ตอนที่ 2 เจ้าสำนักร้อยบุปผา (หน้า 7)

   สีหน้าชิงจู๋ทอแววชื่นชม กล่าวว่า มิผิดแม้แต่น้อย แต่ว่าปฏิกิริยาของท่านยังชักช้าเกินไปต้องขบคิดแล้วค่อยเข้าใจ เมื่ออยู่ท่ามกลางคนเหล่านี้ ท่านต้องสังเกตทุกความเคลื่อนไหวของนางคำนวณว่าพวกนางคิดใช้วิชาพิษอันใด จะได้ป้องกันตัวและตอบโต้กลับไป จึงรักษาชีวิตไว้ได้ อากวน ตอนนั้นเราทำอะไร?Ž

    จ้าวกวนกล่าวว่า ท่านเล็งปล้องไม้ไผ่ในแขนเสื้อไปยังเสี่ยวจวี อีกปลายหนึ่งเล็งไปที่ไป่หลันเอ๋อŽ

    ชิงจู๋ล้วงปล้องไม้ไผ่เขียวจากในแขนเสื้อกล่าวว่า มิผิด ท่านทราบหรือไม่ว่าในปล้องไม้ไผ่ของเรามีอะไร?Ž

    จ้าวกวนตอบว่า เป็นหนอนคุณไสยฉกกัดหัวใจŽ

    ชิงจู๋กล่าวว่า ถูกต้อง หนอนคุณไสยนี้ซ่อนอยู่ในปล้องไม้ไผ่ เราเล็งใส่ผู้ใด ก็ปล่อยหนอนคุณไสยใส่ผู้นั้น หากพวกนางไม่ทราบความร้ายกาจของหนอนคุณไสยฉกกัดหัวใจ ไหนเลยเชื่อฟังวาจาเราแต่โดยดี? อากวน ตอนนั้นท่านก็อยู่ก่อน ท่านทำอะไรบ้าง?Ž

    จ้าวกวนก้มศีรษะกล่าวว่า ข้าพเจ้าไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้นŽ

    ชิงจู๋กล่าวว่า เหตุใดท่านไม่ใช้พิษลับเฉพาะของมารดาท่าน เช่นแดงรวีผนึกความหอมภูษาภรณ์โฉมบุปผา ลมวสันต์โชยลูบไล้ ใบไม้ผลิสลายแค้น?

    จ้าวกวนสั่นศีรษะกล่าวด้วยความละอายว่า ข้าพเจ้า...ข้าพเจ้าไม่ได้คาดคิดมาก่อน ถึงแม้ว่าข้าพเจ้ารู้จักพิษเหล่านี้ แต่ยังไม่เคยใช้ออกŽ

    ชิงจู๋ปลอบโยนว่า ท่านไม่ต้องตำหนิตัวเองไป คนเหล่านี้ใช้พิษมาชั่วชีวิตมีประสบการณ์หลายสิบปี ท่านย่อมไม่อาจเทียบเปรียบได้ ตอนนั้นท่านไม่ได้ลงมือ อาจบางทีเป็นเรื่องดี ทำให้พวกนางหยั่งความตื้นลึกหนาบางของท่านไม่ออก ไม่ทันระวังป้องกันท่าน พวกเรายังมีเวลาเจ็ดวัน เราจะฝึกอบรมท่านเอง พวกเราต้องโค่นพวกนางพ่ายแพ้ ขึ้นครองตำแหน่งเหมินจู่ (เจ้าสำนัก)Ž

    จ้าวกวนความจริงไม่มีความทะเยอทะยานคิดเป็นเจ้าสำนักร้อยบุปผา แต่พอหวนนึกถึงความแค้นของมารดา จึงรับคำว่า จู๋เจีย (พี่สาว) โปรดชี้แนะ ข้าพเจ้าจะซักซ้อมอย่างสุดความสามารถŽ

    ชิงจู๋เริ่มฝึกอบรมจ้าวกวนในบัดดล นางกล่าวอย่างครุ่นคิดว่า อากวน เจ้าอายุยังเยาว์ มีพิษมากมายไม่เคยใช้ออก ขาดประสบการณ์ลงมือ ยามสู้ศัตรูต้องพลาดท่าเสียที ต้องแพร่พิษต่อผู้คน ค่อยรู้ซึ้งกระจ่าง แต่ภายในหุบเขาอิวเว่ยกู่มีแต่คนของตึกอื่น ผู้ใดยินยอมเป็นเครื่องมือทดสอบพิษของท่าน?Ž

    พลันบังเกิดสุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า เส้าแหย (นายน้อย) ท่านทดสอบพิษต่อข้าพเจ้าŽ

    จ้าวกวนกับชิงจู๋เหลียวหน้าไป เห็นคนกล่าววาจาเป็นติงเซียง นางความจริงยืนอยู่ที่มุมห้อง ยามนี้ค่อยเดินเข้ามา ขบริมฝีปากล่าง สีหน้าเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว หญิงสาวนางนี้เป็นหญิงรับใช้ของจีฮั่วเฮ่อ จึงเรียกหาจ้าวกวนเป็นนายน้อย

    จ้าวกวนงงงันวูบหนึ่ง จึงสั่นศีรษะบอกว่าไม่ได้ ชิงจู๋กลับกล่าวว่า ตอนนี้ได้แต่ทำเช่นนี้ อากวน พวกเรามียาขจัดทุกชนิด ติงเซียงอย่างมากได้รับความเจ็บปวด ไม่ถูกพิษถึงแก่ชีวิตŽ

    จ้าวกวนยังรีรอลังเล ชิงจู๋ชิงกล่าวว่า พวกเราจะทดลองพิษแดงรวีผนึกความหอมก่อน ติงเซียง ถอดเสื้อผ้าออกŽ

    ติงเซียงหน้าแดงระเรื่อ จากนั้นถอดเสื้อชั้นนอกอออก เผยเห็นเสื้อชั้นในที่แนบเนื้อจ้าวกวนเมื่อเยาว์วัยอยู่ร่วมกับนางทุกเช้าค่ำ แต่ไม่เคยเห็นนางเปลือยร่างมาก่อน บวกกับไม่พบพานหลายปี ติงเซียงลบเค้าความไร้เดียงสาออก เรือนร่างอวบอัดรัดรึงกว่าเดิม จ้าวกวนชมดูจนหน้าแดงสดใส มองดูชิงจู๋ กล่าวเบาๆว่า จู๋เจีย ข้าพเจ้า...ข้าพเจ้าไม่อาจลงมือŽ

    ชิงจู๋กล่าวเสียงเย็นชาว่า อากวน ท่านคิดล้างแค้นให้กับมารดาหรือไม่? เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ยงไม่อาจข่มกลั้นหรือ? ท่านฟังให้ดี ในผู้คนทั้งสี่ ท่านเป็นบุรุษเพียงหนึ่งเดียว หากกระทั่งร่างกายสตรียังไม่กล้ามองดู ยังคิดประลองอันใด?Ž

    จ้าวกวนสูดลมหายใจคำหนึ่ง กัดฟันกล่าวว่า จู๋เจีย (พี่สาว) โปรดสอนสั่งŽ

    ชิงจู๋ล้วงพิษแดงรวีผนึกความหอมจากอกเสื้อ นั่นเป็นผลสีแดงจางๆ มีขนาดเท่ากับผลไม้ที่เพิ่งงอกงามบนต้นไม้ แต่พอเพ่งพิจารณาค่อยพบว่าบนผลสีแดงเต็มไปด้วยขอเกี่ยวเล็กละเอียดแหลมคม ชิงจู๋กล่าว

    ชิงจู๋กล่าวว่า ตอนประลองฝีมือต่างโดยสารเรือ อยู่ในระยะห่าง พิษแดงระวีผนึกความหอมนี้ลักษณะคล้ายผลไม้ตามธรรมชาติ ให้บังคับไปตกลงที่ข้างตัวฝ่ายตรงข้าม ขอเพียงกระทบถูกส่วนใดบนร่างฝ่ายตรงข้าม ต่อให้กั้นด้วยเสื้อผ้าชั้นหนึ่ง ก็จะแพร่พิษทำร้าย โดยที่ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้สึกตัวŽ

    นางวางพิษแดงระวีผนึกความหอมลงบนฝ่ามือ เป่าลมหายใจเบาๆ ผลขนาดเล็กนั้นก็ลอยออกไป ชิงจู๋ใช้พลังเป็นมั่นเหมาะ บังคับพิษแดงระวีผนึกความหอมตกลงบนหัวไหล่ของติงเซียง เห็นผิวพรรณที่หัวไหล่นางกลายเป็นสีแดง วงสีแดงขยายตัวออกไป ลามถึงเฉินอกต้นแขน ติงเซียงยังยืนแน่วนิ่ง ปากกล่าวว่า ข้าพเจ้าไม่มีความรู้สึกใดŽ

    ชิงจู๋กล่าวว่า นี่คือความร้ายกาจของพิษแดงระวีผนึกความหอม ทำให้ผู้คนถูกพิษโดยที่ไม่รู้สึกตัวŽ ผ่านไปครู่หนึ่ง ชิงจู๋กล่าวอีกว่า ท่านดู ตอนนี้โลหิตภายในกายนางเริ่มโคจรเร็วขึ้น นางเกิดความกระสับกระส่ายร้อนรุ่มขึ้นมาŽ

    จ้าวกวนมองดูติงเซียง จริงดังที่ว่า นางหลั่งเหงื่อจากร่าง หอบหายใจเล็กน้อย ชิงจู๋กล่าวสืบต่อ ท่านสังเกตสีหน้าของนางหรือไม่? แสดงว่าแดงเข้มกว่าเดิม นี่เป็นอาการของพิษแดงระวีผนึกความหมายเริ่มแพร่กระจายออก ศัตรูพอถูกพิษชนิดนี้ จิตใจจะไม่จดจ่อ ลงมือโดยผลีผลามความรู้สึกเฉื่อยช้าลง ท่านสามารถฉวยโอกาสใช้พิษที่ร้ายแรงกว่านี้ ลองซัดพิษแดงระวีผนึกความหอมเริ่มแพร่กระจายออก ศัตรูพอถูกพิษชนิดนี้ จิตใจจะไม่จดจ่อ ลงมือโดยผลีผลามความรู้สึกเฉื่อยชาลง ท่านสามารถฉวยโอกาสใช้พิษที่ร้ายแรงกว่านี้ ลองซัดพิษแดงระวีผนึกความหอมใส่นางอีกŽ กล่าวพลางยื่นส่งผลขนาดเล็กให้สามลูก

    จ้าวกวนรับผลสีแดงมา ซัดใส่ติงเซียงซึ่งยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง ผลสีแดงมีขนาดเล็กและเบา ยากแก่การซัดขว้างออก จ้าวกวนทดลองหลายครั้ง ไม่อาจซีดไปไกล ชิงจู๋ที่ด้านข้างสอนให้มันใช้พลังแยบคาย สุดท้ายจ้าวกวนค่อยซัดผลสีแดงไปไกลห้าวา มีอยู่ลูกหนึ่งตกลงที่เท้าของติงเซียง

    ชิงจู๋กล่าวว่า หลังจากนี้ท่านสามารถใช้พิษที่รุนแรงต่อศัตรู ลองใช้ลมวสันต์โชยลูบไล้เถอะŽ กล่าวพลางยื่นส่งขวดเล็กๆให้ใบหนึ่ง สั่งว่า ติงเซียง เจ้าขยับเคลื่อนไหว คอยหลบหลีกไปมาŽ

    ติงเซียงปฏิบัติตรม วิ่งวนอยู่ภายในห้อง จ้าวกวนเปิดจุกขวด เทยาผงออกมาเล็กน้อยสงบจิตใจ โคจรกำลังภายใน เล็งเป้าหมายไปที่ติงเซียง งอนิ้วดีดยาผงใส่นาง

    ติงเซียงอุทานเบาๆ ล้มลงกับพื้น สีหน้าปรากฏแววเจ็บปวดรวดร้าว ชิงจู๋ร้องชมเชยว่า ประเสริฐ จู่โจมคราเดียวก็ประสบผลŽ พลางลอยตัวไป ยัดยาขจัดเม็ดหนึ่งเข้าปากติงเซียง

    จ้าวกวนก็วิ่งเข้าไปดูอาการ เห็นติงเซียงร่างสั่นระริก ใบหน้ากลับกลายเป็นสีเขียวอมม่วง หลังจากรับประทานยาขจัดพิษ ยังสั่นเทิ้มไม่หยุด ชิงจู๋กล่าวว่า ท่านเห็นหรือไม่ ยังถูกพิษแดงระวีผนึกความหอมอยู่ก่อน พอถูกพิษลมวสันต์โชยลูบไล้อีก จะเกิดปฏิกิริยารวดเร็วรุนแรงกว่าเดิม ความจริงต้อรอสักครู่พิษค่อยกำเริบ กลับกลายเป็นอออกฤทธิ์ในบัดดล ผู้ที่ถูกพิษลมวสันต์โชยลูบไล้ ร่างจะกลายเป็นเย็นเฉียบ หากไม่ได้รับยาขจัด ภายในครึ่งชั่วยามต้องเสียชีวิต

    จ้าวกวนหักใจอำมหิต ผงกศีรษะรับ รอจนยาขจัดพิษที่ติงเซียงรับประทานลงไปเริ่มออกฤทธิ์ ชิงจู๋ก็ให้จ้าวกวนทดลองใช้พิษต่อติงเซียงอีกสามสี่ชนิด ตรวจสอบปฏิกิริยาของนางดูว่า หลังจากถูกพิษนานเท่าใดค่อยเห็นผล ใช้เวลาทอดสอบทั้งสิ้นสองชั่วยาม

    ติงเซียงถูกพิษหลายชนิด ถึงแม้รับประทานยาขจัด แต่จะอย่างไรพิษร้ายยากขจัดหมดสิ้นล้มลงขดตัวกับพื้น ร่างบัดเดี๋ยวคันชา บัดเดี๋ยวปวดแปลบปลาบ บัดเดี๋ยวร้อนลวก บัดเดี๋ยวเย็นเฉียบ ทรมานยิ่งนัก จ้าวกวนชมดูจนเจ็บปวดใจกล่าวว่า เจีย (พี่สาว) วันนี้พอแล้วกระมัง ข้าพเจ้า...ข้าพเจ้ากลัวว่าติงเซียงทนทานต่อไปไม่ได้Ž

    ชิงจู๋ก็ไม่อาจหักใจเช่นกัน อนุญาตให้นางพักผ่อน จ้าวกวนคลุมเสื้อผ้าให้กับติงเซียงโอบอุ้มนางขึ้นเตียงที่ห้องชั้นใน จัดให้นางนอนลง ติงเซียงลืมตามองดูมัน ดวงตาทอแววสำนึกขอบคุณ หาตัดพ้อตำหนิแต่อย่างไรไม่

    จ้าวกวนถามเบาๆว่า ท่านยังดีอยู่หรือไม่?Ž

    ติงเซียงผงกศีรษะ กล่าวเบาๆว่า เส้าแหย (นายน้อย) เพราะเพื่อท่าน เพราะเพื่อล้างแค้นให้กับเหนียงเหนียง ข้าพเจ้าไม่ว่าอะไรล้วนทนทานได้Ž

    จ้าวกวนกุมมือนางแนบแน่น กล่าวว่า ติงเซียง ข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืมน้ำใจของท่าน ข้าพเจ้า...หลังจากนี้จะดูแลท่าน มิให้ท่านได้รับความทุกข์ยากแม้แต่น้อยŽ มันคลุมผ้าห่มให้กับติงเซียง พลันโน้มหน้าลงหอมแก้มนางฟอดหนึ่ง ติงเซียงหน้าแดงซ่านหลับตาลง เผยอยิ้มออกมา

    จ้าวกวนกลับอกมายังห้องรับแขกชั้นนอกชิงจู๋พลันถามว่า อากวน ท่านใช้อาวุธใด?Ž

    จ้าวกวนตอบว่าใช้ดาบ พลางชักดาบจากข้างเอว ชิงจู๋ยื่นมือรับไป ปากกล่าวว่า ท่านมีงูพิษตัวใหม่หรือไม่?Ž

    จ้าวกวนรับคำ มันเพาะเลี้ยงงูชั่วนาตาปีจึงล้วงกรงงูจากในถุงย่ามใบหนึ่ง ชิงจู๋มองดูงูพิษในกรงแล้วกล่าว รีดพิษของงูตู๋เม่าเสอมาสักครึ่งถ้วยŽ

    จ้าวกวนผงกศีรษะรับ หยิบถ้วยหกใบเล็กๆมาใบหนึ่ง คลุมแพรเบาบางที่ปากถ้วย จากนั้นยื่นมือไปในกรุง จับงูตู๋เม่าเสอสีแดงชาดออกมาตัวหนึ่ง ใช้นิ้วข้างขวาสองนิ้วง้างปากงู มือซ้ายถือถ้วย กดเขี้ยวพิษลงบนถ้วย มือขวาใช้นิ้วมือกดใส่ต่อมพิษของงูเบาๆ ไม่นานให้หลัง ในเขี้ยวพิษของงูก็ปรากฏหยดน้ำที่เหลืองอ่อนหยดลงในถ้วยทีละหยด

    ชิงจู๋จับตาดูพิษงูเหล่านั้น ถามว่า อากวน ในพิษงูทั้งสี่ชนิด นี่เป็นชนิดใด?Ž

    จ้าวกวนคุ้นเคยกับงูพิษเป็นอย่างดีจึงกล่าว พิษของตู๋เม่าเสอมีพิษสามชนิด ชนิดแรกทำให้ปากแผลปวดแปลบและคันชา ชนิดที่สองแล่นจู่โจมหัวใจ ทำให้โลหิตหมุนเวียนเร็วขึ้นชนิดที่สามเป็นลักษณะพิเศษของจูตู๋เม่าเสอ จู่โจมใส่กล้ามเนื้อผู้คน จนกล้ามเนื้อผ่อนคลาย ไม่สามารถบังคับได้Ž

    ชิงจู๋ผงกศีรษะถามถึงชนิดที่สี่ จ้าวกวนตอบว่า พิษงูชนิดที่สี่ทำให้ปากแผลเน่าเปื่อยได้แก่พิษของฟู่เสอ ( งูหัวสามเหลี่ยม )

    ชิงจู๋ยิ้มเล็กน้อยกล่าวว่า ท่านเพาะเลี้ยงงูอยู่หลายปี นับว่าไม่ได้สูญเปล่า พิษงูพอปล่อยออกมา ฤทธิ์ของพิษงูจะเสื่อมไปโดยเร็ว ท่านรีบฉาบพิษนี้ไว้บนดาบŽ

    ชิงกวนปฏิบัติตามคำสั่งของนาง ชิงจู๋กล่าวอีกว่า ท่านใช้ดาบนี้ฟันใส่ตัวเองŽ

    จ้าวกวนงงงันวูบหนึ่ง ไม่ทราบว่าเพราะอะไร ชิงจู๋กล่าวว่า เซี่ยวเหวินกุ้ยเป็นยอดฝีมือในการใช้งูพิษ ท่านอาจถูกพิษงูของนางทำร้ายต้องล่วงรู้ปฏิกิริยาเมื่อตอนถูกพิษ เรียนรู้วิธีการช่วยตัวเองอย่างทันท่วงที ท่านสามารถขจัดพิษชนิดนี้หรือไม่?Ž

    จ้าวกวนกล่าวว่า ข้าพเจ้าสามารถดูดพิษงูออกมา และรบประทานเลือดแห้งที่ใช้ขจัดพิษงูŽ

    ชิงจู๋ถามว่ามันมีหรือไม่ จ้าวกวนผงกศีรษะรับ ล้วงขวดเล็กๆจากอกเสื้อใบหนึ่ง ชิงจู๋ผงกศีรษะกล่าวว่า ประเสริฐ ท่านฟันใส่ตัวเองได้แล้วŽ

    จ้าวกวนไม่รีรออีกต่อไป ใช้ดาบกรีดใส่แขนซ้ายตนเองเป็นบาดแผลเส้นหนึ่ง ตอนแรกที่ถูกพิษ ที่ปากแผลไม่มีอาการปวดอย่างรุนแรงเท่าใด ชั่วครู่ค่อยพบว่าสมองเฉื่อยชา ต่อจากนั้นร่างกายอ่อนล้า สติเลอะเลือน ในตาเลอะเลือนพร่ามัว ข้างหูแว่วเสียงชิงจู๋ดังว่า พิษงูของเซียวเหวินกุ้ยต้องรุนแรงกว่าท่าน ท่านต้องทราบว่าตัวเองยืนหยัดได้นานเท่าใด ค่อยคำนวณออกว่าช่วยตัวเองทันท่วงทีหรือไม่Ž

    จ้าวกวนผงกศีรษะรับ รออยู่ครู่หนึ่งจึงบอกว่ามันแทบทนทานต่อไปไม่ได้ ชิงจู๋สั่นศีรษะกล่าวว่า ท่านต้องทนทานให้นานกว่านี้Ž

    จ้าวกวนกัดฟันฝืนทนอีกครู่หนึ่ง บอกว่าทนทานต่อไปไม่ได้แล้ว ชิงจู๋จึงกล่าว ตกลง ท่านเริ่มช่วยตัวเอง ต้องกระทำให้แล้วเสร็จเมื่อเรานับถึงห้าŽ

    จ้าวกวนยกมือบีบเค้นเลือดพิษที่ปากแผลออกมา รับประทานยาขจัดลงไป ชิงจู๋ปากนับหนึ่งถึงห้า พลันกราดฟาดฝ่ามือออก จ้าวกวนใจหายวาบ รีบถลันหลบหลีก รู้สึกกว่าร่างแข็งทื่อแทบไม่อาจสั่งการได้ ชิงจู๋กลับจู่โจมฝ่ามือใส่จ้าวกวนกัดฟันหลบหลีกยี่สิบกว่ากระบวนท่าค่อยพบว่าพิษภายในกายเริ่มเสื่อมคลายเคลื่อนไหวมือเท้าได้อย่างคล่องแคล่วดุจเดิม

    ชิงจู๋ยิ้มพลางกล่าวว่า ท่านมีวิชาตัวเบาไม่ต่ำทราม คาดว่ามีประสบการณ์จากการท่องยุทธจักร นับแต่นี้พวกเราจะให้ท่านเผชิญพิษงูวันละสามครั้ง เมื่อท่านต่อสู้กับเซียวเหวินกุ้ย ค่อยยืนหยัดได้นานกว่าเดิมŽ

    จากนั้นบอกให้จ้าวกวนล้วงเคล็ดลับวิชาพิษของจีฮั่วเฮ่อออกมา ทำการศึกษาร่วมกัน ตระเตรียมป้องกันพิษพิสดารของตึกสุ่ยเซียนกับไป่เฮ่อ

    การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ดำเนินถึงกลางวิกาล ชิงจู๋ค่อยกล่าวว่า ท่านพักผ่อนได้แล้ว เราจะออกไปดูว่าผู้อื่นมีกระบวนท่าลับอันใดหรือไม่Ž พลางเปิดประตูถลันออกไป

    จ้าวกวนกระแทกนั่งลงบนเก้าอี้ ในชีวิตมันไม่เคยใช้พิษภายในวันเดียวอย่างมากมายถึงและใช้สมองความคิดถึงเพียงนี้มาก่อน มันฝืนใจลุกขึ้น เดินถึงข้างเตียงมองดูติงเซียง เห็นนางหน้าขาวซีดนอนหลับสนิท ตนเองก็ล้มตัวลงบนเตียง หลับใหลที่ข้างกายนาง

    นับแต่นั้นทุกวี่วันจ้าวกวนจะฝึกวิชาพิษกับชิงจู๋ ศึกษาตำราพิษของมารดาร่วมกับนางทั้งซักซ้อมฝีมือโค่นคู่ต่อสู้ทั้งสาม ตลอดจนวิธีการระวังป้องกันฝ่ายตรงข้าม ภายใต้การอบรมสั่งสอนจากชิงจู๋ ทำความเจ้าใจกับเคล็ดลับในการใช้พิษ มีความรุดหน้าราวติดปีกบิน

 

    28 ต่อสู้ชิงตำแหน่ง

    เวลาเจ็ดวันผ่านไปราวติดปีกบิน ในที่สุดถึงวันประลองฝีมือ วันนี้ฟ้าไม่ทันรุ่งสาง ศิษย์สำนักร้อยบุปผาก็รวมตัวกันที่ริมสระระลอกเขียว จับฉลากเลือกคู่ประลอง ปรากฏว่ารอบแรกเซียวเหวินกุ้ยสู้กับจื่อเจียง รอบที่สองจ้าวกวนสู้กับไป่หลันเอ๋อ ผู้ชนะทำการประลองอีกรอบหนึ่ง ผู้ที่ได้ชัยจะก้าวขึ้นเป็นเจ้าสำนักร้อยบุปผ้า

    เมื่อจับคู่กัน คนของตึกต่างๆพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่า ในคนทั้งสี่ผู้ใดมีโอกาสพิชิตชัยมากที่สุด สุดท้ายเวลาแห่งการรอคอยมาถึงศิษย์สำนักร้อยบุปผาเอ่ยคำสดุดีร้อยบุปผาหลังจากนั้นไป่หลันเอ๋อประกาศว่า การประลองเริ่มขึ้น ขอเชิญหัวหน้าตึกไป่เฮ่อเซียวเหวินกุ้ยกับอาจารย์อาจื่อเจียงเข้าประลองยุทธ์Ž

    เซียวเหวินกุ้ยเดินถึงริมสระ ย่อกายคารวะต่อจื่อเจียงแต่ไกล กล่าวด้วยสีหน้าถือดีว่า อาจารย์อาโปรดออมมือŽ พลางกระโดดลงเรือน้อยด้านทิศตะวันออก ภายใต้น้ำสีเขียวมรกตของสระ เสื้อผ้าสีแดงของนางยิ่งสะดุดตา คล้ายยังแดงเฉิดฉันกว่าดอกบัวเพลิงในน้ำอีก เสี่ยวจวีที่เป็นคู่หูของนางก็ยืนอยู่ริมฝั่ง ยกมือเท้าสะเอว มองดุเหล่าสตรีชราที่เป็นกลุ่มของจื่อเจียงอย่างเย่อหยิ่งถือดี

    จื่อเจียงถลึงตาข้างเดียว ก้าวลงเรือน้อยลำหนึ่ง หยิบฉวยพายวาดคราหนึ่ง เรือน้อยก็แหวกพุ่งราวลูกธนูถึงกลางสระ

    ผู้คนที่ชมดูอยู่ด้านข้าง ต่างพากนกลั้นลมหายใจรอดูการประลองรอบแรก ชิงจู๋กล่าวเบาๆว่า เซียวเหวินกุ้ยลงเรือก่อน ช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบกล่าวได้ว่ามีโอกาสได้ชัยเจ็ดส่วน แต่จื่อเจียงก็ยากตอแย นางใช้เล่ห์กลลอบลงมือแล้ว ท่านสังเกตออกหรือไม่?Ž

    จ้าวกวนผงกศีรษะเล็กน้อยกล่าวว่า คล้ายกับวางทุ่นระเบิดในน้ำไว้Ž

    ติงเซียงสอดคำขึ้น พวกท่านดู เสี่ยวจวีลอบช่วยเหลือเซียวเหวินกุ้ย แพร่พิษบุกน้ำลุยไฟไว้Ž

    ชิงจู๋กล่าวว่า จื่อเจียงเตรียมการไว้แต่แรก โดยวางแหฟ้าตาข่ายเรืออยู่ข้างเรือ ต้านทานรับไว้จนหมดสิ้นŽ

    ทั้งสามซุบซิบกันเบาๆ สตรีบนเรือน้อยกลางสระก็เปิดฉากต่อสู้กันแล้ว

    เซียวเหวินกุ้ยบังคับแส้ยาวเหยียดเส้นหนึ่งจากในแขนเสื้อ ปลายแส้มุ่งใส่ใบหน้าของจื่อเจียงจื่อเจียงบนเรือกระโดดหลบหลีก ทางหนึ่งวาดพายแจวเรือไปทางใต้

    เห็นตัวแส้ของเซียวเหวินกุ้ยเปล่งประกายสีแดงจางๆ แสดงว่าฉาบพิษร้ายแรงไว้ ที่ร้ายกาจคือนางกลับสามารถบังคับแส้ที่ยาวเหยียดได้อย่างคล่องแคล่วปราดเปรียว ปลายแส้ยังคงยึดเหยียดถึงใบหน้าจื่อเจียง

    จื่อเจียงพลันตวาดก้อง ยกพายไม้ในมือขึ้นซ้ายม้วนพันแส้ยาวไว้ จากนั้นกระตุกโดยแรง เรือน้อยที่โดยสารอยู่ก็คุกคามเข้าหาเรือน้อยของเซียวเหวินกุ้ยอย่างรวดเร็ว จื่อเจียงยังยกพายอีกเล่มหนึ่งกรีดวาดใส่ผิวน้ำ วาดน้ำในสระสาดใส่ใบหน้าเซียวเหวินกุ้ย

    เซียวเหวินกุ้ยคิดรั้งแส้ยาวกลับมาก็ไม่ทันท่วงที จึงลอยตัวขึ้นหลายวา หลบหลีกจากสะเก็ดน้ำ เห็นชายกระโปรงสีแดงสดของนางแปดเปื้อนหยดน้ำหลายหยด ชายกระโปรงพลันกลับกลายเป็นสีดำเกรียม

    ในยามนั้นได้ยินเสียงโครมใหญ่ ที่แท้จื่อเจียงหวดพายลง ฟาดหวดเรือน้อยของเซียวเหวินกุ้ยเป็นสองเสี่ยง ร่างที่ลอบอยู่กลางอากาศของเซี่ยวเหวินกุ้ยตกวูบลง เห็นแน่ชัดว่าต้องพลัดตกลงในน้ำแล้ว

    ท่ามกลางเสียงร้องอุทานของผู้คนที่ชมดูอยู่ด้านข้าง เซียวเหวินกุ้ยพลันขยับข้อมือแส้ยาวบังคับพายหวดใส่หน้ากอจื่อเจียง จื่อเจียงด่าทอคำหนึ่ง เอี้ยวตัวหลบเลี่ยง พายไม้ก็หลุดจากมือ เมือตกลงพอดีเกี่ยวใส่กราบเรือ เซียวเหวินกุ้ยกระตุกคราหนึ่ง บิดเอวอ้อนแอ้น ร่างก็ตกลงบนเรือน้อยของจื่อเจียง

    ยามนี้สตรีทั้งสองคนหนึ่งอยู่ที่หัวเรือคนหนึ่งอยู่ที่ท้ายเรือ กลายเป็นต่อสู้ระยะประชิดใกล้ เซียวเหวินกุ้ยละทิ้งแส้ยาว ล้วงอาวุธเอ๋อเหมยชื่อ ( อาวุธชนิดหนึ่ง มีความยาวเชียะเศษ ลักษณะกลมส่วนปลายแหลม ) เล่มหนึ่งแทงใส่คู่ต่อสู้ จื่อเจียงใช้พายไม้กวาดขวางหวดตรง สภาวะเกรี้ยวกราดดุร้าย พวกนางมิเพียงใช้ฝีมือหาญหัก ทั้งยังแพร่พิษร้ายใส่ เหล่าสตรีที่ชมดูอยู่ด้านข้างต้องส่งเสียงร้องอุทานไม่ขาดหู

    จ้าวกวนชมดูอย่างจดจ่อ ได้ยินชิงจู๋กล่าวที่ข้างหูว่า ท่านดู จื่อเจียงสามารถปล่อยหนอนคุณไสยลมรวยรื่น นี่เป็นไม้ตายของแม่เฒ่าร้อยบุปผาเมื่อครั้งกระโน้น เซียวเหวินกุ้ยก็ไม่ธรรมดา อาศัยม่านแหปิดฟ้าข้ามทะเล ต้นทานหนอนคุณไสยลมรวยรื่นของจื่อเจียงไว้มารดาของนางเซียวไป่เหอเป็นศิษย์คนโตของแม่เฒ่าร้อยบุปผา เรียนรู้วิชาเร้นลับที่ผู้อื่นไม่ล่วงรู้มากหลายŽ

    จ้าวกวนผงกศีรษะรับ ชิงจู๋กล่าวอีกว่า เซียวเหวินกุ้ยวางตัวเสี่ยวจวีไว้ด้านข้างคอยช่วยเหลือเสี่ยวจวีถนัดในการใช้อาวุธเพลิง แต่จื่อเจียงเรียนรู้อาวุธเพลิงอย่างจำกัด การะประลองครั้งนี้คาดว่าเซียวเหวินกุ้ยต้องได้ชัยŽ

    ได้ยินเซียวเหวินกุ้ยหัวร่อคิกคัก พุ่งถอยไปด้ายหลัง สะบัดซัดแส้ยาวออก ปลายแส้ม้วนใส่กิ่งไม้บนต้นไม้ริมฝั่ง ฉุดร่างของนางไปทางด้านหลัง แทบเป็นเวลาเดียวกัน ใต้เรือของจื่อเจียงบังเกิดเสียงดังปึงปัง สะเก็ดน้ำกระเซ็นซ่านเรือน้อยส่ายโคลงเคลง พลิกล้มไปด้านข้าง จื่อเจียงร้องอุทานคำหนึ่ง บังคับร่างลอยตัวขึ้นเมื่อตกลงมา เรือน้อย พลิกคว่ำ กลายเป็นหงายก้นท้องเรือขึ้นมา นางทิ้งตัวลงที่ก้นท้องเรือ มาตรว่ารอดพ้นจากการตกน้ำ แต่ถุงน่องรองเท้าล้วนเปียกน้ำ สีหน้าถึงกับแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก

    เซียวเหวินกุ้ยอาศัยแส้ยาวแกว่งร่างอยู่ใต้ต้นไม้ ส่งเสียงหัวร่อไม่ขาดหู กล่าวว่า ท่านวางทุ่นระเบิดปลาเล็ดลอดจากร่างแหไว้ ไฉนกลับเลื่อนมาที่ใต้ท้องเรือของตัวเอง?Ž

    เหล่าสตรีที่ชมดูอยู่ด้านข้างเห็นใบหน้าจื่อเจียงกลายเป็นสีดำ แสดงว่าพริบตาที่เรือพลิกคว่ำ นางถูกพิษของเซียวเหวินกุ้ยทำร้ายบวกกับสองเท้าเปียกน้ำ การประลองครั้งนี้ย่อมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้ว

    ศิษย์ของจื่อเจียงที่ชมดูการต่อสู้อยู่ รีบแจวเรือไปช่วยจื่อเจียง ส่วนทุ่นระเบิดปลาเล็ดลอกจากร่างแหของจื่อเจียงไฉนเคลื่อนย้ายมาถึงใต้เรือของตัวเอง ชิงจู๋กับจ้าวกวนทราบว่าเซียวเหวินกุ้ยใช้ร่างแหช้อนทุ่นระเบิดไว้ จงใจลากทุ่นระเบิดมาที่ใต้ท้องเรือของจื่อเจียง จากนั้นระเบิดทุ่น พลิกสภาพจากแพ้เป็นชนะ

    ยามนั้นเซียวเหวินกุ้ยทิ้งตัวลงที่ริมฝั่งม้วนพันแส้ยาวไว้ที่ข้างเอว กวาดตาไปยังไป่หลันเอ๋อ สีหน้าเปี่ยมแววท้าทาย ไป่หลันเอ๋อแค่นหัวร่อกล่าวว่า มิต้องกระหยิ่มใจไป หากมิใช่ศิษย์พี่เสี่ยวจวีลอบช่วยเหลือ ท่านไหนเลยลงมือประสบผล?Ž

หนังสือแนะนำ

Special Deal