียว แค่กดรหัสก็สามารถเปิดได้ แต่ประตูห้องสังเกตการณ์ด้านนอก จำเป็นต้องมีลายนิ้วมือของคนที่ล็อกประตูคนล่าสุดถึงจะเปิดออกได้

ผู้คุมทั้งสามจะผลัดกันเข้าเวร ตอนนี้ในห้องขังมีสองคน ฉู่เฉียวจับฟิล์มใสลายนิ้วมือที่เตรียมไว้ก่อนหน้า แตะกับเครื่องสแกน เสียงคลิกดังขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว ฉู่เฉียวในเครื่องแบบทหารเดินอาดๆ ออกจากประตูใหญ่ของห้องสังเกตการณ์ ต่อหน้าต่อตาทหารแห่งราชอาณาจักรสองนายที่กำลังเดือดแค้นสุดขีด

เมื่อผ่านประตูออกมา เป็นทางเดินยาวเหยียดสายหนึ่ง ตอนนี้เธออยู่ลึกจากใต้ดินลงไปสี่ชั้น หากคิดบรรลุเป้าหมาย ยังต้องผ่านเส้นทางอีกช่วงหนึ่ง เทปวิดีโอห้องสังเกตการณ์มีความยาวแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น เธอต้องทำเวลาให้ดี

นักโทษที่ถูกขังอยู่ชั้นสี่ ล้วนเป็นจารชนลับและนายทหารชั้นสูงซึ่งรอการตัดสินของศาลทหาร ชั้นสามเป็นนักโทษกระทำความผิดอุกฉกรรจ์ ชั้นหนึ่งเป็นห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ควบคุมเรือนจำ ส่วนชั้นสองเป็นห้องรับรองสำหรับต้อนรับแขกที่มายังเรือนจำกองพลที่ 4 เป้าหมายของปฏิบัติการครั้งนี้ของฉู่เฉียว ก็คือที่นั่น

เดินอยู่ประมาณสองนาทีก็พ้นจากห้องขังทั้งหมด สุดทางเดินรอบนอกมีทหารถือปืนอาก้าสี่นาย ในเรือนจำกองพลที่ 4 นี้ไม่มีช่องทางเดินเครื่องปรับอากาศ ไม่มีทางน้ำใต้ดิน นอกจากระเบียงยาวเส้นนี้แล้ว มีแต่ต้องขุดอุโมงค์ใต้ดินมุดหนี ดังนั้นคิดไปจากที่นี่อย่างปลอดภัยไร้กังวล โอกาสแทบเป็นศูนย์

กลุ่มทหารที่ประจำการอยู่เห็นฉู่เฉียวซึ่งเป็นคนแปลกหน้า พลันหน้าเคร่งขึ้นมา ทหารที่เป็นหัวหน้ากลุ่มชี้ปากกระบอกปืนดำสนิทตรงมาและตวาดว่า “หยุด! นั่นใคร? รหัส!”

ฉู่เฉียวเดินตรงไปด้วยสายตาแน่วแน่ แผ่นหลังตั้งตรง ในมือมีเอกสารปึกใหญ่ ก้าวเท้าพลางเอ่ยเสียงขรึมว่า “ฉันคือพันเอกหลิวซือเหวยของสำนักกฎหมายทหาร นำเอกสารเลขที่ 12658 เกี่ยวกับคดีค้าอาวุธเถื่อนของทหารมาส่ง ช่วยต่อสายถึงพันโทถานจงหมิงให้ฉัน ฉันมีเอกสารสำคัญจะส่งมอบให้เขา”

ทหารชะงักไป ก่อนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “ผู้พันครับ พันโทถานจงหมิงคืนนี้ไม่ได้เข้าเวร เส้นทางติดต่อของเขาถือเป็นความลับส่วนบุคคล ท่านโปรดแสดงบัตรด้วยครับ”

“สำนักกฎหมายทหารไม่เคยต้องแสดงบัตรเมื่ออยู่ในเรือนจำกองพลที่ 4 ฉันได้รับคำเชิญจากพัศดีหลี่ของเรือนจำให้มาช่วยทำคดี พันเอกหลี่ว์ฟางฮ่าวเป็นคนพามาส่งที่ห้องตรวจสำนวนด้วยตัวเอง คุณไม่รู้หรือ?” ฉู่เฉียวขมวดคิ้ว หรี่ตาสำรวจทหารคนนั้นรอบหนึ่ง ค่อยกล่าวเสียงเข้มว่า “คุณอยู่หน่วยไหน เคยท่องระเบียบทหารหรือเปล่า รายงานเลขที่และรหัสหมายเลขหน่วยงานของคุณต่อฉันเดี๋ยวนี้”

ทหารได้ยินก็ตกใจผงะ ในกองทัพมีการแบ่งแยกลำดับชั้นยศชัดเจน ทหารหญิงคนนี้ท่าทางไม่ธรรมดา แถมเอ่ยเรียกผู้พันถานอย่างสนิทปาก อดรู้สึกกริ่งเกรงขึ้นมาไม่ได้ จึงตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “รายงานผู้พัน เลขที่ของผมคือ 0475 สังกัดกองพลภาคใต้ที่ 8 กอง 309 กลุ่ม 571 พวกเราเพิ่งย้ายมาประจำการที่นี่เมื่อสองวันก่อน ดังนั้นไม่ทราบว่าท่านเป็นคนที่พันเอกหลี่ว์ฟางฮ่าวพามาส่งด้วยตัวเองครับ”

ฉู่เฉียวพอได้ยินวงคิ้วก็คลาย พยักหน้าเล็กน้อย กล่าวว่า “คุณอยู่กองพลภาคใต้ที่ 8? รองผู้บัญชาการหลิวสบายดีไหม? พวกคุณคงมาพร้อมเขาล่ะสิ เข้าเมืองหลวงคราวนี้ คงพักอยู่หลายวันใช่ไหม?”

ทหารคนนั้นได้ยินเข้าก็ทำท่าวันทยหัตถ์แสดงความเคารพ พลางคิดในใจว่าสำนักกฎหมายทหารไม่ธรรมดาจริงๆ ก่อนตอบว่า “รายงานผู้พัน ท่านหลิวสบายดีครับ พวกเรากลุ่มย่อยติดตามเสนาธิการเหยียนมา คงไม่ได้กลับภาคใต้พร้อมท่านหลิวครับ”

“อ้อ” ฉู่เฉียวผงกศีรษะ “ฉันก็เริ่มงานจากกองพลที่ 8 เคยรับผิดชอบด้านข่าวกรองของที่นั่น จะว่าไปพวกเราก็เหมือนพวกเดียวกัน ถ้ายังไงฝากสวัสดีท่านหลิวของพวกคุณด้วย เอาล่ะ ฉันยังมีงานสำคัญ คุณช่วยนำเอกสารชุดนี้ไปส่งแฟกซ์ที่แผนกสื่อสาร โดยส่งเป็นสองชุด แจ้งต่อห้องเลขาฯ ของหัวหน้าเสนาธิการจินกับผู้บัญชาการหร่วน บอกว่าหกโมงเช้าพรุ่งนี้ พันเอกหลิวซือเหวยสำนักกฎหมายทหารมีธุระขอเข้าพบ”

พูดจบก็หมุนตัวเดินหน้าไป

ทหารทั้งกลุ่มตะลึงลานกับที่ มือที่หอบเอกสารซึ่งประทับตราลับเฉพาะด้านบนถึงกับสั่นเทาเล็กน้อย

หัวหน้าเสนาธิการจิน...ผู้บัญชาการหร่วน...

ขณะที่ออกจากห้องขังชั้นใต้ดินที่สี่ เสื้อที่แนบติดแผ่นหลังของฉู่เฉียวชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอหยุดพิงผนัง ผ่อนลมหายใจช้าๆ จากนั้นยกข้อมือดูนาฬิกา สิบนาทีผ่านไปแล้ว เวลาเหลืออีกไม่มาก เธอสูดหายใจลึกๆ แล้วยืนตรง เดินหน้าต่อไป

หลังผ่านการตรวจสอบทีละชั้น สุดท้ายเธอก็มาถึงห้องรับรองแขกชั้นสอง เมื่อเห็นห้องซึ่งแขวนป้ายสำนักกฎหมายทหาร ฉู่เฉียวอดยกมุมปากขึ้นเบาๆ ไม่ได้

ดีมาก เวรมีเจ้าเวร หนี้มีเจ้าหนี้ ในที่สุดเธอก็หาตัวต้นเหตุเจอแล้ว

หนังสือแนะนำ

Special Deal

Subscription Order ย้อนฯ 2 เล่ม 2-12

BERSERK เล่ม 38-39

Pre Order บันทึกปิ่น เล่ม 1