ตอนที่ 2 เจ้าสำนักร้อยบุปผา (หน้า 8)

    เซียวเหวินกุ้ยหน้าเคร่งเครียดลง ตวาดว่า เหลวไหลไร้สาระŽ พลันกวาดใส่ไป่หลันเอ๋อ แต่แล้วเงาสีเขียวเคลื่อนไหววูบหนึ่ง ชิงจู๋ยื่นปล้องไม้ไผ่มาปัดป่ายปลายแส้พ้นห่างกล่าวเสียงเย็นชาว่า ศิษย์พี่หลันกับศิษย์น้องเซียวยังไม่ประลองฝีมือกัน ท่านไม่รีบร้อนเกินไปหรอกหรือ?Ž

    เซียวเหวินกุ้ยแค่นเสียงจากในจมูก สีหน้าเปี่ยมแววเหยียดหยาม กล่าวว่า เราจะพักผ่อนสักครู่ก็ได้Ž กล่าวพลางหันกายไป

    ไป่หลันเอ๋อหันมาทางจ้าวกวน กล่าวว่า ศิษย์น้องจ้าวเชิญŽ

    จ้าวกวนน้อมกายคารวะ กล่าวคำ ศิษย์พี่หลันเชิญŽ ทั้งสองไม่ทันลงเรือ ก็ใช้พิษออกสามชนิด จ้าวกวนต้องครุ่นคิด ศิษย์พี่หลันใช้พิษด้วยสีหน้าเป็นปรกติไม่เปลี่ยนแปลง ช่างน่ากลัวจริงๆ หากมิใช่ก่อนหน้านี้เราล่วงรู้เคล็ดวิชาของตึกสุ่ยเซียนของนาง เกรงว่าต่อให้ล้มลง ยังไม่ทราบว่าพลาดท่าเสียทีอย่างไรž

    ไป่หลันเอ๋อก็มองดูจ้าวกวนเป็นพิเศษ ครุ่นคิดขึ้น เด็กน้อยนี้กลับเรียนรู้วิชาพิษไม่น้อย ไม่อาจดูแคลนไปž นางก้าวลงเรือน้อยก่อน ถือพายแจวเรือถึงกลางสระ จ้าวกวนก็ลอยเรือจนถึงกลางสระ ทั้งสองหันหน้าหากัน ห่างประมาณห้าวา

    ก่อนที่จ้าวกวนจะลงเรือ ก็ศึกษาทิศทางลมลอบแพร่พิษลมวสันต์โชยลูบไล้ออก พลางสังเกตดูปฏิกิริยาของไป่หลันเอ๋อ ไป่หลันเอ๋อก็แพร่พิษคิดร่ำไห้ไร้น้ำตาต่อจ้าวกวน หากแม้ว่าถูกพิษ สองตาจะบวมแดง มองไม่เห็นสิ่งใด ทั้งสองจับจ้องมองหน้ากัน ทราบว่าฝ่ายตรงข้ามต้านทานรับเอาไว้ได้

    ไป่หลันเอ๋อครุ่นคิดขึ้น เด็กน้อยนี้มีวิชาตั้งรับมิใช่ชั่ว สมควรนึกหาวิธีอื่นเอาชนะมันž ดังนั้นถือพายไม้ แจวเรือน้อยเข้าหาจ้าวกวนอย่างช้าๆ พลางเผยอริมฝีปาก ร้องบทเพลงออกมา

    เสียงเพลงนุ่มนวลละมุนไม คล้ายหญิงสาวนอนละเมอในหอห้อง จ้าวกวนรับฟังจนหน้าร้อนผะผ่าว นึกถึงร่างเปลือยของติงเซียง บังเกิดจิตฟุ้งซ่นขึ้นมา

    จิตใจพอวอกแวก จ้าวกวนก็นึกถึงหนี้โลหิตของมารดา ดังนั้นสูดลมหายใจคำหนึ่ง สงบจิตระงับใจ แจวเรือเข้าหาไป่หลันเอ๋อ เหม่อมองหน้านาง กล่าวเบาๆว่า ศิษย์พี่หลัน ท่านร้องเพลงได้ไพเราะจริงๆŽ

    ไป่หลันเอ๋อได้ยินน้ำเสียงมันแฝงแววลุ่มหลงงงาย เห็นว่าเด็กน้อยนี้จะอย่างไรอายุยังเยาว์ตกหลุมพรางของนางได้โดยง่าย ดังนั้นยกมือซ้ายขึ้น คล้ายตกแต่งจอนผม ฉวยโอกาสแพร่พิษแย้มยิ้มพริ้งพรายออกไป นี่เป็นพิษที่ไป่สุ่ยเซียน ผู้เป็นอาจารย์ของไป่หลันเอ๋อคิดค้นขึ้น ทั้งไร้สีและไร้กลิ่น ยากระวังป้องกัน หากแม้นถูกพิษ จะเกิดความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ ถูกหลอมกลืนทีละน้อย หัวร่อจนเสียชีวิต จวบจนตายยังไม่ทราบว่าถูกพิษ

    จ้าวกวนคล้ายไม่รู้สึกตัว ยิ้มพลางกล่าวว่า หากต้องประมือกับศิษย์พี่หลัน ผู้น้องมิเพียงไม่กล้า ทั้งยังไม่ต้องการŽ

    ไป่หลันเอ๋อยิ้มพลางกล่าวว่า เหตุใดไม่กล้า? เหตุใดไม่ต้องการ?Ž

    จ้าวกวนกล่าวว่า ข้าพเจ้ากลัวว่าสู้ศิษย์พี่ไม่ได้ต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าผู้คน ดังนั้นไม่กล้าและกลัวพลั้งมือทำร้ายศิษย์พี่ ดังนั้นไม่ต้องการŽ

    ไป่หลันเอ๋อผงกศีรษะกล่าวว่า ท่านคิดละทิ้งล้มการประลองก็ประเสริฐ พวกเราศิษย์พี่ศิษย์น้องควรผูกสมัครรักใคร่ ไม่ได้ผิดพ้องหมองใจกันŽ

    จ้าวกวนกลับสั่นศีรษะกล่าวว่า ข้าพเจ้าแม้ไม่กล้าไม่ต้องการ แต่ยังต้องประกระบวนท่ากับศิษย์พี่ ไม่เช่นนั้นไหนเลยนัยเป็นลูกผู้ชายชาตรี?Ž

    ไป่หลันเอ๋อหัวร่อคิกออกมา กล่าวว่า ท่านยังเป็นเด็กชายเยาว์วัย กลับเรียกตัวเองเป็นลูกผู้ชายชาตรี?Ž

    จ้าวกวนยืดอกขึ้นกล่าวว่า ย่อมแน่นอน ในสำนักร้อยบุปผา ข้าพเจ้าเป็นลูกผู้ชายชาตรีอยู่แล้วŽ

    ไป่หลันเอ๋อมองดุมัน ใบหน้ากลับแดงซ่านขึ้นมา ยอมรับว่าจ้าวกวนเป็นลูกผู้ชายชาตรี

    จ้าวกวนพลันหัวร่อฮาฮา สีหน้าเปลี่ยนเป็นลุ่มหลงเพ้อฝัน รอยยิ้มกรุ้งกริ่งกรุยกรายเริ่มกรีดมือวาดเท้าบนเรือ ไป่หลันเอ๋อลอบยินดี ครุ่นคิดขึ้น มันถูกพิษแย้มยิ้มพริ้งพรายของเราจริงๆ อีกไม่นานจะส่งเสียงหัวร่อโดยมิอาจข่มกลั้น สุดท้ายสลบเหมือดไปž

    จริงดังคาดหมาย จาวกวนเคลื่อนไหวราวเสียสติ หัวอย่างโง่งม วาดเรือเข้าใกล้ หัวร่อพลางกล่าวพลางว่า ศิษย์พี่หลัน ลอยเรือกลางสระช่างเบิกบานใจนัก ท่านอนุญาตข้าพเจ้าข้ามไปยังเรือของท่าน นั่งคู่กับท่านได้หรือไม่?Ž

    ไป่หลันเอ๋อทราบว่ามันถูกพิษยากเยียวยา จึงตอบรับอย่างยิ้มแย้ม จ้าวกวนหัวร่อดังๆปรบมือร้องว่า วิเศษ วิเศษแท้Ž พลางกระโดดลงเรือของไป่หลันเอ๋อ รอยยิ้มบนใบหน้าไม่เสื่อมคลาย มือซ้ายหวดพายไม้ใส่ไป่หลันเอ๋อ มือขวาชักดาบจากข้างเอวฟันขวางใส่นาง

    ที่แท้ขณะที่ไป่หลันเอ๋อเข้าใจว่ามันถูกพิษจ้าวกวนฉวยโอกาสที่นางแบ่งแยกสมาธิ ซัดผลลูก มีอยู่ลูกหนึ่งตกลงบนไหล่ซ้ายด้านหลังของนาง มันทราบว่าไป่หลันเอ๋อยังไม่รู้สึกตัวจึงเกาะกุมโอกาสลงมือ ทำให้นางไม่มีเวลาขจัดพิษให้กับตัวเอง ดังนั้นพอลงเรือไปก็ลงมือด้วยอำมหิต

    ไป่หลันเอ๋อค่อยทราบว่าจ้าวกวนไม่ได้ถูกพิษแย้มยิ้มพริ้งพราย หากแต่เสแสร้งแกล้งมารยาหลอกให้ตัวเองคลายการระวังป้องกัน ต้องด่าทอ ปีศาจน้อยที่กลอกกลิ้งž ในใจ พลางเบี่ยงตัวหลบหลีกพายไม้ พลิกข้อมือชักมีดสั้นเล่มหนึ่งปัดป่ายดาบของจ้าวกวน

    ทั้งสองใช้ความรวดเร็วสู้ความรวดเร็ว กระบวนท่าพลิงกแพลงชั่วร้าย เป็นวิชากรต่อสู้ในระยะประชิดที่แม่เฒ่าร้อยบุปผาถนัดจัดเจน ขณะที่จ้าวกวนลงเอน้อยมา ก็ช่วงชิงเป็นฝ่ายรุกยืนหยัดอยู่กลางเรือ ชิงจู่โจมใส่ไป่หลันเอ๋อ คุกคามนางถึงท้ายเรือทีละน้อย

    ไป่หลันเอ๋อคิดไม่ถึงว่าเด็กน้อยนี้มีเพลงดาบพิสดารถึงเพียงนี้ ควรทราบว่าจ้าวกวนร่ำเรียนเพลงดาบลมครอบคลุมจากคนเสเพลเฉิงต๋า ทั้งยังได้รับการชี้แนะท่าเพลงดาบจากฉินเอี้ยนหลง หากประลองฝีมือกัน ยังเหนือล้ำกว่าไป่หลันเอ๋ออีก

    ไป่หลันเอ๋อลอบแตกตื่นลนลาน ด่าคำ โจรน้อยŽ ระดมใช้พิษน้ำตาไหลรินหลั่ง เลิกคิ้วถลึงตา เศร้าโศกจับจิตจับใจ ซึ่งเป็นเคล็ดลับของตึกสุ่ยเซียนใส่ฝ่ายตรงข้าม แต่จ้าวกวนรับการฝึกอบรมจากชิงจู๋ จึงระวังป้องกันอยู่ก่อน ต้านทานรับพิษต่างๆเอาไว้ได้

    ไป่หลันเอ๋อเนื่องเพราะถูกพิษแดงรวีผนึกความหอมกรุ่น ลมหายใจเริ่มหนักหน่วง จิตใจกระสับกระส่าย มือเท้าเฉื่อยช้าลง ถูกดาบไวของจ้าวกวนคุกคามถึงข้างกราบเรือ จ้าวกวนคำนวณโอกาสเป็นมั่นเหมาะ พลันร้องคำ ล่วงเกินแล้วŽ ร่างพุ่งถอยไปด้านหลัง กระทืบเท้าลงบนหัวเรือ ท้ายเรือจึงกระดกขึ้น ไป่หลันเอ๋อความจริงมีรูปกายอ้อนแอ้น พริบตานั้นร่างลอยหวืดขึ้นจากเรือราวกระสุนที่ถูกยิง

    จ้าวกวนวาดพายไม้ในมือ บังคับเรือน้อยหมุนคว้างครึ่งรอบ ไป่หลันเอ่อพอตกลงมา ก็ปราศจากที่หยั่งเท้า เห็นแน่ชัดว่าต้องตกลงในสระน้ำ สร้างความแตกตื่นแก่นางจนกรีดร้องออกมา

    จ้าวกวนพลันยื่นมือออก โอบเอวอ้องไป่หลันเอ๋อ อุ้มนางกับมาบนเรือ ไป่หลนเอ๋อหลั่งเหงื่อเย็นเยียบโซมกาย พอได้รับการช่วยเหลือ ก็บังเกิดจิตคิดร้าย อ้าปากพวยพุ่งลมหายใจคำหนึ่งใส่หน้าจ้าวกวน ใช้ออกด้วยพิษเร้นลับของตึกสุ่ยเซียน นามลมหายใจดั่งกล้วยไม้

    จ้าวกวนบังเกิดโทสะพลุ่งขึ้น ครุ่นคิดในใจ เราช่วยท่านมิให้ตกน้ำ ท่านยังลงมือต่อเราด้วยอำมหิตž ดังนั้นยื่นมือออก แทงเข็มพิษผึ้งผีเสื้อโบยบินใส่ข้างเอวของไป่หลันเอ่อ

    ไป่หลันเอ๋อเห็นมันไม่เกรงกลัวพิษลมหายใจดั่งกล้วยไม้ของตัวเอง ตรงกันข้ามที่ชายโครงปวดแปลบ อดหน้าแปรเปลี่ยนมิได้ เพิ่งหยุดยืนบนพื้นกระดานเรือ รู้สึกว่าร่างปวดแปลบร้อนรุ่มไม่สามารถยืนอยู่ได้ นางยามขุ่นเคืองอดเลื่อมใสมิได้ ครุ่นคิดขึ้น เด็กน้อยนี้กลับมีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้ ก่อนหน้านี้เราดูแคลนมันไปแล้วž

    หาทราบไม่ว่านางเฒ่าร้อยบุปผาพอย่างเข้าปัจฉิมวัยให้ความรักต่อศิษย์คนเล็กจีฮั่วเอ่อเป็นพิเศษ ถ่ายทอดเคล็ดลับวิชาพิษแก่นางจนหมดสิ้น ดังนั้นตึกกระเรียนเพลิงมีพิษครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งยังสะกดข่มวิชาพิษของตึกสุ่ยเซียนกับไป่เหอ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ไป่หลันเอ๋อคาดคิดไม่ถึงมาก่อน

    ศิษย์ของตึกสุ่ยเซียนเห็นไป่หลันเอ๋ออาจทางกายมั่น รีบแจวเรือมารับตัวนางไป จ้าวกวนฉวยโอกาสพักผ่อนหอบหายใจ ยังไม่ทันเหลียวหน้ากลับไป ที่ริมฝั่งบังเกิดเสียงหัวร่อแหลมเล็กของเซียวเหวินกุ้ยดังขึ้น จากนั้นปรากฏเสียงลมแหวกจู่โจมจากด้านหลัง กลับถูกแส้ยาวของเซียวเหวินกุ้ยหวดใส่ จนกลางหลังปวดแปลบราวถูกไฟจี้ใส่ มันขบคิดอย่างรวดเร็ว แล้วอุทานคำหนึ่ง ล้มลงบนพื้นเรือ

    เซียวเหวินกุ้ยกระโดดลงเรือน้อย แจวเรือเข้ามา เสียงฉาดฉาดสองครา เมื่อหวดแส้ใส่กลางหลังของมัน ปากหัวร่อเสียงแหลมเล็กกล่าวว่า ศิษย์น้องจ้าว ท่านเป็นไรแล้ว ลุกไม่ขึ้นหรือ?Ž

    ชิงจู๋ที่ริมฝั่งกระชากเสียงว่า นางแพศยาที่ต่ำช้า กลับกล้าลอบทำร้ายคน?Ž

    เซียวเหวินกุ้ยไม่แยแสสนใจนาง ร้องว่า นี่เป็นการประลองรอบสุดท้ายแล้ว จะให้ท่านทราบความร้ายกาจสักคราŽ พลางบังคับแส้ยาวม้วนใส่ต้นแขนจ้าวกวน กระชากดึงโดยแรง คิดกระชากจ้าวกวนตกลงในสระระลอกเขียว

    ร่างของจ้าวกวนคล้ายแข็งทื่อ พอถูกแส้ยาวกระชากดึ่ง ก็พลิกตัวข้ามกราบเรือ เห็นแน่ชัดว่าจะพลัดตกลงในสระ มันพลันยื่นมือคว้าจับตัวแส้ไว้ กระชากดึงคราเดียว เซียวเหวินกุ้ยไม่ทันระวัง ต้องถลาไปเบื้องหน้า แทบเสียหลักการทรงตัวพลัดตกลงในสระ รีบคว้าจับด้ามแส้เอาไว้

    ที่จ้าวกวนคิดช่วงชิงคือชั่วพริบตานี้ รีบพันปลายแส้กับกราบเรือ กระโดดลอยตัวขึ้นใช้ออกด้วยวิชาตัวเบาเหินฟ้าท่องเดินหน เหยียบย่ำตัวแส้บุกเข้าหาเรือน้อยของเซียวเหวินกุ้ย

    ศิษย์สำนักร้อยบุปผารอบข้างชมดูจนตะลังลาน เห็นจ้าวกวนตัวเบาราวนางแอ่น ชั่วพริบตาก็บุกถึงเบื้องหน้าเซียวเหวินกุ้ย เซียนเหวินกุ้ยด่าทอคำหนึ่ง คิดคลายมือจากแส้ยาว ปล่อยให้จ้าวกวนพลัดตกลงในน้ำ จ้าวกวนชิงกระโดดลงเรือน้อยของนาง หัวร่อฮาฮากล่าวว่า พิษงูอันน้อยนิดของท่าน สามารถทำอย่างไรข้าพเจ้า?Ž

    ที่แล้วมาเซียวเหวินกุ้ยถือดีว่าถนัดในการใช้พิษงู พอฟังต้องตะลึงลานวูบ ครุ่นคิดขึ้น มันไม่เกรงกลัวพิษงูที่ฉาบบนแส้ยาวของเรา?ž พลางพลิกอาวุธเอ๋อเหมยชื่อในมือ แทงใส่จ้าวกวนดุจสายฟ้า จ้าวกวนวกดาบกลับมา ฟันใส่อาวุธเอ๋อเหม่ยชื่อ บังเกิดเสียงตังใหญ่

    เซียวเหวินกุ้ยด่าคำ ตัวอุบาทว์น้อยที่เสแสร้างŽ พลางบังคับอาวุธรูปกลีบดอกไม้ นามกลีบดอกไม้หอม พุ่งถึงใบหน้าจ้าวกวน

    จ้าวกวนสะบัดดาบฟันกลีบดอกไม้หอมร่วงหล่น ด่าสวนกลับไปว่า นางเฒ่าที่ดุร้าย บิดาหากลัวอาวุธลับของท่านไม่Ž

    ในเสียงร่ำร้องด่าทอ ดาบยาวกับอาวุธเอ๋อเหมยชื่อปะทะกันไม่ขาดหู คนทั้งสองนี้หนึ่งถือกำเนิดจากหอนางโลม หนึ่งเติบโตจากรังโจรคำด่าทอยิ่งมายิ่งระคายหู หากยังใช้อาวุธเข้าหาญหัก ทั้งลอบแพร่พิษใส่

    เห็นประกายอาวุธคล้ายสายฟ้าคะนองฝนเสียงโลหะปะทะดังไม่ขาดหู จ้าวกวนทราบว่าตนเองถูกพิษงูของเซียวเหวินกุ้ยทำร้าย มาตรว่ากัดฟันฝืนทน ไม่เผยพิรุธออกมา แต่หากไม่รีบขจัดคลี่คลาย ต้องล้มลงสิ้นสติไป จึงขบกรามกรอดเงื้อดาบกรีดใส่แขนซ้ายตนเองเป็นบาดแผลสายหนึ่ง จนโลหิตไหลหลั่งออกมา

    เซียวเหวินกุ้ยไม่ทราบความนัย ด่าทอดว่า เจ้าแม้คับข้องใจ ก็มิต้องฟันดาบทำร้ายตัวเอง พานเชือดคอฆ่าตัวตาย มารดาเจ้าประพฤติสำส่อน ค่อยกำเนิดเดรัจฉานเช่นเจ้าออกมาŽ

    จ้าวกวนกระชากเสียงว่า หุบปากโสโครกของท่าน บิดาพลั้งมือไปชั่วขณะ รอสักครู่จะให้ท่านหลั่งโลหิตเช่นกันŽ มันสำนึกตัวว่าในโลหิตมีพิษงู จึงทำร้ายตัวเองถ่ายเลือดออกมา มิให้พิษร้ายลุกลามเร็วเกินไป กลับได้ยินเซียวเหวินกุ้ยกล่าวล่วงเกินมารดา พลันเดือดดาลเป็นการใหญ่ ใช้ท่าสุดท้ายของเพลงดาบลมครอบคลุม นามลมหวนแปรปรวนออกมา

    เซียวเหวินกุ้ยความจริงเข้าใจว่ามันต้องถูกพิษ เมื่อฝืนใจลงมือ สุดท้ายเรี่ยวแรงอ่อนโทรมมือเท้าอ่อนระทวย มิคาดมันยิ่งต่อสู้ยิ่งองอาจบนต้นแขนปรากฏหยาดโลหิตกระเซ็นซ่าน สีหน้าบิดเบี้ยวดุร้าย คล้ายวิปลาสฟั่นเฟือน อดอกสั่นขวัญแขวนมิได้

    นางตั้งตัวเป็นโจรตามมารดา ปรกติมีจิตใจโหดเหี้ยม ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา นิสัยดุร้ายอำมหิตแต่คนร้ายกลัวคนที่ดุร้ายกว่า เซียวเหวินกุ้ยดูจากเปลือกนอกจาวกวน เข้าใจเดาว่าเป็นชายหนุ่มอ่อนแอ พอรับบาดเจ็บถูกพิษร้าย จะร่ำไห้ยอมรับความพ่ายแพ้ ไหนเลยคาดคิดว่าจ้าวกวนมิเพียงเชี่ยวชาญวิชาพิษ ทั้งยังมีจิตใจที่เด็ดเดี่ยว ท่าไม้ตายของเพลงดาบลมครอบคลุมออก คล้ายลมคลุ้มฝนคลั่ง ร่างแหดาบผืนหนึ่งครอบคลุมลงหา

    เซียวเหวินกุ้ยมือไม้ปั่นป่วน กวัดแกว่งอาวุธเอ้อเหมยชื่อต้านทาน เสียงติงตังพอผ่านพ้นอาวุธเอ้อเหมยชื่อถูกกระแทกพ้นห่าง สร้างความแตกตื่นจนเซถอยไปด้านหลัง เท้าข้างหนึ่งเหยียบใส่กราบเรือ ต้องเสียหลักล้มลง

    จ้าวกวนตวัดมือซ้าย ซัดลูกดอกที่ฉาบพิษใบไม้ผลิกสลายแค้นออก ซัดต้องหัวไหล่เซียวเหวินกุ้ย มือขวาพลิกดาบกดลง พาดกับต้นคอเซียวเหวินกุ้ย กดศีรษะนางลงหาสระน้ำตวาดว่า ไม่ว่าผู้ใดห้ามิให้ลบหลู่ท่านแม่ถอนคำพูดของท่าในบัดดลŽ

    เซียวเหวินกุ้ยทั้งแตกตื่นทั้งเดือดดาลร้องว่า เจ้าเก่งกล้าสามารถก็ผลักเราลงสระ มารดาจะไม่ก้มหัวแก่เจ้าŽ

    จ้าวกวนทราบว่าสตรีนางนี้มีนิสัยป่าเถื่อนดุร้าย หากไม่สร้างความประหวั่นพรั่นกลัวแก่นางต้องไม่ยอมจำนน จึงเพิ่มกำลังข้อมือ ใช้ดาบกดใบหน้านางกับผิวน้ำ กล่าวเสียงเย็นชาว่า ท่านไม่ขอโทษท่านแม่ โฉมหน้านี้ต้องถูกทำลายไปŽ

    เซียวเหวินกุ้ยความจริงถนัดในการใช้พิษงู อาศัยลูกดอกพิษดอกหนึ่งไม่อาจทำร้ายนางแต่จ้าวกวนยังฉาบเลือดม้าที่สามารถต้านทานพิษงู ลงบนลูกดอกพิษใบไม้ผลิสลายแค้น จึงทำปฏิกิริยาต่อโลหิตในกายนาง หลังจากที่นางถูกลูกดอกซัดใส่ ตลอดทั้งร่างล้วนชาด้านมือเท้าสั่นระริก รู้สึกว่าคมดาบที่เย็นเฉียบกดใส่ต้นคอของตัวเอง เส้นผมที่ข้างจอนหูหลายเส้นแช่อยู่ในสระน้ำ ส่งกลิ่นเหม็นไหม้ออกมา ปลายจมูกตัวเองห่างออกผิดน้ำเพียงครึ่งนิ้ว

    นางเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในน้ำ พบว่าใบหน้าขาวซีด ดวงตาเปี่ยมแววหวาดหวั่นพรั่นพรึง บังเกิดความคิดประการหนึ่งขึ้น เราต้องตายในลักษณะนี้หรือ?ž พอนึกถึงคำ ตายŽ ไม่อาจปลุกปลอบความเข้มแข็งอีกต่อไป ร้องว่า เรายอมรับผิด เรายอมรับความพ่ายแพ้Ž

    ศิษย์สตรีสำนักร้อยบุปผาที่ชมดูอยู่ด้านข้างไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจ้าวกวนอายุยังเยาว์ กลับโค่นเซียวเหวินกุ้ยลงได้ ล้วนแตกตื่นจนปากอ้าตาค้าง ชิงจู๋ไม่รีรอชักช้า สืบเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร้องบอกว่า ศิษย์น้องจ้าวได้ชัยสองรอบ ก้าวขึ้นเป็นเจ้าสำนักร้อยบุปผารุ่นที่สาม ทั้งหมดยังมิรีบคำนับเหมินจู่ (เจ้าสำนัก) คนใหม่อีก?Ž

    ศิษย์สตรีสำนักร้อยบุปผาค่อยสะท้านตื่นจากภวังค์ตะลึงลาน พากันคุกเข้าลงโดยพร้อมเพรียง

    จ้าวกวนรั้งดาบกลับ เงยหน้าขึ้นกวาดตามอง เห็นเล่าศิษย์สตรีรอบสระน้ำพากันคุกเข่ากราบกราน เรียกขาน เหมินจู่Ž (เจ้าสำนัก) สายลมโชยพัดผ่าน สระระลอกคลื่นบังเกิดเป็นระลอกน้ำเลื่อมพราย ยามกะทันหันคล้ายตกอยู่ในความฝัน ในใจไม่ทราบเป็นยินดีหรือหวาดกลัว

    จบเล่ม1

หนังสือแนะนำ

Special Deal