บทที่ 3 นวลนางเผชิญโลก (หน้า 5 )

      “ลองคิดดู พู่กันพิฆาตกวนแป๊ะฮู้ โต๊ะเมี่ยเล่าล้ง (ชาวนาเฒ่าคร่าวิญญาณ) เชาคุน มือทราบชาดอึ้งเลียก ตลอดจนสามนักสู้ตระกูลเต๋งล้วนเป็นชนชั้นยอดฝีมือ ปรกติอยากพบพานคู่มือเปรียบติด กลับตายใต้คมดาบของลี้เซี้ยจนหมดสิ้น นี่นับว่าพ้องกับฝีมือของมารเฒ่าอูบุ้นเต็งดังนั้นเราสันนิษฐานว่าลี้เซี้ยเป็นศิษย์ของมัน”

      เจี่ยซิ้งกล่าวอีกว่า

      “ประหลาด อาจินไปยังสถานที่นั้นทำอะไร?”

      “พฤติการณ์ของอาจิน เราอาจเข้าใจได้”

      “ลองบอกมาฟังดู”

      “สตรีต่างกับบุรุษในข้อนี้ บุรุษกระทำการใดต้องมีเหตุผล มีจุดมุ่งหมาย สตรีหาเป็นเช่นนั้นไม่ บางครั้งจะกระทำอย่างเลอะเทอะวุ่นวายครั้งกระโน้นเรามักเป็นเช่นนี้ แม้แต่ตัวเองก็ไม่ทราบทำอะไร...”

      เจี่ยซิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยเยาะว่า

      “ใช่แล้ว นิสัยใจคอของโอ้วเง็กจิน มีส่วนคลับคล้ายท่านจริงๆ...”

      “อาจบางทีเจ้ากล่าวไม่ผิด อาจินมีส่วนคลับคล้ายเรา นางปล่อยตัวเจ้าอารมณ์ และหมดจดงดงาม ตอนนี้เมื่อหวนนึก เรายกนางให้กับเจ้า คาดว่าผิดไปแล้ว ทั้งนี้เพราะเจ้าชิงชังตัวเรา ย่อมไม่ชมชอบนาง...”

      ตั้งชุนฮี้กลับไม่ใส่ใจต่อเรื่องอื่น พอได้ยินเรื่องราวของโอ้วเง็กจินถึงกับใจสั่นสะท้าน ครุ่นคิดขึ้น

      “ที่แท้โอ้วเง็กจินเป็นภรรยาของเจี่ยซิ้ง มิน่าเล่านางเคยร่วมเรียงเคียงหมอนกับเขา”

      คราก่อนโอ้วเง็กชี้แนะตั้งชุนฮี้ว่า เจี่ยซิ้งชมชอบความงามสตรีวันหน้าอาจคิดเละเล็มนาง ให้ยืนกรานปฏิเสธมัน ทำลายความถือดีของเจี่ยซิ้ง อย่างนั้นจะรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ โอ้วเง็กจินหากไม่มีความสัมพันธ์กับเจี่ยซิ้ง ไหนเลยล่วงรู้เรื่องเหล่านี้ได้

      แต่โอ้วเง็กจินเมื่อเป็นภรรยาของเจี่ยซิ้ง ไฉนปฏิบัติต่อมันเช่นนี้ เหตุใดแนะนำให้มาร่ำเรียนวิทยายุทธ์กับมัน

      ตั้งชุนฮี้ยิ่งครุ่นคิดยิ่งเลอะเลือน พลันได้ยินเจี่ยซิ้ง กล่าวว่า

      “ผิดแล้ว เราชมชอบอาจิน แต่เพียงเพราะนางเป็นคู่หมั้นหมายของเรา หากตกแต่งเข้ามา เราจะไม่ชมชอบนางแล้ว”

      เจี่ยฮูหยินกล่าวว่า

      “เราไม่เข้าใจ”

      “อย่างนั้นเราบอกต่อท่าน วันใดที่นางกลับกลายเป็นภรรยาเรา เราจะแค้นนางในส่วนที่คลับคล้ายท่านแล้ว”

      ตั้งชุนฮี้นั่งรับฟังอย่างตะลึงลาน ตอนนี้นับว่าเข้าใจเรื่องราวไม่น้อยแล้ว

      ที่แท้โอ้วเง็กจินเพียงเป็นคู่หมั้นหมายของเจี่ยซิ้ง พฤติการณ์ของนางประหลาดพิกล ด้านตระกูลเจี่ยก็พิกลพิสดารเฉกเช่นกัน

      เจี่ยฮูหยินรักษารูปโฉมไม่แก่เฒ่า บวกกับมากชู้คู่หลาย ดังนั้นสร้างความไม่พอใจแก่เจี่ยซิ้ง ตั้งตัวเป็นอริกับมารดาของตัวเอง

      ตั้งชุนฮี้ไหนเลยคาดคิดว่า จะมาเผชิญบุคคลประหลาดพิกล ทางหนึ่งรู้สึกไม่สบายใจ ทางหนึ่งขบคิดจนสมองพองโต ไม่ทราบทำอย่างไรดี

      เจี่ยซิ้งพอเอ่ยถึงเรื่องราวของมารดา พลันหงุดหงิดรำคาญขึ้นมาร้องเรียกว่า

      “เง็กเน้ย...”

      หญิงรับใช้คมขำเง็กเน้ยรับคำที่เบื้องนอก สาวเท้าเข้ามา เจี้ยซิ้งโบกมือกล่าวว่า

      “เจ้านำตั้งชุนฮี้ไปพักผ่อน”

      พลางผุดลุกขึ้น ปลีกตัวจากไป

      ตั้งชุนฮี้ก็ขอตัวต่อเจี่ยฮูหยิน ติดตามเง็กเน้ยไป

      ตึกตระกูลเจี่ยไม่ทราบมีกี่ช่วงตึก ยึดครองพื้นที่เท่าใด ตลอดรายทางตั้งชุนฮี้ตัดผ่านลานตึก เดินข้ามระเบียงคดเคี้ยว อ้อมสระน้ำภูเขาจำลองกระทั่งทิศทางยังจำแนกไม่ถูก ยิ่งไม่ทราบตึกใหญ่เช่นนี้พักไว้ด้วยผู้คนมากน้อยเท่าใด

      แต่ระหว่างทาง นางน้อยครั้งจะพบเห็นผู้คน เพียงพบหน้าสตรีรับใช้ที่สูงอายุสองนาง และหญิงรับใช้เยาว์วัยสามนาง

      เง็กเน้ยชักนำนางเข้าสู่ห้องหับหลังหนึ่ง ตั้งชุนฮี้กวาดตามองต้องลอบตื่นตระหนก ครุ่นคิดขึ้น

      “หรือจะให้เราพักอยู่ที่นี้?”

      ที่แท้ห้องหับนี้ตกแต่งอย่างสูงส่งสง่า เครื่องเรือนทุกชิ้นล้วนมีค่า ตั้งชุนฮี้แม้ไม่เคยเข้าสู่โลกกว้าง ยังรู้สึกถึงบรรยากาศอันสูงส่งชนิดหนึ่ง เง็กเน้ยกล่าวว่า

      “ตั้งโกวเนี้ย เชิญพักผ่อนตามสบาย”

      ตั้งชุนฮี้กล่าวอย่างตื่นเต้นสงสัย

      “ให้ข้าพเจ้าพักอยู่ที่นี้หรือ ข้าพเจ้าไม่ต้องพักห้อง......................

    “ก่อนนี้โอ้วตั่วเสียวเจี้ยะก็พักห้องหลังนี้”

      “อย่างนั้นข้าพเยิ่งไม่คู่ควรพักอยู่ที่นี้แล้ว”

      “ท่านลองบอกต่อเสี้ยวเอี้ยว่า ท่านไม่ชมชอบ..........................................เปลี่ยนห้องให้กับท่าน”

      “ไม่ ข้าพเจ้าชมชอบยิ่ง”

      นางถือกำเนิดจากหมู่บ้านประมง ที่ผ่านพบล้วนเป็นชาวประมงที่สัตย์ซื่อสมถะ ดังนั้นมีนิสัยเปิดเผย บ่งบอกความในใจออกมาโดยไม่อำพราง

      เง็กเน้ยกล่าวว่า

      “หมายความว่าท่านมิใช่ไม่คิดพักอยู่ที่นี้ ใช่หรือไม่?”

      “ถูกแล้ว ห้องหับที่สวยงามเช่นนี้ ผู้ใดไม่คิดพักอยู่?”

      เง็กเน้ยผงกศีรษะ ร้องเรียกคำหนึ่ง ปรากฏหญิงรับใช้อายุน้อยกว่านางหนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าประตู

      เง็กเน้ยสั่งว่า

      “เซี่ยวเกียง เจ้าปรนนิบัติตั้งโกวเนี้ย ให้นางอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเจ้าอยู่ที่ห้องข้างเคียง คอยรับฟังคำเรียกหา”

      หญิงรับใช้เซี่ยวเกียงรับคำ ก็เผชิญเรื่องกระอักกระอ่วนไม่น้อย

      ที่แท้ตระกูลเจี่ย พิถีพิถันทุกสิ่ง เครื่องสุขภัณฑ์ที่ใช้ชำระกายตลอดจนเครื่องหอมที่ผสมน้ำ ทำให้สตรีชนบทเช่นนางไม่ทราบจะใช้อย่างไร

      เสื้อผ้าที่นางผลัดเปลี่ยน เป็นหญิงรับใช้เซี่ยวเกียงจัดหามา มิเพียงรับกับรูปร่าง ทั้งยังเป็นเนื้อผ้าชั้นดี เมื่อสวมใส่อยู่บนร่าง รู้สึกปลอดโปร่งสบายยิ่ง

      เซี่ยวเกียงจัดแจงหวีสางผมเผ้าให้กับนาง เมื่อนางส่องตัวเองกับกระจก แทบจดจำตัวเองไม่ออก

      เมื่อถึงเวลาอาหารค่ำ นางถูกนำพาไปยังห้องอาหารที่ตึกข้าง พบว่ามีแต่เจี่ยซิ้งคนเดียว นอกจากนั้นยังมีเง็กเน้ยยืนปรนนิบัติอยู่ด้านข้าง

      เจี่ยซิ้งพอเห็นนางเข้ามา พลันตากระจ่างวูบ จากนั้นกลับคืนเป็นปรกติ

      ตั้งชุนฮี้ไม่อาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ทั้งยังประหม่าอยู่บ้าง ทรุดนั่งลงยังตำแหน่งที่เจี่ยซิ้งชี้แนะ

      อาหารค่ำมื้อนี้มีรสชาติเอร็ดอร่อย จนตั้งชุนฮี้คล้ายรับประทานไม่เพียงพอ แต่การปรนนิบัติอย่างเอาใจใส่ สร้างความไม่สบายใจแก่นาง

      นางตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ ทุกเรื่องราวต้องจัดการเอง สองสามปีมานี้ยังต้องคอยปรนนิบัติบิดาและกอกอ ดูแลงานบ้านทุกอย่าง ตอนนี้กระทั่งข้าวสวยยังไม่ต้องตัก สำหรับกับคนขยันขันแข็งผู้หนึ่ง กลับรู้สึกไม่สบายใจ

      เจี่ยซิ้งน้อยครั้งจะเอ่ยปาก ตั้งชุนฮี้ไม่ทราบตัวเองสมควรวางตัวอย่างไร ดังนั้นไม่กล้ากล่าววาจา

หนังสือแนะนำ

Special Deal