บทที่ 2 นำเรื่อง

    นี่เป็นราตรีสุดท้ายที่จิ๋นซีฮ่องเต้องค์ปัจุบันเห็นดวงจันทร์

    นภาดาวอันเวิ้งว้างไร้ขอบเขต ดาวตกอันเจิดจ้าสายหนึ่งกรีดผ่านขอบฟ้าอันมืดมิด ฝากริ้วรอยอันเรืองรอง ตกลงยังสุดปลายของท้องนภา ทิศทางที่ดาวตกร่วงลับ ปรากฏดวงดาวใหม่ที่เปล่งประกายสองดวงลอยขึ้นอย่างช้าๆ

    “สองดาราประชันแสง”

    ในยามนั้น บนดินแดนปาสซึ่งห่างไกลออกไปนับพันลี้ ชายชราผู้หนึ่งมองเห็นปรากฏการณ์บนท้องฟ้าฉากนี้เช่นกัน ที่สร้างความตื่นตระหนกแก่ท่านยิ่งกว่าคือ พร้อมกับการลอยขึ้นของดาราทั้งสอง เมฆดำคละคลุ้งได้ก่อตัวขึ้น คล้ายม่านสีดำผืนหนึ่งเคลื่อนขวางอยู่ระหว่างดินฟ้า ทำให้ราตรีจันทร์อันสุกสกาวกลับกลายเป็นมืดมิดสนิททั่ว

    ชายชราตาทอประกายเจิดจ้า รำพึงว่า “กลิ่นอายดำคลุมนภา บดบังฟ้ากลืนสุริยา หรือว่าจักรวรรดิฉินอันยิ่งใหญ่...” ต่อจากนั้นยกมือขึ้นปรบมือเป็นเสียงดังสองครา

    คนชุดดำผู้หนึ่งเดินออกจากความมืด กลั้นลมหายใจยืนห้อยมือสำรวม

    ชายชราเพ่งตาจ้องจับที่คนชุดดำถามว่า “เจ้ายังจำคำกล่าวของเราผู้เฒ่าได้หรือไม่?”

    คนชุดดำกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “บริวารจดจำขึ้นใจ ขอฝาจู (ผู้นำตระกูล) โปรดวางใจ”

    ชายชราผงกศีรษะด้วยความพึงพอใจ กล่าวว่า “เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชะตากรรมของผู้คนทั้งแผ่นดิน ไม่อาจชะล่าใจแม้แต่น้อย ในสำนักเรามีแต่เจ้าสามารถรับภารกิจนี้ หวังว่าเจ้าอย่าได้สร้างความผิดหวังแก่เราผู้เฒ่า”

    คนชุดดำกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “บริวารจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ รับใช้อย่างสุดชีวิต”

    ชายชราเดินเข้ามาตบไหล่ของคนชุดดำเบาๆ กล่าวว่า “เช่นนี้ประเสริฐสุด ไปเถอะ”

    คนชุดดำน้อมกายคารวะ จากนั้นกลืนหายกับม่านวิกาลอันมืดมิด

    สายลมโชยพัด กระพือชายเสื้อของชายชราขึ้น ราวกับผีเสื้อโบยบิน ที่ปรากฏบนใบหน้าชายชราคือการค้นพบความลับของฟ้าประการหนึ่ง

 

หนังสือแนะนำ

Special Deal