ตอนที่ 1 เหยียบเมืองพระราชวัง (หน้า 4)

       ผู้มากลับเป็นตงฟางหย่ง ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นยอดคนพิสดารในยุทธจักร ที่ล่วงรู้ความลับของฟ้า มีตำนานเรื่องราวดึงดูดใจผู้คนยิ่งกว่าจักรพรรดิบู๊และเทพอธรรมอีกในยุทธจักรไม่มีผู้ใดทราบว่าเทพคำนวณเปิดไขฟ้ามีพลังฝีมือระดับใด แต่ทราบว่าเทพคำนวณเปิดไขฟ้ากอปรด้วยวิชาทำนายทายทักอันพิสดารล้ำ สามารถหยั่งรู้ความลับของฟ้า

       จักรพรรดิบู๊เป็นตำนานของมรรคาบู๊ ส่วนเทพคำนวณเปิดไขฟ้าเป็นตำนานอีกบทหนึ่ง ไม่ว่าฝ่ายธัมมะหรืออธรรม ล้วนให้การยกย่องตัวท่านอย่างสูง

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้าไฉนปรากฎขึ้นในที่นี้ ไม่มีผู้ใดทราบ แต่ขอเพียงเทพคำนวณเปิดไขฟ้าปรากฎกาย ต้องมีเหตุผลที่แน่นอน อย่างน้อยท่านทราบว่าตัวเองกำลังทำอะไร ในโลกหล้าหามีคนที่มีสติแจ่มใสกว่าเทพคำนวณเปิดไขฟ้าอีก

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้าทอดถอนใจคำหนึ่ง กล่าวด้วยความสะท้อนใจว่า คนบาป เป็นคนบาปอย่างแท้จริงŽ บุคคลทั้งสามไม่ทราบว่าเทพคำนวณฟ้าลิขิตกล่าวอันใด ในคำพูดแฝงความหมายอันใด แต่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่คิดเสียมารยาทต่อเทพคำนวณเปิดไขฟ้า อย่างน้อยเทพคำนวณเปิดไขฟ้าเป็นสหายของหลิวเจิ้ง เป็นบุคคลที่เทพอธรรมให้ความเคารพและเป็นบุคคลที่หวางหม่างทรงต้องการรับตัวไว้ใช้สอยที่สุด

       หลิวเจิ้งกล่าวด้วยความประหลาดใจว่า พี่ตงฟางไฉนพลันปรากฎภายในที่นี้ ?Ž ที่ท่านถามเป็นคำถามที่ทุกผู้คนคิดใคร่ถาม เทพคำนวณเปิดไขฟ้าทอดถอนใจกล่าวว่า เรายังคงมาสายไป...อาจบางทีนี่เป็นเจตนารมณ์ของฟ้าŽ พลางกวาดตาไปยังหลิวเจิ้ง ตอบคำถามของอีกฝ่ายว่า นี่มิใช่เรื่องอันฉับพลัน เราสมควรมาแต่แรกแล้วŽ

       ทุกผู้คนงงงันอีกครา ไม่เข้าใจความหมายในในวาจาของเทพคำนวณเปิดไขฟ้า การปรากฎกายของเทพคำนวณเปิดไขฟ้า ถือเป็นเรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมาย

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้าสูดลมหายใจคำหนึ่ง กล่าวว่า พวกท่านคงเคยได้ยินตำนานปรัมปราเรื่องหนึ่งตามคำเล่าขาน เมื่อครั้งบรรพกาลจักรพรรดิเหลืองหวงตี้ทำสงครามกับพญามารชืออิ๋ว ชืออิ๋วชักนำพลังจากเหนือฟ้ามา ก่อเกิดเป็นภัยพิบัติร้ายแรง ขณะที่หวงตี้ฆ่าชืออิ๋ว เกิดฝนโลหิตตกลงมาเมฆสีเลือดบดบังท้องฟ้า ภายหลังหวงตี้ผนึกวิญญาณมารของชืออิ๋วอยู่ที่เขตแดนฟ้าเหนือฟ้าสลายเมฆโลหิตออกไป แผ่นดินค่อยกลับคืนสู่ความสงบสันติŽ

       หลิวเจิ้ง เทพอธรรมและหวางหม่างล้วนเคยได้ยินตำนานเรื่องนี้ ที่ผ่านมาไม่ยึดถือว่าเป็นจริงแต่เรื่องราวในวันนี้คลับคล้ายกับตำนานเล่าขานเกิดฝนโลหิตตกลงมา เมฆสีเลือดปกคลุมไปทั่วคล้ายกับเป็นคำสาปประการหนึ่ง สั่นขวัญวิญญาณผู้คน

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้ากล่าวสืบต่อ ก่อนหน้านี้เรารู้สึกถึงปรากฎการณ์ของพลังมารรั่วไหลจากเขตแดนฟ้าเหนือฟ้า ตามบันทึกของสำนักเรา ทุกสองพันปีวิญญาณมารของชืออิ๋วจะฟื้นคืนชีพมาครั้งหนึ่ง เนื่องเพราะเขตแดนฟ้าเหนือฟ้าสะสมมนต์มารอยู่ตลอดเวลา เพื่อรอวันกลับคืนสู่โลกมนุษย์ หากพลังมารรั่วไหลออกมาจริงๆ โลกหล้าจะตกอยู่ในห้วงภัยพิบัติอีกครา ดูจากวันนี้แสดงว่าพลังมารจากเขตแดนฟ้าเหนือฟ้าได้แทรกซึมเข้ามายังแผ่นดินเกรงว่ายากหลีกเลี่ยงจากพิบัติภัยแล้วŽ

       หลิวเจิ้งถามด้วยความตระหนกว่า หรือว่าตำนานเล่าขานเป็นความจริง ?Ž

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้ากล่าวว่า เป็นความจริงแท้แน่นอน นี่ไม่เพียงจารึกอยู่ในบันทึกเรา แม้แต่บันทึกของพนานิรทุกข์ก็เขียนเอาไว้ ก่อนหน้านี้เราทำนายออกว่าหากเมืองพระราชวังเกิดเภทภัยฆ่าฟันเป็นครั้งที่เจ็ด จะกระตุ้นให้เกิดปรากฎการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า กระทบถึงพลังลี้ลับของดินฟ้า อาจชักนำให้พลังมารจากเหนือฟ้าแทรกซึมมายังโลกมนุษย์ น่าเสียดายที่เรายังคงมาสายไปŽ

       หวางหม่างและเทพอธรรมล้วนตะลึงลาน หวางหม่างตรัสถามว่า เพราะฝนโลหิตนี้หรือ ?Ž

       เทพคำนวณฟ้าลิขิตกล่าวว่า ฝนโลหิตชักนำมาซึ่งพลังมารไร้ที่สุด กัดกร่อนทุกตารางนิ้วของเมืองพระราชวัง ภายในยี่สิบปีสถานที่ซึ่งเคยกอปรด้วยพลังมังกรจะปราศจากพลังชีวิตของเทพมังกรอีก หากแต่กลายเป็นแดนพิบัติภัย ช่วงเวลาที่ถูกพลังมารจากเหนือฟ้ากัดกร่อน จะนำมาซึ่งเภทภัยร้ายแรง สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาราษฎร์ พวกท่านล้วนเป็นคนบาปของแผ่นดินŽ

       หวางหม่างทอดพระเนตรหลิวเจิ้งแวบหนึ่ง ทรงแค้นพระทัยอยู่บ้าง แต่พระองค์ทรงเป็นห่วงปัญหาของเมืองพระราชวัง ซึ่งตั้งอยู่ในนครฉางอานยิ่งกว่า จึงกล่าวถามว่า มีวิธีใดกอบกู้นครฉางอานตลอดจนผืนแผ่นดินได้ ?Ž

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้ากล่าวว่า อาจบางทีทุกประการนี้ล้วนเป็นเจตนารมณ์ของฟ้า บัญชาสวรรค์ไม่อาจแข็งขืน ไม่มีวิธีใดกอบกู้แก้ไขได้ นอกจากเจ้าชีวิตองค์ใหม่เติบโตเจริญวัย ค่อยชะล้างพลังอันซึ่งร้ายของแผ่นดินไป เมื่อสวรรค์กำหนดชะตากรรมอันใด หากพวกเราเหล่ามนุษย์ปุถุชนคิดแข็งขืน รังแต่ประสบพิบัติฟ้า เราเพียงหวังให้ทั้งหมดอย่าได้ผิดแล้วผิดเล่า หากปล่อยให้วิญญาณมารคืนสู่โลกมนุษย์ อย่างนั้นไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจรับผิดชอบได้ เห็นแก่สรรพชีวิตในโลกหล้า หวังให้จักรพรรดิบู๊กับเทพอธรรมยอมปล่อยวางความดื้อรั้นส่วนตัวร่วมกันกอบกู้เภทภัยภายหน้าจึงถูกต้องŽ

       หลิวเจิ้งย้อนถามว่า หรือว่าพี่ตงฟางให้เราประคองส่งมอบรากฐานที่ราชวงศ์ฮั่น เพียรสร้างขึ้นแก่ผู้อื่นด้วย ?Ž

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้ากล่าวอย่างจริงจังว่า เรื่องของชาติบ้านเมือง ฟ้ากำหนดแน่นอนตั้งแต่แรก หากฟ้าไม่ตัดรอนราชวงศ์ฮั่น ย่อมมีวันฟื้นฟูขึ้นใหม่ จักรพรรดิบู๊คิดฝืนทวนฟ้า รังแต่เกิดผลตรงกันข้าม ลองนึกดู ทั้งในและนอกเมืองพระราชวัง สุมซากศพดั่งภูเขา โลหิตไหลหลั่งเป็นท้องธาร ล้วนเกิดจากฝีมือของจักรพรรดิบู๊ หรือจักรพรรดิบู๊เห็นว่าตนเองกระทำถูกต้อง ?

       สีหน้าหลิวเจิ้งปั้นยากอยู่บ้าง ทอดตาไปยังขอบฟ้า ที่ขอบฟ้าคล้ายลอยล่องด้วยดวงวิญญาณนับไม่ถ้วน เมื่อสงบจิตใจลง ท่านค่อยพบว่าตนเองฆ่าคนมากเกินไปแล้ว ก่อนหน้านี้จิตใจท่านสุมด้วยความแค้น ยามนี้คำพูดของเทพคำนวณเปิดไขฟ้าคล้ายระฆังวัตรเช้า กระตุ้นเตือนให้ท่านนึกถึงสิ่งที่อยู่เหนือการฆ่าฟัน

       หลิวเจิ้งทราบว่าตนเองกระทำตามอารมณ์ไปต่อให้ท่านฆ่าหวางหม่างได้ จะให้ผู้ใดขึ้นครองราชย์ ? จนบัดนี้ในใจท่านยังไม่มีตัวเลือกอันเหมาะสม ท่านเองก็ไม่เหมาะสมกับการเป็นฮ่องเต้แน่นอน ที่กระตุ้นให้หลิวเจิ้งครุ่นคิดใคร่ครวญไม่เพียงเป็นคำพูดของเทพคำนวณเปิดไขฟ้า หากทว่าดาววิเศษที่ถือจุติขึ้นดวงนั้น ทำให้จิตใจที่คุกรุ่นด้วยความคิดฆ่าฟันเกิดที่พึ่งทางใจขึ้นมา

       หลิวเจิ้งตะลึงลานชั่วขณะ จึงระบายลมจากปากยาวๆ กล่าวว่า หลิวเจิ้งรู้สำนึกว่ากระทำผิด ได้แต่ยุติเลิกรา ยังหวังให้พี่ตงฟางชี้แนะพิบัติภัยของฟ้าด้วยŽ เทพคำนวณเปิดไขฟ้ากล่าวว่า พิบัติภัยแห่งฟ้ากำหนดแน่นอน พวกเราได้แต่คิดหาทางแก้ไข เมื่อกระทำความผิดแล้ว ก็แล้วแต่ลิขิตของฟ้า ดาววิเศษทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จุติขึ้นมากอบกู้ภัย ขอเพียงหาคนผู้นี้พบ ย่อมยับยั้งภัยพิบัติแห่งฟ้าได้Ž

 

       หลิวเจิ้งจากไปแล้ว นำบ่าวไพร่ทั้งห้าจากไป การเข่นฆ่าสังหารค่อยยุติลง หวางหม่างทรงโล่งพระทัย หลิวเจิ้งกลับถูกคำพูดของเทพคำนวณเปิดไขฟ้าโน้มน้าวจนยอมปลดปล่อยพระองค์ ทั้งรับปากว่าหลังจากนี้ขอเพียงพระองค์ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จะไม่หวนกลับมายังเมืองพระราชวังอีก

       เหล่าแม่ทัพนายกองที่รอดตายอย่างหวุดหวิดยิ่งหยั่งคะเนเทพคำนวณเปิดไขฟ้าไม่ออก หวางหม่างทรงระดมกำลังทหาร ทุ่มเทยอดฝีมือทั้งแผ่นดิน ยังไม่อาจสกัดยับยั้งหลิวเจิ้งได้ เทพคำนวณเปิดไขฟ้ากลับเกลี้ยกล่อมหลิวเจิ้งได้สำเร็จ ไหนเลยไม่สร้างความตื่นเต้นสงสัยแก่พวกมัน  เทพอธรรมระบายลมจากปากคำหนึ่ง หลิวเจิ้งพอจากไป มันก็กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง

       หวางหม่างตรัสเรียก ศิษย์พี่Ž เทพอธรรมโบกมือวูบ ทรุดนั่งลงยังตรงกลางของภาพโป๊ยขวยโคจรพลังชั่วขณะ ค่อยระบายลมจากปากยาวๆ กล่าวว่า เราไม่เป็นไร เพียงแต่ตอนที่ตงฟางหย่งสอดมือเข้ามา แยกพวกเราทั้งสามจากกัน พลังลมปราณของมันได้จู่โจมใส่ร่างเรา คิดไม่ถึงในโลกหล้านอกจากหลิวเจิ้ง ยังมีคนทำร้ายเราได้ ดูท่าเราต้องกักตัวเองฝึกวิชาก้วนเที่ยนจู้ตี้ต้าฝ่า (ยอดวิชากรอกฟ้าถ่ายเทดิน) แล้วŽ

       หวางหม่างตรัสด้วยความตระหนกพระทัยว่า ศิษย์พี่คิดฝึกยอดวิชากรอกฟ้าถ่ายเทดิน ?Ž เทพอธรรมกล่าวว่า นอกจากนี้แล้ว เรานึกไม่ออกว่ายังมีวิชาฝีมือใดเอาชนะหลิวเจิ้งกับฉินเมิ่งได้Ž

       หวางหม่างตรัสด้วยความเคลือบแคลงสงสัยว่า ฉินเมิ่งกลับกลายเป็นน่ากลัวถึงเพียงนี้หรือ ?Ž เทพอธรรมกล่าวเสียงหนักว่า ในผู้คนที่เราผ่านพบมา มันมีฝีมือรุดหน้ารวดเร็วที่สุด เกรงว่าไม่ด้อนด้อยกว่าจักรพรรดิบู๊หลิวเจิ้ง เรานึกสงสัยว่าพลังฝีมือของมันได้จากเคล็ดวิชาป้าอ๋องที่เล่าลือกันŽ

       หวางหม่างย่อมทรงทราบชื่อของฉินเมิ่ง ทั้งทรงทราบว่าเคล็ดวิชชาป้าอ๋องเป็นวิชาฝีมือของซีฉู่ป้าอ๋อง (อ๋องผู้ยิ่งใหญ่แห่งฉู่ตะวันตก) เซี่ยงหวี่ ครั้งกระโน้นฉู่ฮั่นทำสงคราม หลิวปังกับหานซิ่นผนึกกำลัง ค่อยพิชิตเซี่ยงหวี่ลงได้ หากเอ่ยถึงวิชาฝีมือ เซี่ยงหวี่สมควรพิชิตโดยไร้ผู้ต่อต้าน ดังนั้นหากว่าฉินเมิ่งได้รับยอดวิชานี้จริงๆ ความน่ากลัวของฉินเมิ่งเป็นที่คาดคิดได้

       หวางหม่างตรัสด้วยความเป็นห่วงว่า แต่ยอดวิชากรอกฟ้าถ่ายเทดินเป็นวิชาบู๊ที่ปรมาจารย์สำนักเราตั้งสมมติฐานไว้ ยังไม่เคยมีคนกล้าฝึกปรือมาก่อน ศิษย์พี่มั่นใจว่าฝึกปรือได้หรือ ?Ž

       เทพอธรรมกล่าวอย่างหนักแน่นว่า หากเราต้องตกเป็นรองผู้คนตลอดไป ไหนเลยแบกหน้าไปพบกับปรมาจารย์สำนักเราได้ ?Ž

       หวางหม่างกลอกพระเนตรแล้วตรัสว่า ฟังว่าหลิวเจิ้งกับฉินเมิ่งนัดต่อสู้กันบนยอดเขาไท่ซาน ขอเพียงพวกเราฉวยโอกาสที่พวกมันหักหาญจนบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ลงมือกำจัดฆ่าทิ้ง ยังมีผู้ใดเป็นคู่มือของศิษย์พี่อีก ?Ž

       เทพอธรรมกวาดมองหวางหม่างแวบหนึ่งกล่าวว่า ท่านทางที่ดีอย่าได้คิดอ่านเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดจัดการกับพวกมันทั้งสองพร้อมกัน หาไม่แทนที่จะได้กลับกลายเป็นสูญเสียŽ

       หวางหม่างได้แต่เงียบงันไป เปลี่ยนเป็นตรัสถามว่า ศิษย์พี่คิดกักตัวฝึกฝีมือนานเท่าใด ?Ž

       เทพอธรรมกล่าวว่า อย่างเร็วห้าปี อย่างช้าอาจยืดยาวถึงสิบยี่สิบปีŽ ซึ่งความจริงมันเองไม่มีความมั่นใจ จะอย่างไรยอดวิชากรอกฟ้าถ่ายเทดินเป็นวิชาสูงสุดขั้นสูงสุดของสำนักอธรรม ยังไม่เคยมีคนฝึกปรือสำเร็จมาก่อน ทั้งยังเป็นสิ่งที่ศิษย์สำนักอธรรมไม่กล้ากระทบถูก

       เทพอธรรมมองดูหวางหม่าง กล่าวอีกว่า ท่านใช่คิดเสาะหาบุคคลที่เป็นดาววิเศษนั้น ?Ž

       หวางหม่างผงกพระพักตร์ตรัสว่า อาจบางทีมันถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อกอบกู้ภัยŽ เทพอธรรมถามว่า ท่านคิดกำจัดคนผู้นี้ ?Ž

       หวางหม่างทรงงงงันวูบจึงตรัสว่า หากคนผู้นี้คงอยู่จริง แสดงว่าเป็นดาวจี่มุ้ย ภายหน้าอาจโยกคลอนบัลลังก์ของเรา ดังนั้นเราต้องฆ่ามันŽ

       เทพอธรรมทอดถอนใจ ไม่กล่าวกระไร มันล่วงรู้พระนิสัยใจคอของหวางหม่าง ทั้งทราบว่าดาววิเศษนี้กอปรด้วยเกณฑ์ชะตาของดาวจี่มุ้ย หากเป็นเช่นนั้นย่อมมิใช่ชนชั้นธรรมดา

       หวางหม่างตรัสถามว่า ศิษย์พี่ไม่ต้องการให้เราฆ่าคนผู้นี้ ?Ž

       เทพอธรรมกล่าวว่า เราเพียงคิดกระตุ้นเตือนท่านว่า คนผู้นี้ถือกำเนิดเกิดมาเพื่อกอบกู้ภัย โดยได้รับบัญชาจากสวรรค์ ยากที่จะจัดการได้ อย่างน้อยในตอนนี้มีบุคคลสามคนที่ท่านไม่อาจตอแยŽ

       หวางหม่างตรัสด้วยความฉงนพระทัยว่า นอกจากหลิวเจิ้งกับฉินเมิ่ง ยังมีผู้ใด ?Ž

       เทพอธรรมกล่าวว่า เป็นตงฟางหย่ง คนผู้นี้มีความสัมพันธ์กับพนานิรทุกข์ ทั้งเป็นสหายของหลิวเจิ้ง หากท่านล่วงเกินคนผู้นี้ เท่ากับล่วงเกินหลิวเจิ้งกับพนานิรทุกข์Ž

       หวางหม่างขมวดพระขนงเล็กน้อย พระองค์ความจริงตระเตรียมคร่ากุมเทพคำนวณเปิดไขฟ้า บีบังคับให้ทำนายที่มาของดาววิเศษดวงนั้น แต่เทพอธรรมกล่าวเช่นนี้ ได้แต่เลิกล้มพระทัย

       เทพอธรรมกล่าวว่า อีกไม่กี่วันเราจะออกเดินทางสู่ยอดเขาไท่ไป่ หลังจากนี้ไม่หาท่านอีก ขอให้ท่านประพฤติตัวให้ดีŽ

       หวางหม่างตรัสว่า ศิษย์พี่จากไปอย่างวางใจ เราทราบว่าควรทำอย่างไร ถึงแม้ไม่มีตงฟางหย่ง ยังมีจีม่อหยางกับซือหม่าจี้ ความสำเร็จในเชิงโหราศาสตร์ของคนทั้งสองหาเป็นรองตงฟางหย่งเท่าใด เราไม่เชื่อว่าจะหาตัวบุคคลที่คิดกอบกู้ภัยไม่พบŽ

       เทพอธรรมสั่นศีรษะอย่างอับจนปัญญา มันทราบว่าไม่มีผู้ใดเปลี่ยนพระทัยหวางหม่างได้

 

       พี่ตงฟางทราบหรือไม่ว่าดาววิเศษนั้นถือกำเนิดจากที่ใด ?Ž

       หลิวเจิ้งมองดูปรากฎการณ์บนท้องฟ้า เอ่ยปากถามขึ้น

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้าตงฟางหย่งตอบว่า พี่หลิวสมควรทราบกระจ่างกว่าเรา ราชวงศ์ฮั่นยังไม่สิ้นอายุขัยมาตรว่าเกิดเคราะห์กรรม แต่พลังมังกรยังปกป้องราชวงศ์ฮั่น ดาววิเศษสมควรถือกำเนิดที่ดินแดนหนันหยางŽ

       หลิวเจิ้งมีสีหน้ายินดี ท่านทราบเรื่องนี้โดยกระจ่างกว่าเทพคำนวณเปิดไขฟ้าจริงๆ

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้ากล่าวอีกว่า แต่เราคิดกระตุ้นเตือนจักรพรรดิบู๊ว่า ดาววิเศษผุดขึ้น แต่ดาวกษัตริย์ยังยึดอยู่กับดาวจี่มุ้ย ได้แต่รอจนดาวกษัตริย์เคลื่อนคล้อยมายังดาววิเศษ ดาววิเศษจึงสามารถฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น ไม่เช่นนั้นต้องประสบคราเคราะห์ดับสูญสิ้นไปŽ

       หลิวเจิ้งกล่าวถามว่า พี่ตงฟางเห็นควรทำอย่างไร ?Ž

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้ากล่าวว่า ดาววิเศษเป็นดาวดวงใหม่ พลังชีวิตยังอ่อนแอ ต่อให้ได้รับความคุ้มครองจากดาวจี่มุ้ย ก็เป็นเรื่องของสิบกว่าปีให้หลัง แต่ยามนี้จักรพรรดิบู๊ชักนำพลังมารจากเหนือฟ้ามาเป็นเหตุให้ดาววิเศษส่องแสงก่อนกำหนด รังแต่นำมาซึ่งคราเคราะห์ หากไม่สะกดข่มไว้ จะดับสูญไปภายในสามปี วิธีแก้ไขเพียงหนึ่งเดียวคือซุกงำประกายไว้ ก่อนที่จะมีขีดความสามารถรองรับทุกสิ่ง ไม่อาจให้ผู้ใดล่วงรู้เกณฑ์ชะตาได้Ž

       หลิวเจิ้งกล่าวอย่างสงสัยใจว่า ซุกงำประกายไว้ ? นี่จะทำได้อย่างไร ?Ž

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้าชี้แนะว่า ใช้กลิ่นอายของตลาดร้านถิ่นทางโลกกลบบดบัง ชะล้างประกายจนจางเบาบางลงŽ

       หลิวเจิ้งถามย้ำว่า ใช้กลิ่นอายของตลาดร้านถิ่นชะล้างราศีราชันหรือ ?Ž

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้ากล่าวว่า ใช่แล้ว มีแต่อาศัยอยู่ในตลาดร้านถิ่นที่พื้นเพธรรมดา จึงปิดบังประกายได้ ไม่เช่นนั้นต้องประสบคราเคราะห์ หวางหม่างต้องไม่ปล่อยปละละเว้นมันแน่นอนŽ

       หลิวเจิ้งกล่าวถามว่า หากเรามอบมันให้กับพี่ตงฟางเล่า ?

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้าส่ายหน้ากล่าวว่า เราได้แพร่งพรายความลับของฟ้า ไม่ต้องการข้องแวะกับเรื่องทางโลกอีก หลังจากเสร็จเรื่องในวันนี้ เราจะเร้นกายอยู่เหนือโลก เพื่อหลีกเลี่ยงจากกัลป์ฟ้า เกรงว่าต้องสร้างความผิดหวังแก่จักรพรรดิบู๊แล้วŽ

       หลิวเจิ้งบังเกิดความผิดหวังจริง แต่ท่านไม่บังคับขืนใจเทพคำนวณเปิดไขฟ้า ท่านล่วงรู้นิสัยใจคอของเทพคำนวณเปิดไขฟ้าเป็นอย่างดี จึงกล่าว อย่างนั้นเราไม่ขอรบกวนพี่ตงฟางแล้วŽ

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้ายิ้มพลางกล่าวว่า จักรพรรดิบู๊มียอดฝีมือมากมาย ไม่ว่าผู้ใดสามารถปฏิบัติภารกิจนี้ ไยต้องให้เราวุ่นวายไป ?Ž

       หลิวเจิ้งยิ้มตอบ เหลียวหน้าไปยังบ่าวไพร่ที่ด้านหลัง เรียกหาว่า จี้จือŽ

       นักศึกษาอายุสามสิบเศษผู้หนึ่งเดินออกมากล่าวอย่างนอบน้อมว่า จู่เหยิน (นาย) มีคำสั่งใด ?Ž

       หลิวเจิ้งล้วงป้ายหยกสีม่วงอันหนึ่งจากอกเสื้อ กล่าวว่า ถือสัญลักษณ์ของเรานี้รุดไปยังเมืองชงหลิง เข้าพบหลิวเหลียงน้องเรากับหลิวอันผู้เป็นหลานเราŽ

       นักศึกษานั้นรับป้ายหยกสีม่วงไป กลับถูกหลิวเจิ้งคว้ามือไว้ ขณะเดียวกันปรากฎความรู้สึกประหลาดประการหนึ่งแล่นเข้าสู่ห้วงสมอง แปลงเป็นความคิดและสำเนียงต่างๆ พริบตานั้นมันเข้าใจทุกสิ่งที่หลิวเจิ้งคิดกล่าว ตลอดจนความคิดคำนึงของหลิวเจิ้งอย่างถ่องแท้

       หลิวเจิ้งคลายมือออกกล่าวว่า ไปเถอะ หากสามารถกลับจากยอดเขาไท่ซานก่อนกำหนด เราจะไปหาเจ้า หวังว่าเจ้าไม่สร้างความผิดหวังแก่เราŽ

       นักศึกษานั้นรับคำว่า จู่เหยินโปรดวางใจ จี้จือจะสร้างความผิดหวังแก่จู่เหยินแน่นอนŽ

       หลิวเจิ้งยิ้มเล็กน้อย ค่อยกล่าวกับเทพคำนวณเปิดไขฟ้าว่า หวังว่ามีโอกาสพบกับพี่ตงฟางอีกŽ

       เทพคำนวณเปิดไขฟ้าทอดถอนใจกล่าวว่า เรื่องราวทางโลกไม่จีรัง บัญชาสวรรค์ยากแข็งขืน หากมีวาสนาภายหน้าต้องมีวันพบกันŽ

       หลิวเจิ้งฝืนยิ้มพลางกล่าวว่า เกรงว่าเมื่อถึงเวลานั้นเราท่านคงผมหงอกขาวแล้วŽ เทพคำนวณเปิดไขฟ้าก็ฝืนยิ้มตอบ

       นักพรตลมเย็นมองดูบุคคลที่แทบเป็นตำนานที่เบื้องหน้าทั้งสอง พวกท่านคล้ายต้นสนโบราณริมหน้าผาสองต้น ลมชิวเทียนเย็นเยือก เพิ่มกลิ่นอายอันโศกซึ้งอยู่หลายส่วนŽ

....................................................................

หนังสือแนะนำ

Special Deal