ตอนที่ 2 เจ้าสำนักร้อยบุปผา (หน้า 3)

มิคาดนิ้วทั้งห้าพอรวบเข้าหากัน อู่เทาพลันร้องอุทานเบาๆ หดมือกลับมา มือข้างนั้นคล้ายถูกนำมันที่เคี่ยวจนเดือดจัดลวกใส่ ปวดแสบร้อนยิ่ง ต่อจากนั้นร่างชาด้าน ไมอาจไหวติง สร้างความตื่นเต้นสงสัยแก่มันยิ่ง กวาดมองไปยังจ้าวกวน จ้าวกวนก็ยิ้มให้แก่มัน

    หลิงปี่อี้ทราบว่าจ้าวกวนฝึกวิชาพิษ อู่เทาคิดคร่ากุมข้อมือมัน รังแต่แส่หาความเจ็บปวดเอง จึงกล่าว พวกเราอยู่ในที่สาธารณะ ลงไม้ลงมือออกจะไม่น่าดู รบกวนพวกท่านนำข้าพเจ้าไปพบกับสหายพวกท่าน พวกเราสนิทสนมให้มากกว่านี้Ž

    อู๋เทากับอู่ปอล้วนมีหยาดเหงื่อผุดพรายทั่วใบหน้า ตลอดทั้งร่างไม่อาจขยับเคลื่อนไหว คล้ายตกอยู่ในห้วงความฝันร้าย ได้แต่รับคำ หลิงปี่อี้คว้าแขนคนทั้งสองไว้ กล่าวว่า พวกท่านนำทางเถอะŽ

    อู๋ปอทราบว่าหลิงปี่อี้ใช้กำลังภายในสะกดตนเองไว้ แสดงวิชาฝีมือแท้จริงออกมา แต่อู่เทาไม่ทราบพลาดท่าเสียทีแก่ชายหนุ่มผู้นี้อย่างไร สร้างความแตกตื่นพรั่นพรึงยิ่ง ภายใต้การประคับประคองของหลิงปี่อี้ มาถึงห้องพักในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง

    หลิงปี่อี้คลายมือจากการคว้าแขนของอู๋ปอเล็กน้อย ถามว่า คนเล่า?Ž

    อู๋ปอย้อนถามว่า ผู้ใด หลิงปี่อี้รวบนิ้วทั้งห้าลง อู๋ปอก็ปวดแปลบถึงกระดูก ไม่อาจกล่าววาจาใดได้ หลิงปี่อี้ตวาดว่า พวกท่านคิดอ่านวางแผนไว้ ตระกูลเสิ้งทราบกระจ่างดี ฉู่เสี้ยวเสียนแห่งสำนักชิงซวงไพ่อยู่ที่ใด?Ž

    อู๋เทาไม่กล้าเสแสร้งไขสืออีกต่อไป กล่าวว่า มันไม่อยู่ในเมือง มันกลัวว่าพอเข้าเมืองจะถูกพบเห็น จึงนำกำลังซุ่มอยู่นอกเมืองŽ

    หลิงปี่อี้แค่นเสียงดังเฮอะ กล่าวว่า มันรอจนพลบค่ำค่อยเข้ามา ส่วนพวกท่านทำหน้าที่ประสานงานอยู่ภายในŽ

    อู๋เทากับอู่ปอไม่ตอบคำ แสดงว่ายอมรับโดยดุษณี หลิงปี่อี้สั่นศีรษะกล่าวว่า ข้าพเจ้าทราบว่าพวกท่านมีการคบหากับคุณชายฉู่สำนักชิงซวงไพ่ แต่คราครั้งนี้คุณชายฉู่คิดฉวยโอกาสก่อกวนงานวันเกิด เป็นพฤติการณ์ที่ไม่ชอบธรรม หากคิดล้างแค้น ควรรุดไปท้าสู้อย่างเปิดเผยจึงถูกกต้องŽ

    อู๋เทาขวัญอ่อนกว่าผู้น้อง พอฟังจึงกล่าว พี่ท่านกล่าวไม่ผิด ตอนแรกพวกเรารับปากช่วยเหลือเพียงเพราะอารมณ์ชั่วแล่น เมื่อได้รับการชี้นำจากพี่ท่าน พวกเราจะไม่สอดมือยุ่งเกี่ยวแล้วŽ

    หลิงปี่อี้กล่าวว่า เท่าที่เราทราบ ยังมีจางอู่กงแห่งภูเขาจิ่วหัวซาน ผู้กล้าปาแดงไป่อู๋กุย สามผู้ชายชาติภูเขาซีซานหับหลวงจีนต้าเปยŽ

    หลิงปี่อี้ขมวดคิ้วกล่าวว่า ฝีมือของคุณชายฉู่ออกจะอำมหิตไปแล้ว จางกงจู่ตระเตรียมวางระเบิดในงานเลี้ยงกระมัง? บวกกับผงพิษโศกศัลย์ของหลวงจีนต้าเป่ย มีดบินของสามผู้เข้มแข็งภูเขาซีซาน แสดงว่ามันคิดร้ายหมายชีวิตต่อเจ้าของงานวันเกิดแล้วŽ

    อู๋ปอกล่าวว่า คุณชายฉู่บอกว่ามันจะบุกเข้าตระกูลเสิ้ง ท้าสู้กับเสิ้งปิง ที่วางตัวสามผู้เข้มแข็งภูเขาซีซานกับหลวงจีนต้าเป่ยไว้ เพื่อยับยั้งมิให้แขกเหรื่อในงานเลี้ยงสอดมือเข้ามา ส่วนดินระเบิดของจางกอู่กงที่วางไว้ ตระเตรียมว่าหากสู้แพ้ จะขอตกตายพร้อมกับคนของตระกูลเสิ้งŽ

    หลิงปี่อี้เห็นพวกมันเปิดเผยแผนการสำนักชิงซวงไพ่ออกมา ก็คลายมือจากการคว้าแขนทั้งสอง ประสานมือกล่าวว่า ขอบคุณท่านทั้งสองที่บอกกล่าว ข้าพเจ้าแซ่หลิงนามปี่อี้ เมื่อครู่ที่ล่วงเกิน โปรดให้อภัยด้วยŽ

    อู่เทากับอู๋ปอล้วนใจหายวาบ ท่านแปรเปลี่ยนกลับกลาย อู่เทาน้อยกล่าวว่า ที่แท้เป็นคุณชายใหญ่ของแพทย์ผู้กล้า ครั้งกระโน้นตระกูลเราได้รับบุญคุณจากแพทย์ผู้กล้า ยังไม่ได้ตอบแทน คุณชายใหญ่ลงมือด้วยคุณธรรม พวกเรายอมรับนับถือทั้งปากและใจŽ

    หลิงปี่อี้ถ่อมตนคำหนึ่ง ยามนั้นอู่ปอกลับเป็นห่วงหลิงปี่อี้ขึ้นมา กล่าวว่า คุณชายใหญ่ คราครั้งนี้คุณชายฉู่เรียกระดมกำลังมา ในจำนวนนี้ มีบุคคลที่ตึงมือไม่น้อย ขอท่านโปรดระมัดระวังŽ

    หลิงปี่อี้ถามว่า ตอนนี้พวกมันอยู่ที่ใด?Ž

    อู๋ปอกล่าวว่า อยู่ในศาลเจ้าพระภูมินอกเมืองตะวันออก กำหนดลงมือในยามซวี ( ภาษาแต้จิ๋วอ่านว่าสุก เป็นเวลาสองทุ่ม )

    หลิงปี่อี้กล่าวขอบคุณที่ประทานบอก ประสานมืออำลา ชักชวนจ้าวกวนออกจากโรงเตี๊ยม มาถึงที่เปลี่ยวร้างแห่งหนึ่ง จึงกล่าว น้องแซ่จ้าว ข้าพเจ้าจะออกนอกเมืองไปสืบดูว่าพวกมันนำบุคคลอันร้ายกาจใดรุดมา ทางที่ดียันพวกมันอยู่นอกเมือง ตอนนี้เวลาไม่เช้า ท่านไปยังตระกูลเสิ้งก่อน สะกดกำลังซุ่มซ่อนเอาไว้Ž

    จากนั้นบรรยายรูปโฉมของจางอู่กง ไป่อู๋กุย สามผู้เข้มแข็งภูเขาซีซานกับหลวงจีนต้าเป่ยให้ทราบ กล่าวเสริมว่า ท่านสะกดหลวงจีนที่แพร่พิษเอาไว้ยังมีคนใช้มีดบิน ใช้ดินระเบิดและผู้กล้าผาแดง ให้หาทางตรึงพวกมันเอาไว้Ž

    จ้าวกวนรับปากเป็นมั่นเหมาะ หลิงปี่อี้เห็นมันกล่าวราวกับมีความคิดอ่านอยู่ก่อน จึงตบไหล่มัน ตนเองออกจากเมืองไปทางะวันออก

    จ้าวกวนทราบว่างานเลี้ยงเริ่มในยามโหย่ว ( ภาษาแต้จิ๋ว อ่านว่า อิ๋ว ตรงกับเวลา หกโมงเย็น ) ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาแล้ว จึงเดินทางถึงบ้านตระกูลเสิ้ง แจ้งชื่อแซ่ต่อคนเฝ้าประตู ไม่นานเสิ้งไฉเหมี่ยนกับเหมยเทียนพากันออกมาต้อนรับ

    ทั้งสองเห็นมันมาคนเดียว จึงถามถึงหลิงปี่อี้ จ้าวกวนบอกว่าหลิงปี่อี้เดินเล่นที่เบื้องนอก อีกสัครู่ค่อยมาถึง เสิ้งไฉเหมี่ยนนี้ก็สั่งคนจัดหาที่นั่งให้กับจ้าวกวน

    จ้าวกวนเห็นแขกเหรื่อรุดมาไม่ขาดสาย ไม่มีโอกาสบอกต่อเจ้าภาพให้จับตาดูแขกผู้ใด พอดีเห็นน้องเล็กของตระกูลเหมยนามเหมยซือเดินผ่านมา จึงฉุดดึงมันเอาไว้ กล่าวว่า น้องแซ่เหมย วันนี้ช่างครึกครื้นนัก ท่านเป็นเพื่อนข้าพเจ้าไปชมดูตามที่ต่างๆ ได้หรือไม่?Ž

    เหมยซือ มีนิสัยร่าเริง พอพบพานเพื่อนพ้องที่มีอายุไล่เลี่ยกัน จึงยินดียิ่ง นำจ้าวกวนเดินไปตามโต๊ะต่างๆ จ้าวกวนจับตาดูแขกเหรื่อทั้งสอบถามจากเหมยซือ เดินอยู่สามสี่รอบ ก็พบเห็นไส้ศึกที่ปะปนเข้ามาหกคน ทั้งจับตาดูพวกมัน จ้าวกวนยังติดตามเหมยซือไปยังห้องครัว ชมดูพ่อครัวจัดเตรียมอาหาร สำรวจดูอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยกลับมาที่โต๊ะ    

    พอถึงยามโหย่ว แขกเหรื่อมาถึงนับพันคน ภายในตึกบรรเลงมโหรี คึกคักครึกครื้นยิ่ง งานเลี้ยงจัดที่ห้องโถงชั้นในและนอก ห้องโถงชั้นในนั่งไว้ด้วยผู้อาวุโสในยุทธจักร มีประมาณสามร้อยกว่าคน ห้องโถงชั้นนอกนั่งไว้ด้วยชาวยุทธจักรและศิษย์อายุเยาว์ มีจำนวนเจ็ดแปดร้อยคน เมื่อถึงยามซวี ผู้มาพากันลุกขึ้นกล่าวคำอวยพร คารวะสุราแก่เจ้าภาพ เจ้าภาพเสิ้งปิงยิ้มแย้มแจ่มใส เนื่องจากอายุมากแล้ว ไม่สามารถดื่มมากไป จึงให้บุตรชายทั้งสองนามเสิ้งชี้ กับเสิ้งฟู่ดื่มแทน

    บุตรีของเสิ้งปิ้งนามเสิ้งชิงชิงกับสามีเหมยอู๋เวิ่นก็อยู่ในงานเลี้ยง ทั้งสองคนจับตาดูแขกเหรื่อ พบว่าไม่มีผู้ใดมาก่อกวน ค่อยคลายใจลง เสิ้งไฉเหมี่ยนกับเสิ้งไฉเจี๋ย รวมทั้งพี่น้องตระกูลเหมยอยู่ที่ห้องโถงชั้นใน เห็นเหตุการณ์สงบเรียบร้อน ก็ดื่มกินอย่างวางใจ

    งานเลี้ยงผ่านไปรอบหนึ่ง หลิงปี่อี้ยังไม่มาถึง จ้าวกวนอดเป็นห่วงมิได้ เห็นสามชายชาติภูเขาซีซานซึ่งนั่งอยู่ติดกันผุดลุกขึ้น ไม่นานก็บอกว่าจะไปปลดทุกข์เบา ต้องครุ่นคิด คนทั้งสองช่างกลมเกลียวนัก แม้แต่ตอนปลดทุกข์ก็ไปด้วยกันž จากนั้นค่อยได้คิด พวกมันคิดไปสืบดูว่า ฉู่เสี้ยวเสียนไฉนยังไม่ปรากฏกาย?ž

    ดังนั้นลุกจากโต๊ะติดตามไป เห็นคนทั้งสามหยุดลงที่ตึกหลัง ซุบซิบหารือกันอยู่ครู่หนึ่ง ก็ออกทางประตูข้าง จ้าวกวนจึงใช้วิชาตัวเบาติดตามแต่ไกล บ่าวไพร่คนเฝ้าประตูตึกล้วนไม่ทันสังเกตเห็น

    จ้าวกวนนครุ่นคิด ตระกูลเสิ้งเป็นตระกูลใหญ่ แต่ไม่มีผู้มีความสามารถอันใด หากมิใช่พี่ใหญ่หลิงยื่นมือช่วยเหลือ ศัตรูคงบุกเข้าห้องโถงแล้วž จากนั้นครุ่นคิด ชายฉกรรจ์หน้าดำทั้งสองนั้นบอกว่าฉู่เสี้ยวเสียนวางกำลังอยู่นอกเมือง ตอนนี้สามชาติภูเขาซีซานยังรุดไปช่วยเหลือ ไม่ทราบพี่ใหญ่หลิงต้านทานรับได้หรือไม่?ž

    มันติดตามไปตลอดทาง ออกจากประตูเมืองตะวันออก มาถึงท้องทุ่งร้างแถบหนึ่ง เห็นสามชายชาติภูเขาซีซานกลืนหายไปในพงหญ้า จึงกลั้นลมหายใจมุดเข้าพงหญ้า ล้วงพงพิษจากอกเสื้อสองชนิดคิดลงมือ ที่เบื้องหน้าพลันบังเกิดเสียงตังใหญ่ คล้ายเป็นเสียงอาวุธปะทะกัน

    จ้าวกวนฉุกคิดขึ้น พี่ใหญ่หลิงยังต่อสู้กับพวกมันอยู่ž ดังนั้นอาศัยต้นหญ้าปกปิดร่องรอยคืบหน้าไป ไม่นานให้หลัง ที่เบื้องหน้าปรากฏเป็นพื้นที่ว่างแถบหนึ่ง เห็นเงาร่างสองสายต่อสู้กันกลางพื้นที่ว่าง ผู้คนยี่สิบกว่าคนรายล้อมรอบ ชมดูการต่อสู้อย่างเงียบงัน

 

    23 การต่อสู้กลางวิกาล

    คู่ต่อสู้ทั้งสองหนึ่งสวมชุดดำ ภายใต้แสงจันทร์สาดส่องเห็นเป็นชายชราผู้หนึ่ง อีกผู้หนึ่งเป็นชายหนุ่มสวมเสื้อผ้าสีเทา บุคลิกหนักแน่นเยือกเย็นประกายกระบี่แวววับจับตา คือหลิงปี่อี้เอง

    เห็นชายชราชุดดำวิ่งวนเวียนอยู่รอบกายหลิงปี่อี้ดุจพายุหอบหนึ่ง สองมือถือเจี๋ยเตา ( แปลตรงตัวว่าดาบพระ เป็นมีดดาบที่หลวงจีนใช้หั่นสิ่งของ แต่ห้ามใช้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ) ข้างละเล่ม บัดโถมเข้าไปจู่โจมติดต่อกันหลายดาบ แล้วล่าถอยกลับไป หลิงปี่อี้ยืนอยู่กลางวง ปลายกระบี่วูบวาบแวววับ ชายชราชุดดำพอบุกเข้าใกล้ จะชิงยื่นกระบี่ออก ทุกกระบี่จ่อจี้ใส่จุดสำคัญของฝ่ายตรงข้าม คุกคามจนชายชราชุดดำต้องรั้งดาบกลับคืน

       ชั่วพริบตาชายชราชุดดำวิ่งวนสามสิบกว่ารอบ จู่โจมสามสิบกว่าดาบ แต่ไม่มีเพลงดาบท่าใดใช้ถึงที่สุด มันเดินวนอีกรอบหนึ่ง พลันทอดถอนใจยาว รั้งดาบกลับคืน ประสานมือกล่าวว่า เรายอมศิโรราบแล้ว ท่านมีพลังฝีมือลึกล้ำ หากยั้งมือไว้ไมตรี เราไหนเลยไม่ทราบได้ ขออภัยที่ล่วงเกินŽ กล่าวจบล่าถอยไป ร่างกลืนหายกับความมืด

    หลิงปี่อี้สูดลมหายใจคำหนึ่ง หันกายมากล่าวว่า ยังมีสหายท่านใดคิดแนะนำสั่งสอน?Ž

    ที่ข้างวงต่อสู้ปรากฏคนผู้หนึ่งก้าวยาวๆ ออกมา กล่าวเสียงหนักๆ ว่า ท่านโค่นมิ่งเจี๋ยต้าซือผู้เฒ่าพายัพ ดาบจันทร์เย็นลูกโซ่พ่ายแพ้ติดต่อกัน แต่อย่าคิดหมายยับยั้งความคิดล้างแค้นของพวกเราเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้อง ครั้งกระโน้นอาจารย์ผู้มีพระคุณตายใต้เงื้อมมือเสิ้งปิง ความแค้นนี้ไม่ขออยู่ร่วมฟ้าเดียวกับศัตรู เราแม้ฝีมืออ่อนด้อย ยังคิดขอรับทราบเพลงกระบี่ของท่านŽ

    หลิงปี่อี้กล่าวว่า ท่านนี้คงเป็นหนึ่งบรรพตชิงซวงฟ่งเสี้ยวจวิ้นฟ่งซือฝู่ ( คำซือฟู่แปลได้หลายอย่างในที่นี้เป็นคำยกย่องผู้มีฝีมือ ) ฟังว่าท่านฝึกซ้อมพยุหกระบี่ฟ้าดินมนุษย์จนช่ำชองชำนาญ มิสู้เข้ามาพร้อมกันทั้งสามคนเถอะŽ

    ฟ่งเสี้ยวจวิ้นแค่นเสียงดังเฮอะ กล่าวว่า ท่านกลับทราบเรื่องไม่น้อย พยุหฟ้าดินมนุษย์พอเคลื่อนไหว ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บ นี่เป็นการแส่หาเรื่องของทานเอง อย่าได้โทษว่าพวกเราใช้พวกมากเข้าเอาชัยŽ

    หลิงปี่อี้กล่าวย้ำให้ลงมือ ฟ่งเสี้ยวจวิ้นหน้าแปรเปลี่ยนจนปั้นยาก โบกมือคราหนึ่ง ชายฉกรรจ์อีกสองคนถือกระบี่เดินออกมา หยุดยืนประจำตำแหน่ง กักตัวหลิงปี่อี้ไว้กึ้งกลาง

    เห็นคนทั้งสามสลับเท้าก้าวปราด โยนกระบี่ในมือออก คนที่ด้านข้างก็ยื่นมือรับเอาไว้ พริบตานั้นทั้งสามเคลื่อนร่างย้ายตำแหน่งกระบี่ทั้งสามเล่มเปลี่ยนมือไม่หยุดหย่อน คล้ายกำลังเล่นปาหี่ ก่อเกิดเป็นประกายกระบี่วงหนึ่ง รายล้มหลิงปี่อี้เอาไว้ จ้าวกวนชมดูจนสงสัยใจยิ่ง ครุ่นคิดขึ้น นี่เป็นวิชาฝีมืออันใด กลับคล้ายโยนกระบี่เล่นกายกรรม?ž

    หลิงปี่อี้ยืนอยู่ใจกลางพยุหกระบี่ กลับล่วงรู้ความร้ายกาจ ต้องใจสั่นสะท้าน ครุ่นคิดขึ้น 'พยุหกระบี่นี้พลิกแพลงกลับกลาย ไม่อาจประมาทดูแคลน หากเป็นตอนกลางวัน เราเห็นการเปลี่ยนมือของกระบี่ทั้งสามเล่มอย่างชัดเจน ยามนี้แสงจันทร์มืดสลัว หากพวกมันจู่โจมลงมือ กลับยากหลบหลีกรอดพ้น' ยามนั้นใช้ออกด้วยวิชาตัวเบาเหินฟ้าท่องเดินหน พุ่งวนอยู่ท่ามกลางคนทั้งสาม ค่อยสังเกตท่าเท้าและสภาวะกระบี่ของฝ่ายตรงข้าม

    พลันได้ยินเสียงหนึ่งตวาดเบาๆ คนทั้งสามหยุดการโยนกระบี่ พากันถือกระบี่แทงปราดใส่หลังหลิงปี่อี้ ท่าจู่โจมพร้อมพรัก แทบไม่อาจจำแนกลำดับก่อนหลัง หลิงปี่อี้กระโดดลอยตัวหลบหลีกรอดพ้น

    ทั้งสามยังคงสลับเท้าเปลี่ยนตำแหน่ง โยนกระบี่สืบต่อ หลังจากนั้นโยนติดต่อกันสองสามครั้งจะจู่โจมคราหนึ่ง หลิงปี่อี้แม้หลบรอดอย่างทันท่วงที แต่ก็ทำลายพยุหกระบี่ได้

    เห็นคนทั้งสี่เคลื่อนไหวดุจสายฟ้าคะนองฝน โดยเฉพาะหลิงปี่อี้มีท่าร่างดุจภูตพราย ศัตรูทั้งสามแม้จู่โจมกระบี่อย่างดุดัน แต่ทุกกระบวนท่าล้วนจู่โจมใส่อากาศธาตุ จ้าวกวนชมดูจนลิงโลดยินดี ครุ่นคิดขึ้น พี่ใหญ่หลิงมีวิชาตัวเบาสูงเยี่ยม กระทั่งเงาร่างยังไม่ทิ้งไว้ž

    ยามนั้นหลิงปี่อี้ช่วงชิงมีเปรียบที่ละน้อย พลันหยุดเท้าลง ยืนอยู่ใจกลางวง กระบี่ในมือจี้ซ้ายป่ายขวา คุกคามจนคนทั้งสามไม่อาจเข้าใกล้รัศมีหนึ่งวา การโยนกระบี่เชื่องช้าลง

    พลันได้ยินหลิงปี่อี้ตวาดคำ อยู่Ž แทงกระบี่ติดต่อกัน ได้ยินเสียงตังตังตัง กระบี่ของทั้งสามล้วนหลุดจากมือ ปลิวลิ่วไปไกลโข หลิงปี่อี้ยิ้มเล็กน้อย ลมราตรีโชยพัดชายเสื้อพัดพลิ้ว ท่วงท่างามสง่ายิ่ง

    จ้าวกวนชมดูจนนับถือเลื่อมใส ครุ่นคิดขึ้น พี่ใหญ่หลิงอายุยังเยาว์ พลังฝีมือกลับสูงล้ำสุดยอด ใช้ความสามารถทำลายค่ายกลศัตรู คนน้อยเอาชนะพวกมาก ทั่วหล้ามีผู้ใดเทียบเปรียบได้ มิน่าเล่าเฟยฝ่านเจีย (พี่สาว) จึงหลุ่มหลงงมงาย เจิ้งเป่าอันก็นิยมชมชื่น หากเร่งเร้าจ้าวกวนเป็นสตรี คงต้องหลงรักมันเช่นกันž

    ได้ยินหลิงปี่อี้กล่าวว่า คุณชายฉู่ ครั้งนี้ท่านยกทัพไม่บรรลุผล ยังคงถอนกำลังกลับไปเถอะŽ

    ฉู่เสียวเสี้ยนย่อมอยู่ในบริเวณ พอฟังกล่าวเสียงเย็นชา เรากับตระกูลเสิ้งมีความแค้นลึกล้ำดั่งมหาสมุทร ท่านไม่อาจขัดขวางเราได้ คืนนี้เราต้องบุกไปยังตระกูลเสิ้ง ทวงถามความยุติธรรมจากโจรเฒ่าเสิ้งŽ

    หลิงปี่อี้กล่าวว่า ท่านอยู่ที่นี้สู้ข้าพเจ้าไม่ได้ ไปยังตระกูลเสิ้งยิ่งสู้ไม่ได้Ž

    ไม่ทันขาดคำ ได้ยินเสียงขวับเขวียว ในความมืดปรากฏประกายเย็นเยียบแลบแปลบ มีดหกเล่มซัดใส่กลางหลังหลิงปี่อี้โดยพร้อมเพรียง

    หลิงปี่อี้พอได้ยินเสียง ก็ถลันหลบไปด้านข้างหนึ่งวา ปรากฏมีดสั้นสามเล่มพุ่งเฉียงผ่านไป จากนั้นสะบัดกระบี่กลับหลัง ได้ยินเสียงติงติง เมื่อกระแทกมีดสั้นสองเล่มร่วงหล่น แต่มีดสั้นเล่มสุดท้ายพุ่งเฉียดผ่านหัวไหล่ กรีดเป็นรอยโลหิตเส้นหนึ่ง

    หลิงปี่อี้ถูกลอบทำร้าย แต่ไม่แตกตื่นลนลาน ถือกระบี่หันขวับไป กลับได้ยินเสียงครางหนักๆ สามครา ในพงหญ้าปรากฏเงาร่างสามสายโถมออกมา แต่วิ่งออกมาไม่กี่ก้าวก็ล้มลงแน่นิ่งไป

    หลิงปี่อี้ลอบหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมา มันดูออกว่าคนลอบทำร้ายคือสามชายชาติภูเขาซีซาน คนทั้งสามฝึกวิชามีดบิน สามารถซัดมีดบินสามสิบหกเล่ม ในยุทธจักรน้อยคนที่หลบรอดได้ มันเข้าใจว่าหลังจากมีดบินหกเล่ม มีดบินที่เหลือจะซัดตามติดมา มิคาดเกิดเหตุแปรเปลี่ยนแต่กลางคัน มีดบินหยุดชะงัก คนทั้งสามพอวิ่งออกมาก็ล้มลง

    เห็นในพงหญ้าปรากฏคนคนผู้หนึ่งเดินออกมามันเพ่งตามอง ค่อยเข้าใจในบัดดล หัวร่อฮาฮากล่าวว่า น้องแซ่จ้าว ขอบคุณที่ช่วยเหลือŽ

    คนผู้นี้ย่อมเป็นจ้าวกวน มันเห็นสามชายชาติภูเขาซีซันซัดมีดบินออก รีบโปรยผงพิษลมวสันต์โชยลูบไล้ออก คนทั้งสามพอดีอยู่ใต้ลม จึงสูดผงพิษเข้าไป เพิ่งวิ่งออกจากผงหญ้าสองก้าว ก็ล้มลงสิ้นสติสมประดี

    ฉู่เสี้ยวเสียนเห็นสามชายชาติภูเขาซีซานลอบทำร้ายไม่สำเร็จ สีหน้ายิ่งปั้นยากกว่าเดิมกล่าวว่า เราล้างแค้นแทนบิดา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับท่าน เหตุใดจึงลงมือขัดขวาง?Ž

    หลิงปี่อี้กล่าวว่า ท่านคิดล้างแค้น สมควรรุดไปท้าสู้อย่างเปิดเผย ไฉนฉวยโอกาสที่ผู้อื่นจัดงานวันเกิดลงมือก่อกวน?Ž

    ฉู่เสี้ยวเสียนไม่ตอบคำ พลันร้องสั่งว่า ล้อมมันเอาไว้Ž ศิษย์น้องที่ด้านหลังหลายสิบคนฮือเข้ามา ชักกระบี่จากฝัก รายล้อมหลิงปี่อี้และจ้าวกวนเอาไว้ มันเองฉวยโอกาสกระโดดขึ้นบนหลังม้า ควบม้าจากไป

    หลิงปี่อี้มองดูผู้คนรอบข้าง ทอดถอนใจกล่าวว่า พวกท่านขวางข้าพเจ้าไว้ไม่ได้ คืนนี้ข้าพเจ้าไม่คิดทำร้านคน พวกท่านล่าถอยไปเถอะŽ

    เหล่าศิษย์สำนักชิงซวงไพ่ระย่นย่อต่อฝีมือของมัน ไม่กล้าบุกเข้ามา ศิษย์ผู้หนึ่งพลันร้องดังๆ ว่า สำนักชวงซิงไพ่ต้องล้างแค้นให้กับอาจารย์ผู้ล่วงลับ นอกจากท่านฆ่าพวกเราให้หมดสิ้น ไม่เช่นนั้นอย่าคิดหมายไปจากที่นี้Ž

    ศิษย์ที่หลงเหลือบังเกิดกำลังขวัญเพิ่มพูน โห่ร้องพลางถือกระบี่กลุ้มรุมเข้ามา กลับเป็นวิธีต่อสู้อย่างไม่คิดชีวิต

    หลิงปี่อี้สะบัดกระบี่ กระแทกกระบี่ของศิษย์ที่นำหน้ามาก่อนปลิวกระเด็นหลุดจากมือ ปากกล่าวว่า น้องแซ่จ้าว รบกวนท่านจัดกากับคนเหล่านี้ แต่อย่าได้ทำร้ายพวกมันถึงแก่ชีวิตŽ

    จ้าวกวนรับคำ ร้องว่า พี่ใหญ่หลิง โปรดอมยาเม็ดนี้ไว้ในปากŽ พลางงอนิ้วดีดตัวยาเม็ดหนึ่งให้กับหลิงปี่อี้ จากนั้นล้วงยาสลับหลับลึกไม่รู้รุ่งสาง ตวัดซัดมือออกไป

    เหล่าศิษย์สำนักชิงซวงสูดได้กลิ่นหอมประหลาดชนิดหนึ่ง ไม่ทันร่ำร้องออกมา ก็ล้มระเนระนาด นอนสลบไสลกับพื้น หลิงปี่อี้ชมดูจนงงงันวูบหนึ่ง กล่าวว่า รวดเร็วถึงเพียงนี้?Ž

    จ้าวกวนยิ้มพลางกล่าวว่า ปล่อยให้พวกมันหลับใหลสักสองชั่วยาม จากนั้นจะฟื้นคืนสติมาŽ

    หลิงปี่อี้สั่นศีรษะฝืนยิ้มพลางกล่าวว่า ข้าพเจ้าสมควรเปลี่ยนเป็นวิชาพิษ หากให้ข้าพเจ้าโค่นพวกมัน จี้สกัดจุดไว้ ต้องเสียเวลาทั้งเปลืองเรี่ยวแรง ท่านเพียงตวัดมือก็จัดการเรียบร้อย ไยมิใช่ประหยัดเรี่ยวแรงยิ่ง?Ž

    จ้าวกวนกล่าวว่า คนเหล่านี้ ฝีมือต่ำต้อยพอสูดลมยาสลบเข้าไปก็ล้มลง หากเผชิญยอดฝีมือ ข้าพเจ้าคงทำไม่ได้แล้วŽ

    หลิงปี่อี้หัวร่อฮาฮากล่าวว่า วันนี้ได้เห็นไม้ตายของสำนักร้อยบุปผา ถือว่าเปิดหูเปิดตา ข้าพเจ้าพอกลับไป จะร้องขอให้ท่านพอถ่ายทอดวิชาพิษแก่ข้าพเจ้าบ้างŽ

    จ้าวกวนกล่าวว่า พี่ใหญ่หลิง วิชาพิษของข้าพเจ้านับเป็นอย่างไรได้ หากสมควรฝึกวิชาฝีมือขั้นสูง โค่นศัตรูพ่ายแพ้ ยอมรับปากและใจ จึงเป็นวีรบุรุษที่แท้Ž มันนับถือเลื่อมใสในหลิงปี่อี้ คำพูดเหล่านี้กล่าวจากใจจริง

    หลิงปี่อี้ยิ้มพลางกล่าวว่า เป็นวีรบุรุษที่แท้หรือผู้กล้าจอมปลอม ต้องรอจนเสร็จเรื่องค่อยนับได้ ฉู่เสี้ยวเสียนผู้นี้ดื้อรั้นยืนกราน ต้องก่อกวนงานเลี้ยงวันเกิดให้จงได้ พวกเรารีบไปชมดูŽ

    หลิงปี่อี้กับจ้าวกวนรีบรุดเข้าเมือง หลิงปี่อี้กริ่งเกรงไปสาย ยื่นมือช้อนรองข้อศอกจ้าวกวน ทุ่มเทวิชาตัวเบาวิ่งตะบึง ไม่นานให้หลังก็มาถึงตึกเอี้ยนซูซันจวง

    ยามนี้ฉู่เสี้ยวเสียนพอดีลงจากหลังม้า ร้องท้าทายที่หน้าประตู พลันรู้สึกมีคนผู้หนึ่งตบไหล่ตนเอง พอเหลียวหน้าไป เห็นเป็นชายหนุ่มที่อยู่นอกเมือง ขัดขวางมิให้พวกมันมาก่อกวนงานวันเกิด สร้างความตื่นตระหนกยิ่ง ครุ่นคิดขึ้น คนผู้นี้ใช้สองเท้าวิ่งตะบึง กลับรวดเร็วกว่าม้าพ่วงพีอีกž

    หลิงปี่อี้กล่าวว่า คุณชายฉู่ ท่านล่วงหน้ามาก่อน คิดรุดมาดื่มสุราวันเกิดหรือ?Ž

    ฉู่เสี้ยวเสียนกระชากเสียงว่า เป็นท่าน เราคิดท้าสู้กับโจรเฒ่าเสิ้ง ท่านไสหัวไปให้ไกลกว่านี้Ž พลางบุกฝ่ามาถึงห้องโถงชั้นนอก

    ยามนั้นศิษย์รุ่นที่สองและสามของตระกูลเสิ้งกับตระกูลเหมยพากันรุดมาตามเสียง พอเห็นเช่นนั้นจึงตรงเข้ามาขัดขวาง ฉู่เสี้ยวเสียนกล่าวว่า เราคิดทวงถามความแค้นจากโจรเฒ่า เหล่าผู้เยาว์คิดหาที่ตายก่อนหรือ?Ž หยุดเล็กน้อยจึงร้องตวาดว่า เราจะให้พวกเจ้าร้องห่มร้องไห้Ž

    นี่เป็นรหัสข้อความ สั่งให้หลวงจีนต้าเปยที่ปะปนอยู่ในงานเลี้ยงลงมือแพร่พิษ เห็นหลวงจีนรูปหนึ่งลึกขึ้นยืน พลันส่งเสียงร้องคำหนึ่ง กระโดดขึ้นโต๊ะ กรีดวาดสองมือวุ่นวาย คล้ายดับเสียสติไป

    แขกเหรื่อที่ห้องโถงชั้นนอกชมดูจนนึกสงสัยใจยิ่ง มองดูมันเป็นจุดเดียว แขกเหรื่อผู้หนึ่งฉุกคิดว่าหลวงจีนรูปนี้จัดเจนในการใช้พิษ จึงร้องโพล่งว่า ผงพิษโศกศัลย์Ž

    แขกเหรื่อทั้งหลายรับฟังจนหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลาย พากันหลบลี้หนีห่าง แต่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีอาการผิดปรกติใด เมื่อเหลียวดูหลวงจีนต้าเปย เห็นหลวงจีนรูปนี้ตาเบิกตาค้าง ปากพร่ำบ่นพึมพำ กรีดมือวาดเท้าราวกับร่ำสุราเมามาย

    ได้ยินชายหนุ่มผู้หนึ่งร้องบอกว่า หลวงจีนเมาสุราแล้วŽ แขกเหรื่อทั้งหลายหัวร่อครืนออกมา บ่าวไพร่ตระกูลเสิ้ง รีบเข้ามาหอมหิ้วหลวงจีนต้าเปยอออกไป

หนังสือแนะนำ

Special Deal