ฝูเหยาฮองเฮา 1

ตอนที่ 6 น่าเสียดายจริงๆ

       

เผยย่วนยืนอยู่ที่ปากถ้ำนานแล้ว นางเห็นร่างกายบอบบางซูบเซียวของเมิ่งฝูเหยาซ่อนอยู่ในความมืด เหม่อมองออกไปยังที่ห่างไกล จนบัดนี้ยังไม่ขยับ อดไม่ได้ที่จะกระแอมเบาๆ คราหนึ่ง

เมื่อได้ยินเสียงนี้ เมิ่งฝูเหยาพลันตกใจหันหน้าไป

เผยย่วนหรือ ดึกดื่นเพียงนี้ นางมาทำอะไรที่นี่

ในใจรู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่อาจตัดใจจากฉากอันงดงามเมื่อครู่ได้ เมิ่งฝูเหยาอดปรายตามองไปยังทิศทางเดิมไม่ได้

เพียงหันหน้ามา หันกลับไปอีกทีก็ไม่เห็นเงาร่ายรำกระบี่เสียแล้ว

เมิ่งฝูเหยารู้สึกผิดหวัง จากนั้นก็ปลอบใจตนเอง บางทีนั่นอาจเป็นเซียนร่ายรำกระบี่จริงๆ คนธรรมดาที่ใดจะมีบุคลิกสง่างามถึงเพียงนั้น

เผยย่วนไม่ทันสังเกตว่าเธอสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ต่อให้สังเกตเห็นก็เพียงคิดว่าเมิ่งฝูเหยาไม่ค่อยมีสติเพราะเหลือลมหายใจสุดท้าย เมื่อนางยื่นแท่งไฟกระดาษ (แท่งไฟกลมทำจากกระดาษเนื้อหยาบม้วนให้แน่น เมื่อต้องการใช้ จุดไฟแล้วดับเปลวไฟ ใช้แสงสีแดงที่ยังปะทุอยู่ในแท่งกระดาษให้ความสว่าง) ออกมาสำรวจเมิ่งฝูเหยา ก็มีแววประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า

เมื่อแสงไฟสาดส่อง นางเพิ่งพบว่า ความจริงศิษย์น้องที่นางไม่เคยสนใจมองผู้นี้เป็นโฉมสะคราญ ทั้งยังงดงามกว่าตนเองหลายส่วน

นางตะลึงมองเมิ่งฝูเหยา ลืมจุดประสงค์การมาของตนเองไปชั่วขณะ

แสงจันทร์เลือนราง  วาดผืนป่าทึบเขียวเข้มเป็นสีอ่อนแก่สลับกัน ทั้งสี่ด้านเงียบสงบไร้เสียง ไม่มีแม้แต่เสียงร้องของแมลงและนก มีแต่ยามสายลมพัดผ่านยอดหญ้าอย่างรวดเร็วกรีดเป็นเสียงแผ่วเบาเป็นครั้งคราว เสียงที่คล้ายมีคล้ายไม่มี ยิ่งขับให้ทั้งป่าและภูเขายิ่งลึกลับ

เงียบสงบเช่นนี้  ไม่มีผู้คนผ่านทางมา

สตรีที่เผยย่วนจ้องเขม็งอยู่ห่างไปหนึ่งจั้ง (1 จั้งมีค่าเท่ากับ 3.33 เมตร) สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือร่างอรชรที่ถูกแสงจันทร์วาดจนเกิดเป็นเส้นโค้งที่ทำให้ผู้คนต้องหวั่นไหวใจ  ทุกๆ เส้น เป็นสิ่งที่เทพตั้งใจรังสรรค์ สง่างดงาม  คางเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มที่แวววาวอยู่ในความมืดยิ่งดูงามเรียบลื่นดั่งหยกสมปรารถนา

นางชมชอบศิษย์พี่เยียนมานานแล้ว คนอื่นไม่รู้เรื่องความรักระหว่างเขาและเมิ่งฝูเหยา แต่นางกลับพอมองออก นางไม่เคยเข้าใจเลยว่าเหตุใดศิษย์พี่เยียนจึงชอบสตรีอัปลักษณ์ที่ใช้ไม่ได้ผู้นั้น แต่นางไม่เคยเก็บใส่ใจมาก่อน นางมีหน้าตาสะสวย มีพรสวรรค์ มีฐานะ มีสติปัญญา ทอดตาทั่วแผ่นดิน จะมีใครสามารถเอาชนะนางได้

ศิษย์พี่เยียนเป็นคนฉลาด เขาจะไม่เข้าใจเชียวหรือว่าการแต่งงานกับนาง จะช่วยเหลือเขาได้มาก และนอกจากนาง ยังมีใครโดดเด่นควรคู่กับเขา

เป็นจริงดังคาด ตระกูลเยียนมาสู่ขอนาง เป็นจริงดังที่คิด ศิษย์พี่เยียนยังคงเลือกนาง

เมื่อบุรุษมีทางเลือกมากขึ้น เหตุใดจะไม่เลือกสิ่งที่ดีกว่า

เพียงแต่ สตรีนางนั้น กลับไม่ใช่คนโง่งม! ทั้งยังงดงามเพียงนี้ นางสังหรณ์ว่าเมิ่งฝูเหยาคือภัยคุกคาม คือภัยคุกคามต่อความสุขและความสมบูรณ์ของชีวิตในอนาคต นางจะปล่อยให้เส้นทางอันเจิดจรัสที่ตัวเองปูไว้แล้วถูกทำลายโดยภัยมืดที่ซ่อนอยู่ได้อย่างไร

แม้มีความเป็นไปได้แค่ส่วนเดียว ก็ไม่ได้!

แววตาเผยย่วนลึกล้ำ แต่บนหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้ม

 “เมิ่งฝูเหยา เจ้าไปเถอะ ไปจากที่นี่ อย่ากลับมาอีกตลอดกาล”

เมิ่งฝูเหยาตกตะลึง เงยหน้ามองนาง เผยย่วนก้มลงมองเธอ น้ำเสียงถือดี

 “เจ้าต้องรู้เรื่องของข้ากับเยียนจิงเฉินแล้วแน่นอน หากไม่ใช่กฎข้อห้ามของประเพณี เดิมทีข้าอาจเดินทางกลับเยียนจิงไปพร้อมเขาแล้ว เมิ่งฝูเหยา เยียนจิงเฉินคือสามีข้า ข้าไม่ต้องการให้เจ้าปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีก”

เมิ่งฝูเหยาเงยหน้า ยิ้ม แล้วกล่าวว่า “พอดีเลย ข้าก็เช่นกัน”

รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากเผยย่วน นางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “หวังว่าเจ้าคงไม่ได้กลัวเสียหน้าจึงพูดปากไม่ตรงกับใจหรอกนะ ในเมื่อเจ้าไม่อยากพบเขา ฉะนั้นก็ไปให้ไกล อย่ามาพัวพันกับเขาอีก"

นางนั่งยองลง ปลดเครื่องพันธนาการให้เมิ่งฝูเหยา แอบใช้นิ้วเกี่ยวก้อนหินที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นเอาไว้

 “ศิษย์น้อง!”

เสียงร้องเรียกเบาๆ พลันดังมาจากด้านหลัง เผยย่วนหดนิ้วกลับมา หันไปเห็นศิษย์พี่สี่ที่ผู้มีหน้าที่ควบคุมเมิ่งฝูเหยาจึงอยู่ละแวกนี้ก้าวยาวๆ เข้ามา

ตะลึงงัน เผยย่วนหมุนตัว ขณะหันกลับไปไม่รู้ว่าตะขอสร้อยข้อมือเพชรเกี่ยวปลายแขนเสื้อของเมิ่งฝูเหยาไว้ได้อย่างไร เสียงแควกดังขึ้นเบาๆ คราหนึ่ง แขนเสื้อข้างหนึ่งของเมิ่งฝูเหยาฉีกขาด เผยให้เห็นแขนขาวผ่อง

เผยย่วนร้องอาเบาๆ รีบกล่าวว่า “ศิษย์พี่สี่ อย่าเข้ามา ผิดจรรยา ห้ามมองเด็ดขาด”

ศิษย์พี่สี่เหลือบตามองแวบหนึ่ง ชะงักเท้าอย่างเชื่อฟังวาจา ยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ศิษย์น้อง ได้ยินว่าแขกผู้มีเกียรติกำลังจะมาถึง อาจารย์ให้เจ้าไปพบแขก”

เผยย่วนกล่าวอย่างดีใจว่า “ใต้เท้าไท่ฟู่แห่งราชวงศ์อู่จี๋มาถึงแล้วหรือ ใต้เท้าไท่ฟู่คือพระอาจารย์ของรัชทายาทอู๋จี๋ มีโชคได้คารวะพระอาจารย์ ย่อมมีหวังได้ยลบุคลิกอันสง่างามที่หาผู้ใดเปรียบไม่ได้ขององค์รัชทายาทด้วยแน่”

คิดแล้วจึงพูดว่า “ศิษย์น้องเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย ที่ภูเขาแห่งนี้ลมแรงอย่าได้โดนความเย็น” ขณะกล่าวก็นั่งลงอีกครา ปลดเสื้อคลุมสีแดง นำไปห่อแขนเปลือยเปล่าของเมิ่งฝูเหยาไว้

เสื้อคลุมสีแดงหมุนสะบัดกลางอากาศเกิดเป็นภาพที่งดงามยิ่ง และค่อยๆ คลุมแขนของเมิ่งฝูเหยาไว้ 

มือที่จับริมผ้าคลุมของเผยย่วน พลันยื่นเข้าไปใต้ผ้าคลุมโดยไร้เสียง

นิ้วมือกระทบถูกผิวหนัง เมิ่งฝูเหยาเพียงรู้สึกว่าปลายนิ้วของนางเย็นยะเยือก

เธอเงยหน้าขึ้น เห็นเผยย่วนที่กำลังก้มมองมา รอยยิ้มเต็มหน้าเมื่อครู่หายไปอย่างไร้ร่องรอยแต่แรก หว่างคิ้วทั้งสองเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน

นางมองเมิ่งฝูเหยาอย่างดุดัน กล่าวเสียงเบาว่า “คนของข้า เจ้ากล้าแย่งอย่างนั้นหรือ”

เมิ่งฝูเหยาตกตะลึง ยังไม่ทันตอบคำ ก็รู้สึกถึงปลายนิ้วที่จับแขนตนเองไว้พลันขยับ ชั่วพริบตาเดียวสกัดจุดสำคัญบนแขนขวาไปหลายแห่ง ร่างกายด้านขวาและจุดใบ้แข็งชาขึ้นทันที

จากนั้นเผยย่วนร้องออกมาด้วยความตกใจ “ตายแล้ว ศิษย์น้องฝูเหยาเจ้าจะทำอะไร เหตุใดเจ้าซ่อนมีดสั้นไว้ในแขนเสื้อด้วย อ๊าย!”

นางกล่าวเอง แสดงเอง ขยับนิ้วมืออยู่ใต้เสื้อคลุม เสื้อคลุมเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ดูแล้วเหมือนทั้งสองกำลังต่อสู้กันด้วยความเร็ว

ศิษย์พี่สี่ก้าวเข้ามาอย่างสงสัย ชะโงกหน้าดูแต่กลับไม่เห็นอะไร

เผยย่วนรู้สึกว่าเล่นละครพอแล้ว

ดวงตาส่งรังสังหารสายหนึ่งออกมา เกี่ยวนิ้วคราหนึ่ง หินที่ปิดสนิทด้านหลังเมิ่งฝูเหยาพลันเคลื่อนตัว ปรากฏเป็นหน้าผาลึกลับสูงชัน จากนั้นมือทั้งสองของเผยย่วนกระตุกแรงๆ คราหนึ่ง ผลักเธอออกไปโดยไม่ลังแม้แต่น้อย!

เสียงครืดคราดของร่างมนุษย์ไถลลื่นดังขึ้น เมิ่งฝูเหยาไม่อาจอุทานออกมาแม้สักคำ ร่างกายก็ตกลงไปด้านล่างแล้ว!

เสียงเศษหินร่วงหล่นดังจากใต้ผา นานทีเดียวจึงสงบ

บนหน้าผา มีเพียงเสียงลม

ศิษย์พี่สี่ยืนตะลึงห่างไปหนึ่งจั้ง จ้องมองแผ่นหลังของเผยย่วน ในดวงตามีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

เผยย่วนหันกลับมาด้วยท่วงท่าสง่างาม เสื้อคลุมสีแดงดุจแสงตะวันคลี่กางออก นางใช้มือปิดปาก เบิกตากว้าง เสียงอุทานด้วยความตกใจที่มาสายดังจากปากคำหนึ่ง น้ำเสียงนั้นไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใด

“อุ๊ย! ข้าสมควรตายจริงๆ ที่ไม่อาจจับนักโทษไว้ได้ ศิษย์น้องฝูเหยา...ตกลงไปแล้ว”

จากนั้นก็ขมวดคิ้วถอนใจด้วยความเศร้า “เฮ้อ ข้าให้เสื้อคลุมนางด้วยความหวังดี นางกลับฉวยโอกาสลอบโจมตีข้า จะ...จะให้ข้าพูดอย่างไร!”

 “เช่นนั้นหรือ...” ศิษย์พี่สี่มองนางนิ่ง “เช่นนั้นนางก็หาเรื่องใส่ตัวเอง” เขาชะโงกศีรษะออกไปดูใต้ผา ใต้หน้าผามืดมิด มองไม่เห็นสิ่งใด ศิษย์พี่สี่ส่ายหน้า บ่นพึมพำว่า “เสียดายจริงๆ หน้าผาสูงเช่นนี้...”

เผยย่วนคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มมองเขา ปราศจากวาจา

 “แต่ข้าเป็นห่วงศิษย์น้องมากกว่า เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่”

 “ไม่ได้รับบาดเจ็บ” รอยยิ้มในความมืดของเผยย่วนเปรียบดั่งดอกไม้บานในฤดูใบไม้ผลิ นางหันไปก้มมองใต้ผาด้วยท่วงท่างดงาม

น้ำเสียงผ่อนคลายมีความสุขดั่งร้องเพลงของนาง สลายหายไปกับสายลมในคืนมืดมิด

 “น่าเสียดายยิ่งนัก”

หนังสือแนะนำ

Special Deal