นางพญาผมขาว เล่ม 1

บทที่ 3 นงคราญภายในถ้ำ อาภรณ์รุ้งอันเลิศล้ำ (หน้า 3)

        อสุรีหยกเดินถึงบริเวณปากถ้ำ แหงนมองท้องฟ้าคราหนึ่ง กล่าวว่า “ฝนใกล้หยุดตก มีคนรอคอยข้าพเจ้าอยู่ ไม่ต้องรบกวนท่านแล้ว”

        ชั่วครู่ให้หลัง ฝนซาขาดเม็ด เมฆสลายคลายสิ้น อสุรีหยกจึงกล่าว “ประเสริฐ ข้าพเจ้าจะกลับบ้านแล้ว”

        โต๊ะอิดพั้งความจริงคิดถามนาง ‘ท่านเมื่อไร้บิดามารดา ในบ้านยังมีผู้ใด?’ แต่เห็นนางกล่าววาจาประพฤติตัวลึกลับ ไม่ทราบเพราะเหตุใด ในใจเกรงกลัวนางอยู่บ้าง ไม่กล้าอุกอาจถามชาติกำเนิดของนาง เพียงกล่าวว่า “อย่างนั้นข้าพเจ้าจะลงจากเขาแล้ว”

        อสุรีหยกกล่าวว่า “ตกลง ท่านไปก่อนเถอะ”

        โต๊ะอิดพั้งเดินออกจากปากถ้ำ อสุรีหยกพลันเรียกรั้งเขาไว้ โต๊ะอิดพั้งจึงเหลียวหน้ากลับมาอย่างงุนงง อสุรีหยกกล่าวว่า “ท่านต้องรับปากข้าพเจ้าเรื่องหนึ่ง”

        โต๊ะอิดพั้งกล่าวว่า “ท่านบอกมาฟังดู ข้าพเจ้ารับปากได้จะรับปาก”

        อสุรีหยกกล่าวว่า “เรื่องที่ท่านพบกับข้าพเจ้า ห้ามมิให้บอกต่อผู้ใด”

        โต๊ะอิดพั้งยิ้มพลางกล่าวว่า “เรื่องนี้รับปากได้ พวกเราพบพานโดยบังเอิญ ผ่านพ้นก็แล้วกันไป ข้าพเจ้าบ่งบอกไยกัน?”

        ขอบตาของอสุรีหยกแดงระเรื่อ กล่าวว่า “ที่แท้ท่านไม่จดจำข้าพเจ้าอยู่ในจิตใจ”

        โต๊ะอิดพั้งไม่ทราบสมควรวางตัวอย่างไร ได้แต่กล่าวว่า “ข้าพเจ้ากำลังจะกลับบ้านเกิดที่เซียมไซตอนเหนือ ภายภาคหน้าพวกเราไม่แน่ว่าจะได้พบกันอีก แต่หากสามารถพบหน้ากันใหม่ข้าพเจ้าจะยึดถือท่านเป็นสหาย”

        อสุรีหยกโบกมือกล่าวว่า “ประเสริฐ ท่านไปเถอะ”

        โต๊ะอิดพั้งโลดแล่นลงจากเขา พอถึงกลางทาง ทดลองเหลียวหน้ากลับไป อสุรีหยกยังยืนพิงอยู่หน้าโขดหิน เห็นเงาร่างอย่างเลือนลาง

        โต๊ะอิดพั้งกลับถึงโรงเตี๊ยมที่พัก แต้อั้งไท้พอเห็นโต๊ะอิดพั้ง จึงถามว่า “ท่านขึ้นเขาฮั้วซัวไปแล้ว พบพานเจ็งเคี้ยงเต้าหยินหรือไม่?”

        โต๊ะอิดพั้งกล่าวว่า “พบพานแล้ว”

        แต้อั้งไท้พลันกล่าวว่า “น่าเสียดายที่เจ็งเคี้ยงเต้าหยินไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องราวไร้สาระ”

        โต๊ะอิดพั้งฟังออกว่า คำพูดนี้มีความหมายเคลือบแฝงจึงถามว่า “ผู้อาวุโสแซ่แต้มีเรื่องใด?”

        แต้อั้งไท้คิดกล่าวแต่แล้วกล้ำกลืนไว้ ย้อนถามว่า “ท่านขึ้นเขาฮั้วซัว นอกจากเจ็งเคี้ยงเต้าหยินแล้วยังพบพานผู้มีฝีมืออันใดหรือไม่?”

        โต๊ะอิดพั้งใจสั่นสะท้าน หวนนึกถึงคำพูดของอสุรีหยก ต้องโป้ปดว่า “ไม่พบพาน”

        แต้อั้งไท้ไม่ซักถามสืบต่อ หลังจากรับประทานอาหารค่ำ ทั้งสองก็แยกย้ายเข้านอน หลับใหลถึงกลางดึก ที่ห่างไกลบังเกิดเสียงกู่ดังแว่วมาอย่างเลือนลาง ปลุกโต๊ะอิดพั้งสะท้านตื่นขึ้นมา

        ยามนั้น ที่เบื้องนอกมีคนเคาะประตูเบาๆ แว่วเสียงแต้อั้งไท้ดังว่า “โต๊ะเฮีย เปิดประตู”

        โต๊ะอิดพั้งถอดกลอนประตูออก แต้อั้งไท้เดินเข้ามา เขี่ยไส้ตะเกียงน้ำมันสว่างขึ้น ถามว่า “โต๊ะเฮีย ท่านเกรงกลัวอสุรีหยกหรือไม่?”

        โต๊ะอิดพั้งกล่าวอย่างสงสัยใจว่า “ว่ากระไร?”

        แต้อั้งไท้กล่าวว่า “เราต้องการให้ท่านตอบตามความสัตย์ว่า ท่านเกรงกลัวนางหรือไม่?”

        โต๊ะอิดพั้งกล่าวว่า “ข้าพเจ้ายังไม่ได้พบกับนาง ไหนเลยเกรงกลัวนาง?”

        แต้อั้งไท้กล่าวด้วยความยินดีว่า “ไม่กลัวก็ประเสริฐ นางควบคุมตัวโจ้วแป๋ท่านหยามหยันซือเฮียท่าน ท่านคิดล้างแค้นหรือไม่?”

        โต๊ะอิดพั้งกล่าวว่า “นอกจากซือแป๋มีคำสั่ง ไม่เช่นนั้นข้าพเจ้าไม่คิดไปเสาะหานางเพื่อล้างแค้นโดยเฉพาะ”

        แต้อั้งไท้กล่าวว่า “อย่างนั้นหากพบกันโดยบังเอิญเล่า?”

        โต๊ะอิดพั้งรับฟังยิ่งตื่นเต้นสงสัย กระโดดปราดขึ้นกล่าวว่า “หรือว่าอสุรีหยกอยู่ที่นี้?”

หนังสือแนะนำ

Special Deal