THE UNIQUE LENGEND ตำนานจอมเวทพิทักษ์โลก

บทที่ 2 ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

พอวันหยุดสิ้นสุดลงก็เริ่มเปิดเทอมอีกครั้ง ในขณะที่ผมกำลังเตรียมตัวไปเรียนคาบต่อไปที่ชวนสยองนั้น ผมก็ได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งที่ผมไม่ได้ยินมานานแล้วดังขึ้นจากด้านหลัง

“ซีรีน? วันนี้นายมาเรียนด้วยเหรอ?” ผมคิดว่าเขาจะโดดเรียนเหมือนเดิมเสียอีก

จะว่าไปมันก็แปลก นับตั้งแต่สงครามครั้งนั้นสิ้นสุดลง ไก่ห้าสีก็แทบไม่โผล่มาให้เห็นอีกเลย ฟังจากที่เหมียวเหมียวบอกผม เหมือนว่าทางบ้านเขาไม่ค่อยใจเรื่องที่เขาเข้าไปมีส่วนช่วยเท่าไร และไม่พอใจอย่างมากเรื่องที่เขาเข้ามาคลุกคลีกับลูกหลานจอมปีศาจอย่างผม ก็เลยถูกลากตัวกลับบ้านเป็นประจำ

แต่กระบองเพชรสีดำก็มาหาผมบ่อยนี่นา...ทำไมไม่มีใครลากเขากลับบ้านบ้างล่ะ!

หรือว่าไก่หาสีไปก่อเรื่องอะไรที่ทำให้ถูกลากตัวกลับไปกัน?

“ฉันต้องมาเรียนอยู่แล้วสิ วันนี้ก็ต้องมาแน่นอน ไม่อย่างนั้นชื่อเสียงของท่านปู่ต้องเสื่อมเสียแน่ๆ!” ไก่ห้าสีพูดประโยคที่ผมได้ยินบ่อยๆ ในละคร เขายังคงลากรองเท้าแตะเดินไปเดินมาเหมือนเดิม

...นายพยายามปรับวิธีการพูดเถอะ อีกอย่าง อย่าเอาชื่อเสียงของปู่ตัวเองมาอ้างส่งเดชด้วย

นายคงจะรู้ตัวแล้วสินะว่านายไม่เหลือชื่อเสียงให้ตัวเองมาทำเสื่อมเสียอีกต่อไปแล้วน่ะ!

ถ้าปู่นายรู้ว่าชื่อเสียงของเขาถูกนายทำลายจนป่นปี้ เขาต้องด่านายว่าเป็นหลานไม่รักดีแน่!

“ว่าแต่คาบหน้านี่วิชาอะไรเหรอ?” ไก่ห้าสีเอามือพาดไหล่ผม เขาเอ่ยถามขึ้นเพราะลืมไปแล้วว่าเรามีเรียนวิชาอะไรบ้าง

“โหราศาสตร์ รีบไปเถอะ! จะสายแล้วนะ!” เหมียวเหมียววิ่งออกไปอย่างเร่งรีบ แต่ก็ไม่ลืมคว้าแขนผมออกไปด้วย ไก่ห้าสีบ่นสองสามประโยคแล้วก็รีบตามพวกเรามา

วิชานี้เป็นวิชาที่ไม่ได้รับความนิยมจากนักเรียนส่วนใหญ่ แต่ที่น่าเศร้าก็คือ——มันเป็นวิชาบังคับ

โรงเรียนเรามีหลายวิชาที่จำเป็นต้องเรียนทุกคน ถ้าไม่เรียน นอกจากจะทำให้เรียนไม่จบแล้ว ยังอาจทำให้เกิดเรื่องสยดสยองอีกด้วย แต่ผมไม่กล้าท้าทายกฎของโรงเรียนหรอก ผมเลยยังไม่รู้ว่าเรื่องสยดสยองที่ว่าคือเรื่องอะไร แค่ได้ยินมาว่ามันสยองเท่านั้น

แล้วทำไมต้องเรียนวิชาโหราศาสตร์น่ะเหรอ?

อาจารย์ประจำชั้นอธิบายได้ดี “เวลาที่เธอหลงทางข้างนอก คงจะขอให้เสาไฟฟ้าช่วยชี้ทางไม่ได้ใช่ไหมล่ะ! ถ้าเสาไฟฟ้าเห็นเธอหลงทิศแล้วเกิดโมโหขึ้นมา รับรองว่ามันต้องล้มทับคนที่ดูงี่เง่าอย่างเธอจนตายแน่!”

ดังนั้นวิชาโหราศาสตร์จึงถือว่าได้ว่าเป็นวิชาที่สำคัญมาก มีหลายคนสามารถเอาไปประยุกต์ใช้เวลาปฏิบัติภารกิจ ถึงจะไม่ได้ปฏิบัติภารกิจ ก็สามารถปลอมตัวเป็นหมอดูและใช้วิชานี้หลอกเงินคนอื่นได้เหมือนกัน อีกอย่างเราเรียนวิชานี้ที่โรงเรียนรับรองว่าความรู้ต้องแน่นกว่าคนทั่วไปแน่ คนที่ใช้วิชานี้ไปหาเงินก็กลับมาเล่าว่าได้เงินมาเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว

เรื่องนี้ทำให้ผมกลับมาคิดว่าจะตั้งใจเรียนวิชานี้แล้วไปทำอาชีพหมอดูดีไหม...

เพราะถึงจะทำนายไม่แม่น แต่ผมก็สามารถใช้พลังของลูกหลานจอมปีศาจทำให้มันแม่นได้ แต่ก่อนหน้านั้นผมต้องควบคุมพลังตัวเองให้ได้เสียก่อน

รันบอกว่าเพราะพลังที่ได้มาตั้งแต่เกิดเดิมทีมันไม่ใช่พลังของผม เพียงแต่มันถูกกักขังอยู่ในวิญญาณของผมเท่านั้น ดังนั้นกว่าจะใช้พลังนั้นได้คงต้องรออีกพักใหญ่ ตอนนี้ผมให้พี่ชายที่เป็นมนุษย์เงินดดือนคนนั้นแนะนำวิธีใช้อยู่

แต่ถึงอนาคตจะทำอาชีพหมอดูหลอกเงินชาวบ้านได้ แต่ผมก็ยังเกลียดวิชาที่สามารถหาทำเงินได้มหาศาลวิชานี้อยู่ดี

เหตุผลหลักๆ ก็คือห้องเรียน ไม่มีเหตุผลอื่นอีก

พอผมพุ่งเข้าไปในห้องเรียนพร้อมกับเหมียวเหมียว ด้านในก็มีนักเรียนมารอกันเยอะแล้ว เพราะมันเป็นวิชาบังคับ ทุกคนจึงพยายามเข้าเรียนให้ครบ นักเรียนห้อง A B C ก็มาเรียนปนกันหมด ในห้องเรียนก็เลยมีนักเรียนอยู่เยอะพอดู

มันเป็นห้องเรียนขนาดยักษ์ที่เพดานเป็นท้องฟ้ายามค่ำคืน ถึงจะมีนักเรียนเป็นร้อย แต่ก็ยังมีพื้นที่เหลือเฟือ ลักษณะของห้องคล้ายกับโรงละครเพลง เพดานสูงโอ่อ่า เลียนแบบท้องฟ้ายามราตรี

ที่สำคัญคือมีดวงดาวระยิบระยับเต็มไปหมด

ท้องฟ้ากว้างใหญ่ไร้ขอบเขต เหมือนกับการก็อปปี้ท้องฟ้าของจริงมาไว้ที่นี่ มันงดงามจนผมอยากมาปิกนิกที่นี่เลยล่ะ

แต่พวกเราก็ยังเกลียดวิชานี้มากอยู่ดี

“หยางหยาง” เชียนตงซุ่ยที่เพิ่งมาถึงห้องเรียนทักทายผม และนั่งลงข้างๆ พวกเรา “นี่เป็นของที่พี่ชายฉันฝากมาให้นาย” เขายื่นสมุดจดคาถามาให้ผม เวลาที่เขาพูดถึงพี่ชาย ใบหน้าของเขาจะเปล่งประกายจนผมแสบตาเลยล่ะ

“ฝากขอบคุณรุ่นพี่เซี่ยซุ่ยแทนฉันทีนะ” ผมรับสมุดเล่มนั้นมาด้วยความซึ้งใจ แล้วก็เก็บใส่กระเป๋าสะพายของผม กลับไปผมจะลอกคาถาเหล่านั้นอย่างตั้งใจ

ไรอันโผล่ขึ้นมาจากอากาศอย่างไม่ให้สุ้มไม่ให้เสียง เขานั่งลงข้างเชียนตงซุ่ยเหมือนกับทุกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าช่วงนี้น้องชายเขาจะลากเขาไปโน่นไปนี่จนเขาอ่อนล้า ทำให้เขาดูโปร่งใสยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

“นี่ เอาไปสิ!” ไก่ห้าสีที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมหยิบกล่องสีดำอะไรก็ไม่รู้ออกมา แล้วก็เขวี้ยงใส่หน้าเชียนตงซุ่ย

เชียนตงซุ่ยรับกล่องเอาไว้ได้อย่างสบายๆ แล้วก็หันไปถลึงตาใส่ไก่ห้าสี เขาเปิดกล่องต่อหน้าทุกคน ในกล่องสีน้ำใบนั้นมีกระถางที่ใส่ต้นไม้สีดำลำต้นหงิกงอ ที่แม้แต่อากาศรอบๆ ก็แผ่กลิ่นอายที่ไม่เป็นมิตรออกมา

พอเห็นต้นไม้ประหลาดที่ดูเหมือนพร้อมจะล่าเหยื่อที่อยู่รอบๆ ตลอดเวลา ผมกับเหมียวเหมียวก็มองพวกเขาสองคนไปๆ มาๆ ด้วยความสงสัย

มีพิษ! ต้องมีพิษแน่นอน!

แต่เชียนตงซุ่ยกลับกล่าวขอบคุณเขา

เหมียวเหมียวเดินออกไปนอกประตู พอมั่นใจว่าไม่มีภัยพิบัติเกิดขึ้นก็เดินกลับเข้ามา

“ฮึ พี่สามฉันให้เอามาให้ต่างหาก” ไก่ห้าสีมองเชียนตงซุ่ยด้วยสายตารังเกียจ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้อยากได้ยินคำขอบคุณ

“อะไรของนาย ฉันไม่ได้จะขอบคุณนายอยู่แล้ว” เชียนตงซุ่ยตอกกลับทันที เขาเอาฝากล่องมาปิดกลับไปเหมือนเดิม พอเห็นสายตาของไรอันที่กำลังจ้องมอง เขาจึงอธิบายให้พวกเราฟัง “นี่เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ถึงแม้ว่าลักษณะของมันจะคล้ายกับต้นไม้มีพิษ แต่พอผ่านกรรมวิธีผสมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ก็สามารถทำเป็นธูปหอมที่มีฤทธิ์ทำให้อารมณ์ดีขึ้น”

พอได้ยินแบบนั้นพวกเราก็ร้อง อ๋อ พร้อมกัน เอาไปให้รุ่นพี่เชียนตงซุ่ยใช้อีกแน่นอน

“อ๋อ เอ๋อ อะไรเล่า!” เชียนตงซุ่ยทำตัวไม่ถูก

ผมกล้มพนันเลยว่าหน่วยข่าวสารต้องรู้แน่ว่าทุกคนไปพูดลับหลังกันว่าเชียนตงซุ่ยมีอาการหลงพี่ชาย ถึงแม้ว่าเขาจะยืนยันว่าไม่ถึงขั้นนั้น แต่สิ่งที่เขาทำมันถึงขั้นจริงๆ

“นักเรียนทุกคน อีกสองวินาทีก็จะถึงเวลาเรียนแล้ว กรุณาเงียบเสียงด้วย”

อาจารย์วิชาโหราศาสตร์มองมาที่พวกเรา ไม่รู้ว่าเธอเดินไปที่โพเดียมหน้าห้องเมื่อไร พอเธอพูดจบก็เสียงกรีดร้องประหลาดๆ ดังมาจากนอกห้องเรียนอย่างที่คิด แล้วเธอก็บอกว่าถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว

อาจารย์วิชาโหราศาสตร์เป็นผู้หญิงที่สวยมาก เป็นสาวสวยผมเป็นลอนสีทองดวงตาสีฟ้าตามแบบฉบับ ได้ยินว่าเธอเป็นปรมาจารย์ปีศาจอะไรสักอย่าง เหมือนว่าเทอมก่อนเธอไม่ได้เป็นคนสอน แต่อาจารย์คนเก่าถูกอุกกาบาตหล่นทับตายเพราะหนีไม่ทัน พอฟื้นคืนชีพเขาก็ย้ายไปสอนที่โรงเรียนอื่น การตายด้วยฝีมือของสิ่งที่ตัวเองรักมันไม่ยุติธรรม เขาต้องการไปทำใจในที่ที่สงบสักระยะ

ถึงเธอจะสวยมาก แต่ก็แทบจะไม่มีนักเรียนไปสารภาพรักกับเธอเลย เพราะเธอได้รับยกย่องเป็นปรมาจารย์มาถึงหกร้อยกว่าปีแล้ว

“สัปดาห์ก่อนพวกเราพูดถึงดาวอัปมงคลพอดี หากนักเรียนคนไหนสนใจแผนที่ดวงดาวอัปมงคลละก็ สัปดาห์นี้เราจะมาคุยกันเรื่องดวงดาวที่ก่อให้เกิดภัยในโลกคุ้มกันกัน”

อาจารย์ยังไม่ทันพูดจบก็มีหลายคนทำหน้าเหมือนอยากจะหนีออกจากเรียนแล้ว

ถูกต้อง ถ้าทุกคนยังจำได้ ผมเคยบอกว่าในโรงเรียนเรามีห้องเรียนที่มีดวงดาวตกลงมาทับคนตายจริงๆ ห้องเรียนที่ยิ่งใหญ่ห้องนั้นก็ที่นี่นั่นเอง

ผมได้ยินมาว่าดวงดาวบนเพดานห้องเรียนจะเปลี่ยนไปตามหัวข้อที่เราเรียนกัน และจะมีอุกกาบาตตกลงมาจริงๆ ด้วย

ขอเสริมอีกนิด หัวข้อที่ทุกคนเกลียดที่สุดก็คือหัวข้อเกี่ยวกับฝนดาวตก เพราะมันเป็นอันตรายถึงชีวิตเลยล่ะ

“นักเรียนที่ไม่อยากเจออุบัติเหตุระหว่างเรียนก็จงใช้วงแหวนเวทหรือยันต์ป้องกันตัวเองซะ และครูขอย้ำเหมือนเดิม ตอนนี้พวกเธออยู่ในห้องเรียนที่จำลองท้องฟ้าของจริงมา ดังนั้นอาจมีฝนดาวตกหรืออุกกาบาตร่วงลงมาแน่นอน ใครที่คิดจะโดดเรียนวิชาครู ก็เตรียมใจตายตอนปลายภาคได้เลย” อาจารย์เผยรอยยิ้มที่งดงามออกมา แววตาของเธอเย็นยะเยือกจนทำให้พวกเราหนาวจนตัวสั่นไปหมด

เหยียนตงซุ่ยและเหมียวเหมียวรีบร่ายเวทคุ้มกันบริเวณรอบๆ ทันที

ผมได้ยินว่าหากเรียนจบวิชานี้ก็รับประกันได้เลยว่าเราสามารถทำอาชีพหมอดูได้ ยิ่งไปกว่านั้นความสามารถในการป้องกันตัวของเราก็จะแข็งแกร่งขึ้นด้วย

“เฮ้ เฮ้ พวกนายคิดจะกันฉันออกไปรึไง!” ไก่ห้าสีที่อยู่นอกวงแหวนตบโต๊ะอย่างไม่พอใจ

“ถ้าตายอยู่ข้างนอกก็แปลว่านายมันไม่ได้เรื่อง” เชียนตงซุ่ยตอบกลับ

“ฮึ่ย บ้าเอ๊ย! นายนี่มัน...ฉันผ่านศึกในยุทธภพมาหลายสิบปี อย่ามาดูถูกฉันเลยดีกว่า!”

นายผ่านศึกมาหลายสิบปีจริงๆ น่ะเหรอ?

พอได้ยินไก่ห้าสีพูดแบบนั้น ผมก็เริ่มสงสัยแล้วว่าวิธีการนับอายุของพวกเขา แตกต่างจากพวกเรา

จริงๆ แล้วเขาเป็นคุณตาแล้วงั้นเหรอ?

เกิดเสียงสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องที่ฟังดูคล้ายกับเสียงกร่นด่า วินาทีต่อมาไอร้อนจากลูกไฟก็ลอยมาถึงพวกเรา

ที่ผมสามารถเรียนวิชาโหราศาสตร์ในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ ผมว่าผมคงได้รับความคุ้มครองจากพระพุทธเจ้าระดับหนึ่งเลยล่ะ

“ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาเริ่มเรียนกันเถอะ”

อาจารย์ปีศาจสาวสวยสั่งตาย

 

 

สองคาบผ่านไป นักเรียนก็ทยอยกันออกมาจากห้องเรียนที่มีควันโขมงด้วยความหวาดกลัว

“หยางหยาง~~”

อาจารย์ยังคงสั่งการบ้านอยู่บนโพเดียม ผมได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกผมมาจากด้านนอก สายตาทุกคู่หันไปมองเขา แล้วผมก็เห็นเลโด้กำลังยืนโบกมือให้ผมอยู่ “ซีรีน~~~~~~” แน่นอนว่าเขาก็เห็นไก่ห้าสีที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมด้วยเหมือนกัน

แล้วตกลงนายมาฉันหรือมาหาไก่ห้าสีกันแน่!

กำปั้นหนึ่งต่อยเลโด้จนกระเด็นไปข้างๆ แล้วผมก็เห็นยาโด้โบกมือให้ผมพลางเอามือถูแก้มตัวเองไปด้วย

“เอ่อ ขอโทษนะฮะ”

“เธอไปก่อนก็ได้ เพราะยังไงก็มีนักเรียนหนีไปไม่น้อยอยู่แล้ว” ผมยกมือขึ้น ยังไม่ทันจะพูดจบ อาจารย์โหราศาสตร์ก็พูดขัดจังหวะผมเสียก่อน “จากการชี้นำของดวงดาว หากพวกเธอต้องการ จะแวะไปขอความช่วยเหลือที่ฝ่ายบัญชีก่อนก็ได้”

ผมชะงักกึก

ขอความช่วยเหลือจากฝ่ายบัญชี?

นั่นเป็นลางบอกเหตุ!

อย่าบอกนะว่าเดี๋ยวพวกเลโด้จะชวนผมไปทำลายล้างที่ใดที่หนึ่ง แล้วพวกเราก็ต้องชดใช้ด้วยเงินจำนวนมาก!

จู่ๆ ผมก็ไม่อยากออกไปแล้วล่ะ

“เหมียวเหมียวจะช่วยจดการบ้านให้จ้ะ” ในขณะที่ผมกำลังลังเลอยู่นั้น เหมียวเหมียวก็ทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดโชคชะตาโดยผลักผมออกไปข้างนอก และโบกมือให้ผมพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูน่ารักและน่าชังในเวลาเดียวกัน

“ซีรีน~~~” เลโด้ที่ยังไม่ยอมตัดใจเดินเข้ามาใกล้ประตู และมองหัวสีแสบตาของไก่ห้าสีตาไม่กะพริบ

แต่จะว่าไปแล้ว ดูเหมือนว่าสีผมของไก่ห้าสีจะเปลี่ยนไป มันทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่ากว่าจะเรียนจบหัวของเขาต้องกลายเป็นเจ็ดสีหรือเปล่า

“เรียกหาศพคนตายรึไง!”

ไก่ห้าสีโยนโต๊ะออกมาจากห้องเรียน

นี่! ฉันยังอยู่ตรงนี้นะ!

ยาโด้ดึงผมออกไปได้ทัน เขาผลักฝาแฝดตัวเองจนกระเด็นไปทุ่มโต๊ะ แล้วผมก็เห็นฝาแฝดสองคนเงยหน้าขึ้นมากระอักเลือด

...ในเมื่อรู้ว่าตัวเองก็จะเจ็บเหมือนกัน แล้วทำไมต้องผลักเลโด้อย่างแรงทุกครั้งเลยล่ะ?

ยาโด้ขมวดคิ้วเช็ดเลือดบนใบหน้า สีหน้าของเขากำลังบอกพวกเราว่าถ้าเลโด้ไม่ใช่ฝาแฝดของเขา ป่านนี้เขาคงฆ่าเลโด้ไปแล้ว แล้วก็จับฝัง ฝังเสร็จค่อยขุดขึ้นมาสับศพเป็นชิ้นๆ แล้ว

“เอ่อ พวกนายมาหาฉันเรื่องอะไรเหรอ?” ผมเหลือบมองนาฬิกา วันนี้เพิ่งจะวันจันทร์เอง ไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะมาหาผมกะทันหันแบบนี้ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ?”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก” ยาโด้กวาดสายตามองนักเรียนที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานรอบๆ แล้วก็เดินเลี่ยงออกไป

ผมคิดได้ว่าเขาอาจจะอยากพูดเรื่องสำคัญ ก็เลยรีบลากเลโด้ตามเขาไปด้วย แล้วผมก็ได้ยินเสียงไก่ห้าสีทุ่มโต๊ะเรียนดังตามหลังมา

โชคดีที่เดินไว ไม่อย่างนั้นคงโดนโต๊ะกระแทกใส่แน่

 

พอออกมานอกบริเวณตึกเรียน ยาโด้ก็หยุดเดิน “พวกเราจะไปหน่วยพยาบาลกลางครับ จะไปด้วยกันไหม?”

หน่วยพยาบาลกลาง?

ที่นั่นเป็นที่ที่รุ่นพี่เซี่ยซุ่ยและรุ่นพี่รักษาตัวอยู่นี่?

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น!” ผมรู้สึกกังวลขึ้นมาทันที

“เทียร์มาบอกพวกเราครับ ว่าเขาได้ยินมาจากหน่วยพยาบาลว่ามีสถานที่หนึ่งที่อาจจะมีอัญมณีแห่งธาราน่ะครับ และพอ “เขา” ฟื้นก็ต้องใช้สิ่งของอย่างหนึ่งจากที่นั่นเหมือนกัน ก็เลยขอให้พวกเรารับภารกิจนี้น่ะครับ” ยาโด้รีบอธิบายให้ผมฟัง “ตอนนี้พวกเราจะแวะไปรับภารกิจก่อน หยางหยางจะไปไหมครับ?”

“ไป!”

“ต้องโดดเรียนนะครับ” เลโด้เอามือพาดไหล่ฝาแฝดของเขา

“ไม่เป็นไร” ผมเชื่อว่าอาจารย์จะยกโทษให้ผม...มั้ง

“งั้นไปกันเถอะครับ”

พริบตาเดียว รอบตัวผมก็ไม่ใช่ภาพของโรงเรียนแล้ว แต่กลายเป็นหน่วยพยาบาลกลาง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผมเคยมาหลายครั้งแล้วเหมือนกัน

ถึงแม้จะเคยมาหลายครั้งแล้ว แต่ส่วนมากผมก็มาเพื่อเยี่ยมรุ่นพี่เซี่ยซุ่ย

นับตั้งแต่ตอนนั้น ห้องของรุ่นพี่ก็ถูกปิดอย่างแน่นหนา ถึงจะมีสถานะเป็นชุดคลุมดำอย่างหลีจื่อก็ต้องทำเรื่องขออนุญาตก่อนถึงจะเข้าไปได้ ไม่ต้องพูดถึงพวกเราเลย

พวกเราเห็นหัวหน้าห้องพยาบาลยืนอยู่หน้าประตูใหญ่มาแต่ไกล เหมือนว่าเขารอพวกเราอยู่นานแล้ว

“นี่ ฉันเรียกพวกนายมารับภารกิจนะ ไม่ได้ให้พวกนายมารักษาตัวหลังจากชกต่อยกัน” พอเห็นใบหน้าฟกช้ำของเลโด้และยาโด้ หัวหน้าห้องพยาบาลก็ตะโกนเสียงดังเกินความจำเป็น “เจ้าหนูฉู่ ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ?”

ยาโด้เช็ดคราบเลือดที่หยดลงมา แล้วก็ชี้มาที่ผม “เพื่อนร่วมทีมครับ”

“สมาชิกคนใหม่งั้นเหรอ?” หัวหน้าห้องพยาบาลมองผมด้วยสีหน้าที่ทำให้ผมอยากต่อยเขา

“สมาชิกฝึกหัดครับ อีกไม่นานยาโด้อยากแนะนำให้หยางหยางสอบชุดคลุมขาวน่ะครับ” เลโด้ยิ้มแฉ่ง เขาพูดเรื่องที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน

“หา!” ผมหันไปมองยาโด้ทันที

“อย่างนี้นี่เอง พวกนายตั้งใจจะสอบเลื่อนระดับกันแล้วสิ?” หัวหน้าห้องพยาบาลจ้องมองฝาแฝด แล้วก็หยิบขวดยาออกมาและโยนไปให้พวกเขาทาแผลเอง

“หมายความว่ายังไง?” ผมมองหัวหน้าห้องพยาบาลและถามขึ้นอย่างสงสัย

“ไม่เคยมีใครเล่าให้นายฟังเหรอ? ถ้าอยากสอบเป็นชุดคลุม จำเป็นต้องมีอาจารย์หรือระดับชุดคลุมที่สูงกว่าเป็นคนแนะนำ ไม่อย่างนั้นต้องเข้าร่วมการทดสอบพิเศษอีกอย่างหนึ่ง แน่นอนว่าถ้าอยากสอบชุดคลุมม่วง ก็ต้องให้ชุดคลุมดำเป็นคนแนะนำ” หัวหน้าห้องพยาบาลมองผมและหัวเราะ เขาบอกผมแบบนี้ “ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อตัดพวกที่คิดว่าการสอบเป็นชุดคลุมมันง่าย และคิดว่าพอมีระดับชุดคลุมแล้วจะทำอะไรได้ตามใจชอบออกไปก่อนน่ะ ก่อนหน้านี้พวกอิโด้ก็เคยจัดการคนพวกนี้แล้วไม่ใช่เหรอ ช่วงแข่งขันประลองเวทน่ะ”

“อ๋อ!”

ผมนึกออกแล้ว พวกชุดคลุมที่เคยถูกไก่ห้าสีจัดการในตอนนั้น

เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้เขาบอกว่าต้องให้ระดับชุดคลุมม่วงขึ้นไปแนะนำไม่ใช่เหรอ...

“งั้นก็แปลว่ายาโด้กับเลโด้จะสอบเลื่อนขั้นเป็นชุดคลุมม่วงงั้นเหรอ?” เพราะเขาบอกว่าจะแนะนำให้ผมสอบเป็นชุดคลุมขาวนี่นา

“อ๋อ แค่ยาโด้คนเดียวน่ะครับ” เลโด้เอามือพาดไหล่ฝาแฝดของเขาและบอกผมแบบนี้ “เพราะอิโด้ไม่เห็นด้วย เขาเคยพูดมาตั้งนานแล้วครับว่าพวกเราเป็นแค่ชุดคลุมขาวก็พอ แต่ครั้งนี้พวกเราเจออุปสรรคระหว่างตามหาอัญมณีแห่งธาราไม่น้อย มีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง ยาโด้เลยตัดสินใจจะสอบเป็นชุดคลุมม่วงให้ได้ ตอนนี้พวกเรายังปิดเป็นความลับไม่ให้อิโด้รู้ พอสอบได้แล้วเขาก็คงไม่บอกให้สละสิทธิ์อยู่แล้วล่ะครับ~”

ไม่ ฉันว่าพอพวกนายสอบได้ อิโด้จะต้องโกรธจนระเบิด แล้วก็ให้พวกนายสละสิทธิ์แน่

“ฉันว่าพวกนายบอกอิโด้ก่อนน่าจะดีกว่านะ โดยเฉพาะยาโด้...” ผมกระแอมเสียง และแนะนำพวกเขาอย่างระมัดระวัง

ไม่อย่างนั้น ถึงตอนนั้นอิโด้อาจจะทำเรื่องที่ทุกคนไม่คาดคิดก็ได้ มีคนบอกไม่ใช่เหรอว่า...สุนัขที่ดุร้ายมักจะไม่เห่าน่ะ...

ยาโด้มองหน้าผม แล้วก็พยักหน้าเบาๆ “พวกเราจะหาโอกาสบอกเขาครับ”

...เอ่อ หวังว่าโอกาสนั้นจะไม่ใช่หลังจากที่สอบได้แล้วนะ

“เอาเถอะ หมดเวลาคุยเล่นแล้วเด็กๆ” หัวหน้าห้องพยาบาลตบมือขัดจังหวะบทสนทนาของพวกเรา “เหตุผลที่ครั้งนี้ฉันขอให้พวกนายมารับภารกิจก็เหมือนกับที่เคยบอกพวกนายไปก่อนหน้านี้ ว่าฉันได้ยินมาว่ามีสถานที่หนึ่งที่อาจจะมีอัญมณีแห่งธาราอยู่ ส่วนพวกฉันก็ต้องการของจากที่นั่นเหมือนกัน ก็เลยอยากขอให้พวกนายนำมันกลับมาด้วย เรื่องนี้ฉันทำเรื่องไปยังสมาคมแล้ว ทางสมาคมจะให้ความช่วยเหลือและมอบค่าตอบแทนให้ตามปกติ”

“ที่ไหนเหรอครับ?” ยาโด้ยื่นมือออกไป หัวหน้าห้องพยาบาลวางคริสตัลใสสีฟ้าอ่อนลงบนมือเขา

“อยู่ในนี้หมดแล้ว แต่พวกนายต้องระวังนะ ที่นั่นศักดิ์สิทธิ์มาก อย่าทำลายสถานที่เด็ดขาด ที่นั่นเป็นสถานที่สำคัญของโลกแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้” ดูเหมือนว่าหัวหน้าห้องพยาบาลยังไม่ค่อยวางใจนัก เขาจึงกำชับยาโด้อีกครั้ง

“พวกเราจะระวังครับ” ยาโด้ถือแผ่นที่โบราณไว้ในมือ แล้วก็ดีดนิ้ว ทันใดนั้นแผนที่โบราณก็กางออกกลางอากาศ แล้วเขาก็วางคริสตัลลงบนแผนที่ ไม่กี่วินาทีต่อมาคริสตัลก็ส่องแสงลงบนแผนที่แผ่นนั้น

พวกเรารีบยื่นหน้าเข้าไปมองทันที

“น้ำตกแสงศักดิ์สิทธิ์?” ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย

“ถูกต้อง ที่นี่แหละ”

ยาโด้เงยหน้ามองหัวหน้าห้องพยาบาลด้วยความสงสัย “ของที่พวกคุณต้องการคืออะไรเหรอครับ?”

“ฉันได้ยินมาว่าที่นั่นมีกระพรวนของหมู่บ้านโบราณที่บรรจุเศษเสี้ยววิญญาณอยู่ พวกเราต้องการของชิ้นนั้น พอครบหนึ่งปีซามิย่าต้องใช้ของชิ้นนั้นมากดทับพลังจากทั้งสองฝั่งเอาไว้” หัวหน้าห้องพยาบาลยักไหล่ เขาเอามือขยี้ผมและยิ้มแหยๆ “ถึงแม้ว่าพวกพิษเอย หรือเงาดำเอยจะมีวิธีกำจัด แต่พลังที่ถูกแยกออกจากกันแบบนั้นจำเป็นต้องให้เขากลับไปรักษาที่เผ่าพันธุ์ของตนเอง เพราะยังไงซะ เขาก็ได้รับสืบทอดพลังโบราณมา วิธีพิเศษแบบนั้นเผ่าพันธุ์เขี้ยวน้ำแข็งและเผ่าพันธุ์ไม่มีทางสอนพวกเราหรอก”

“เข้าใจครับ”

ยาโด้เก็บแผนที่และคริสตัล และพาผมไปจากที่นี่พร้อมกับเลโด้

“หืม? มันคือที่ไหนเหรอ?” ผมถูกลากไป ผมยังไม่เข้าใจว่าสถานที่ที่พวกเรากำลังจะไปคือที่ไหนกันแน่

เลโด้หันมาฉีกยิ้มกว้างให้ผม

“น้ำตกแสงศักดิ์สิทธิ์เป็นสถานที่อยู่ของเงือกโบราณครับ!”

“หา!”

พวกนายจะไประเบิดที่อยู่ของเงือกเหรอเนี่ย!

“แต่ถ้าเป็นที่นั่นก็อาจจะเป็นไปได้สูง”

ยาโด้นึกถึงสถานที่แล้วก็ขมวดคิ้ว “ยังไงก็ไปที่นั่นก่อนก็แล้วกันครับ” ยาโด้พูดและหยิบคริสตัลก้อนนั้นมาวางลงบนฝ่ามือ ไม่ถึงครึ่งวินาที วงแหวนเวทก็ปรากฏขึ้นบนพื้น

ที่อยู่ของเงือกงั้นเหรอ...

ภาพเงือกสวยๆ เหมือนในนิทานผุดขึ้นในหัวผม จู่ๆ ก็รู้เสียดายที่ไม่ได้พกกล้องถ่ายรูปมาด้วย

ไม่นาน ทิวทัศน์รอบตัวผมก็เปลี่ยนไป

แล้วผมก็ได้กลิ่นน้ำ

อากาศที่นั่นเป็นอากาศที่ไม่เหมือนที่ไหนและสะอาดบริสุทธิ์บวกกับต้นพืชที่สดใส มันช่วยเยียวยาความอ่อนล้า จนทำให้อยากอยู่เฉยๆ ไม่ไปไหน เป็นความสะอาดที่ให้ความรู้แตกต่างกับที่โรงเรียน

“แย่แล้ว ที่นี่คือ...”

เลโด้ยังพูดไม่ทันจบ ผมก็สัมผัสได้ว่าถูกลากไปข้างหลัง พริบตาเดียวเราก็ไปจากสถานที่ที่งดงามแห่งนั้น

สายฟ้าเส้นหนึ่งฟาดลงตำแหน่งที่ที่พวกเรายืนอยู่เมื่อกี้ พื้นดินตรงนั้นกลายเป็นหลุมสีดำไหม้เกรียม แล้วมันก็ช่วยเรียกผมให้หลุดจากภวังค์ด้วย

“ขอบเขตคุ้มกัน เหมือนว่าจะไม่เข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้” ยาโด้จ้องมองตำแหน่งที่สายฟ้าฟาดลงไป ตรงนั้นมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ปรากฏขึ้น

ผมมองตามเขา...แล้วก็ได้เห็นภูตตัวน้อยเหมือนในเรื่อง “ปีเตอร์ แพน”

“ผู้บุกรุก พวกเจ้าเป็นใคร!” ภูตน้อยกระพือปีกสีฟ้า รอบๆ มีเกล็ดนางฟ้าที่ส่องแสงระยิบระยับร่วงลงมามากมาย แล้วเธอก็ถามเราด้วยน้ำเสียงข่มขู่ “ผู้บุกรุกที่ไม่ระบุตัวตนถือว่ามีเจตนาร้าย ต้องรีบกำจัดทันที”

“พวกเราเป็นชุดคลุมขาวจากสมาคมครับ เรามีภารกิจอยากคุยกับผู้ปกครองที่นี่” ยาโด้ชูมือขึ้นสูง และแบฝ่ามือให้เธอเห็นคริสตัลในมือ

ภูตน้อยบินต่ำลงเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าจ้องมองคริสตัลในมือเขาอยู่พักใหญ่ แล้วก็บินขึ้นสูงอีกครั้ง “ที่นี่อยู่นอกเขตที่สมาคมรับผดชอบ พวกเราขอปฏิเสธการปฏิบัติภารกิจ กรุณาไปจากที่นี่ซะ!”

“สมาคมน่าจะส่งจดหมายคำร้องเป็นทางการมานะครับ” ยาโด้หรี่ตาลง น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ “ผมเชื่อว่าเนื้อหาในจดหมายน่าจะระบุมาชัดเจนแล้ว”

“ถูกต้อง แต่พวกเราส่งจดหมายปฏิเสธกลับไปแล้ว ที่นี่เป็นเขตโบราณที่สะอาดบริสุทธิ์ พวกเราไม่อนุญาตให้คนแปลกหน้าเข้ามา เราปฏิเสธทั้งหมด!” ภูตน้อยตอบเขาด้วยเสียงสูง เธอชูนิ้วขึ้นมา มีสายฟ้าวนอยู่รอบปลายนิ้วของเธอ “ที่นี่เป็นสถานที่ปิด หากเป็นคนแปลกหน้าก็ห้ามเข้ามาที่นี่เด็ดขาด! กรุณาไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”

“หา...?” ยาโด้ที่ดูไม่ค่อยพอใจนักหมุนข้อมือ เหมือนกำลังจะหยิบยันต์ออกมา

“เดี๋ยวก่อน!” เลโด้สังเกตเห็นเหมือนกับผมว่าสถานการณ์ดูไม่ค่อยดี เขาจึงรีบห้ามยาโด้ทันที “ยาโด้ พวกเรากลับไปกันก่อนเถอะ สถานที่แบบนี้จะก่อเรื่องสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้”

คงเพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงอัญมณีแห่งธารา ยาโด้ถึงได้ดูเกรี้ยวกราดกว่าปกติ

ยาโด้หันไปมองฝาแฝดของเขา แล้วก็พยักหน้าเบาๆ “อืม”

ภูตน้อยถลึงตาใส่พวกเรา แล้วเลโด้ก็ร่ายวงแหวนรับส่งบนพื้น ไม่นานพวกเราก็กลับมาถึงโรงเรียน

พอกลับมาถึงผมก็ได้ยินเสียงกริ่งเลิกเรียนพอดี ตามมาด้วยเสียงของนักเรียนมากมายที่กำลังเดินออกจากห้องเรียน

ผมจำคำพูดของอาจารย์ก่อนออกมาจากห้องเรียนโหราศาสตร์ได้

“ยาโด้ พวกเราไปที่ฝ่ายบัญชีกันหน่อยเถอะ”

“เอ๋?” ฝาแฝดสองคนมองหน้าผมด้วยความงุนงง

“เอ่อ ฉันบอกไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะอะไร ยังไงซะ เราก็ไปที่นั่นก่อนเถอะ” ผมรู้สึกคล้ายกับว่าจะได้คำตอบจากที่นั่น

...คงจะใช่มั้ง

อืม ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็ดีสิ

ก็ได้ ผมไม่มั่นใจเลยสักนิด

ยาโด้มองหน้าผมอยู่พักใหญ่ สุดท้ายเขาก็เอ่ยปากตอบผม “ครับ”

 

 

บอกตามตรงนะ ผมแทบจะไม่ได้ไปที่ฝ่ายบัญชีเลยล่ะ

พูดให้ถูกก็คือผมไม่เคยไปที่นั่นเลยต่างหาก แค่เคยบังเอิญเจอเซียคัสข้างนอกอยู่สองสามครั้ง ผมไม่เคยคิดจะเข้าใกล้สถานที่ประหลาดแห่งนี้เลย

จะว่ายังไงดีล่ะ...

ถึงจะรู้ว่าจริงๆ แล้วฝ่ายบัญชีไม่อันตราย แต่พอเห็นตึกคริสตัลสีดำสูงตระหง่าน บรรยากาศรอบๆ ก็ดูบิดเบี้ยวผิดปกติ รอบๆ มีต้นไม้ที่หน้าตาเหมือนต้นไม้กินคนอีกต่างหาก ผมก็ไม่มีความคิดอยากเข้าไปแล้ว

อย่าบอกนะว่าดอกไม้กินคนพวกนั้นเลี้ยงไว้จัดการลูกหนี้น่ะ!

“เอ๋? พวกนายมาทำอะไรที่นี่เหรอ?”

ในขณะที่พวกเราสามคนกำลังเตรียมบุกเข้าไปในฝ่ายบัญชีอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น “หยางหยาง? แล้วก็ยาโด้ เลโด้ แปลกจริงที่พวกนายมาอยู่ที่นี่”

ผมหันกลับไป แล้วก็โล่งใจขึ้นมาทันที “รุ่นพี่อาลี่!” ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเขาที่นี่

อัสเลียนยิ้มให้พวกเรา “มีธุระที่ฝ่ายบัญชีเหรอ? บางทีอาจจะต้องส่งเรื่องไปก่อนนะ ไม่อย่างนั้นอาจจะเจอเรื่องน่ากลัวก็ได้”

...รุ่นพี่อาลี่พูดเรื่องแบบนี้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มก็น่ากลัวเกินพอแล้ว

“มีเรื่องอะไรน่ากลัวเหรอครับ?” เลโด้เอียงหัวถามด้วยความสงสัย

“เอ่อ ก็...” อัสเลียนหนีบแฟ้มในมือไว้ใต้แขน แล้วก็เดินไปหน้าตึกฝ่ายบัญชีและเปิดประตูใหญ่ด้านหน้า

วินาทีนั้นผมก็เห็นเหตุการณ์ที่ดูเหมือนมาเฟียกำลังทวงเงิน แถมยังมีเสียงโหยหวนและเสียงแส้ฟาดอีกด้วย ตามมาด้วยบทพูดคลาสสิกของเจ้าหนี้

“กล้าดียังไงไปทำลายหมู่บ้านโบราณจนติดหนี้ฉันมหาศาลแบบนี้ ฉันจะถลกหนังแกไปทำโซฟา เอากระดูกแกไปทำร่ม และเอาเลือดของแกไปรดน้ำต้นไม้ ส่วนเนื้อของแกฉันจะเอาไปโยนสัตว์ป่ากิน! ในเมื่อไม่มีเงินก็อย่าบังเอิญไปทำลายหมู่บ้านโบราณ!”

ยาโด้รีบปิดประตูทันที

“ก็แบบนี้แหละ” อัสเลียนแนะนำพวกเราด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ราวกับว่านี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดั่งไม่มีผิด

ผมสาบานว่านับตั้งแต่วันนี้ไปผมจะไม่มีมาเหยียบที่ฝ่ายบัญชีอีก

ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูของตึกที่สร้างด้วยคริสตัลสีดำก็เปิดออกอีกครั้ง คนที่เดินมาเป็นคนที่แสนธรรมดา เพียงแต่ว่าบนแขนเสื้อเขามีคราบเลือดติดอยู่เท่านั้น “ไม่ทราบว่าพวกนายมีธุระอะไรที่นี่เหรอ?”

...ผมมองเห็นรอยยิ้มจอมปลอมเวอร์ชันที่ดีที่สุด

“เซียคัสให้ไซด้าเอาบัญชีรายจ่ายของเรือนดำมาให้มาน่ะ ฉันกำลังจะออกไปข้างนอกพอดี ก็เลยแวะเอามาให้แทน” พวกเราสามคนยังคงยืนตาค้างอยู่ แต่อัสเลียนกลับไม่รู้สึกอะไรกับภาพที่เห็นเมื่อกี้เลย “ส่วนอีกสามคนมีธุระที่นี่ กำลังจะเข้าไปข้างในอยู่พอดี”

“ในเมื่อเป็นอย่างนั้นก็รีบเข้ามาสิ” คนที่แขนเสื้อเปื้อนเลือดพาพวกเราเข้าไปข้างในด้วยรอยยิ้ม

ข้างในตึกสว่างไสวดูไม่เข้ากับภายนอกตึกเท่าไรนัก ด้านในดูเหมือนออฟฟิศทั่วไป มีโต๊ะโทรศัพท์ตั้งอยู่เต็มไปหมด ทั้งสองฝั่งเป็นห้องทำงาน หน้าห้องมีชื่อคนติดอยู่

แค่เห็นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นห้องทำงานส่วนตัวของพนักงาน

“เซียคัสอยู่ชั้นสอง” คนคนนั้นยิ้มและบอกทางไปยังบันไดให้พวกเรา แล้วเขาก็จากไป

“พวกเราขึ้นไปกันเถอะ” อัสเลียนก้าวเท้าขึ้นบันไดวน ดูเหมือนว่าเขาจะคุ้นเคยกับที่นี่มาก ผมกับเลโด้และยาโด้หันมาสบตากัน แล้วก็เดินตามเขาขึ้นไป

พอมาถึงชั้นสองก็ไม่เห็นห้องอื่นๆ อีก มีเพียงพื้นที่กว้างขวางเท่านั้น รอบๆ ตู้หนังสือและตู้เก็บของเรียงราย บนตู้เต็มไปด้วยสมุดและกระดาษกองโต ไม่รู้ว่าเป็นบัญชีหรืออะไรกันแน่

เซียคัสถือเอกสารอยู่ในมือ เขายืนอยู่หน้าโต๊ะคริสตัลสีดำที่อยู่ด้านในสุด

“เหนื่อยเลยนะอาลี่” เซียคัสรับซองเอกสารในมืออัสเลียนมา แล้วเขาก็หันไปหยิบอุปกรณ์บางอย่างและยัดกระดาษใส่เข้าไป หลังจากนั้นก็มีบัญชีตัวเลขวิ่งออกมาเป็นแถวยาว “จริงๆ เลยนะ สมาคมทิ้งงานเอาไว้ให้พวกเราคำนวณเป็นกอง ไม่ไหวเลยจริงๆ”

อัสเลียนคงเห็นสีหน้างงงวยของผมก็เลยกระซิบบอกผมเบาๆ “ฝ่ายบัญชีของโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของสมาคมน่ะ”

อ๋อ จริงด้วยสิ ผมจำได้แล้วว่าค่าตอบแทนเวลาปฏิบัติภารกิจของสมาคม ฝ่ายบัญชีก็เป็นคนออกให้เรา

“จริงสิ พวกนายสามคนมาทำไมเหรอ?” เซียคัสจ้องมองตัวเลขที่เรียงเป็นตับแล้วก็เอ่ยถามขึ้น

ยาโด้เหลือบมองผม ผมก็เลยถามขึ้นอย่างไม่แน่ใจนัก “ไม่ทราบว่าคุณรู้ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำตกแสงศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่าครับ?”

หัวหน้าฝ่ายบัญชีที่กำลังคิดเลขหยุดชะงัก ครั้งหน้าเขาเงยหน้ามามองหน้าพวกเราตรงๆ “พวกนายถามถึงที่นั่นทำไม?”

พอได้ยินเขาถามกลับ ผมก็รู้ว่าผมถามถูกคนแล้ว

“ทางสมาคมให้พวกเราทำภารกิจหนึ่งนะครับ ให้เราไปตามหากระพรวนที่บรรจุเศษเสี้ยววิญญาณ ส่วนพวกเราก็ต้องการตามหาอัญมณีศักดิ์สิทธิ์เป็นการส่วนตัวด้วยครับ แต่ว่าภูตที่คุ้มกันที่นั่นปฏิเสธคำร้องของสมาคม ไม่ให้พวกเราเข้าไปครับ” เลโด้ที่คิดแบบเดียวกับผมตอบเขาไปทันที

“ถามคนที่อยู่กับพวกนายก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาถามฉันหรอก”

“เอ๋?”

พวกเราหันไปมองอัสเลียน

“พวกนายหมายถึงที่พักผ่อนของพวกเงือกใช่ไหม” อัสเลียนเหลือบมองคนที่โยนคำถามมาใส่เขา แล้วก็พูดต่อ “ที่นั่นเป็นชุมชนเผ่าพันธุ์โบราณ ส่วนเผ่าพันธุ์นายพรานของพวกเราก็กำเนิดขึ้นบนโลกนี้มาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว ก็เหมือนกับเซียคัสนั่นแหละ เราเลยมีสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพวกเขา ถ้าอยากเข้าไปที่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก”

“แล้วทำไมปีศาจแห่งธาราเข้าไปไม่ได้ล่ะฮะ?”ผมถามด้วยความสงสัย นิ้วชี้ไปที่พวกเลโด้

ได้ยินว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจแห่งธาราก็เป็นเผ่าพันธุ์โบราณเหมือนกันนี่นา

“คงเป็นเพราะพวกนายไม่ได้ติดต่อผ่านเผ่าพันธุ์ของตัวเองละมั้ง ถ้าไม่มีคนรู้จักนำทาง พวกเขาก็ไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าไปหรอก” อัสเลียนพูดในสิ่งที่พวกเราเพิ่งทำไป เขาฉีกยิ้มเล็กน้อย “แต่ในเมื่อเซียคัสอยู่ที่นี่ ฉันว่าให้เขาพาพวกนายไปก็ได้แล้วล่ะ เขามีเพื่อนสนิทอยู่ที่นั่น”

สายตาของพวกเราหันไปจับจ้องที่หัวหน้าฝ่ายบัญชีทันที

“แล้วฉันจะได้ประโยชน์อะไรล่ะ?” คนที่รุ่นพี่เรียกว่าคนหน้าเงินเอ่ยปากถาม

“...”

ทุกคนเงียบกริบ

ผมมั่นใจว่าเขาไม่สนใจพระเป๋าสตางค์ของผมเลยแม้แต่นิดเดียว

สีหน้าของยาโด้กับเลโด้ดูตลกมาก เหมือนว่าพวกเขาจะคิดไม่ออกว่าควรให้อะไรเป็นการตอบแทนเซียคัสดี

“ปีศาจแห่งธารามีอัญมณีของตำหนักเทพไม่ใช่เหรอ เอามาใช้ฉันชิ้นหนึ่ง” คนหน้าเงินเสนอราคาค่าตอบแทนทันที

“ได้ครับ!”

 

หนังสือแนะนำ

Special Deal