บทที่ 1 ก่อนจะถึงอวสานจิ๋นซี

จิ๋นซีฮ่องเต้จำเดิมเป็นฉินอ๋องเจิ้งแห่งรัฐฉินยุคเลียดก๊ก ใช้เวลาสิบปีล้มล้างรัฐหาน วุ่ย ฉู่ เอี้ยน จ้าวและฉี ทั้งหกรัฐตามลำดับ รวมประเทศเป็นปึกแผ่น สถาปนาขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์แรกของจีน เมื่อก่อนค.ศ. 221 ปี ทรงเชื่อว่าราชวงศ์ฉินของพรองค์จะสืบสันตติวงศ์ไปโดยไม่สิ้นสุด จึงขนานพระนามของพระองค์ว่าฉินซื่อหวงตี้ (ปฐมจักรพรรดิราชวงศ์ฉิน) ซึ่งชาวไทยรู้จักในนามจิ๋นซีฮ่องเต้

    ก่อนค.ศ. 227 ปี องค์ชายรัฐเอี้ยนนามไท่จื่อตันใช้สอยนักฆ่านามจิงเคอลอบสังหารฉินอ๋องเจิ้ง โดยซ่อนมีดไว้ในแผนที่ หากทว่าปฏิบัติการล้มเหลว เสียชีวิตกลางท้องพระโรง การพลีชีพเพื่อชาติรัฐของจิงเคอ มาตรว่าได้รับการแซ่ซ้องจากผู้คน แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์รัฐฉินผนวกหกรัฐได้

    จิ๋นซีฮ่องเต้ทรงทำตามข้อเสนอของมหาเสนาบดีหลี่ซือ ยกเลิกระบบเจ้าผู้ครองแคว้นแบ่งเขตการปกครองเป็นสามสิบหกเขต รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ริบอาวุธของหกรัฐมาหลอมสร้างเป็นมนุษย์โลหะสิบสองรูป จัดตั้งอยู่สองฟากข้างประตูวังนครเสียนหยาง ทั้งปรับปรุงระบบเงินตราชั่งตวงวัด ใช้ตัวอักษรแบบเดียวกันหมด

    แต่ว่าจิ๋นซีฮ่องเต้สั่งเผาตำรา ฝังบัณฑิตทั้งเป็น สร้างวังอาฝางกง ก่อสุสานที่ภูเขาหลีซาน ซ่อมสร้างกำแพงฉางเฉิง เพื่อป้องกันมิให้ชนเผ่าซวงหนูรุกราน กวาดต้อนกะเกณฑ์แรงงานไปเป็นจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนแก่ราษฎรอย่างแสนสาหัส

    จิ๋นซีฮ่องเต้ทรงใฝ่ฝันมีพระชนมายุยืนยาวหมื่นปี แต่แล้วทรงพระประชวรระหว่างเสด็จตรวจราชการที่หัวเมือง และสวรรคตที่แถบซาชิว (ปัจจุบันอยู่ในมณฑลเหอเป่ย) ด้วยพระชนมายุห้าสิบพรรษา สรุปแล้วพระองค์ทรงเป็นอ๋องยี่สิบห้าปี ขึ้นเป็นจักรพรรดิสิบสองปี โดยสิ้นพระชนม์เมื่อก่อน ค.ศ. 210 ปี ตอนนั้นขันทีจ้าวเกาที่ตามเสด็จร่วมมือกับหลี่ซือเปลี่ยนแปลงราชโองการ สำเร็จโทษราชโอรสองค์โตฝูซู สนับสนุนราชโอรสองค์รองหูไฮ่ขึ้นเป็นฉินเอ้อซื่อ (จักรพรรดิที่สองแห่งราชวงศ์ฉิน) จากนั้นจ้าวเกากำจัดฆ่าหลี่ซือตั้งตนเป็นมหาเสนาบดีสืบแทน

    ฉินเอ้อซื่อเป็นฮ่องเต้เจ้าสำราญ เอาแต่ร่ำน้ำจัณฑ์เคล้านางสนม อำนาจการบริหารราชการแผ่นดินจึงตกอยู่ในมือจ้าวเกา เพื่อเป็นการทดสอบหยั่งท่าทีของขุนนางในราชสำนัก มีอยู่วันหนึ่งจ้าวเกาจูงกวางตัวหนึ่งเข้าท้องพระโรง บอกว่านี่เป็นม้า ฉินเอ้อซื่อตรัสว่านี่เป็นกวางชัดๆ เหตุใดบอกว่าเป็นม้า จ้าวเกาหันไปถามเหล่าขุนนางว่าเป็นอะไร ขุนนางทั้งหลายเกรงกลัวอำนาจของจ้าวเกา จึงชี้กวางเป็นม้า จนกลายเป็นสุภาษิตบทหนึ่ง

    ก่อนค.ศ. 209 ปี เฉินเซิ่งกับอู๋กว่างถูกกวาดต้อนไปเป็นแรงงาน และได้รับเลือกเป็นผู้ควบคุมแรงงาน แต่ทั้งหมดไม่สามารถเดินทางถึงที่หมายตรงตามกำหนด ตามตัวบทกฎหมายของราชวงศ์ฉิน ทั้งหมดต้องถูกประหารชีวิต เฉินเซิ่งกับหูกว่างจึงตัดสินใจเป็นกบฏต่อแผ่นดิน

    เนื่องจากราชวงศ์ฉินปกครองบ้านเมืองโดยกดขี่ข่มเหงราษฎร หลังการลุกฮือของเฉินเซิ่งกับอู่กว่าง จึงเกิดปฏิกิริยาดุจไฟลามทุ่ง มีการก่อกบฏแทบทุกแห่งหน ในจำนวนนั้นมีบุคคลนามหลิวปังกับเซี่ยงหวี่รวมอยู่ด้วย

    หลิวปังเกิดเมื่อก่อนค.ศ. 256 ปี หมายความว่ามีอายุอ่อนกว่าจิ๋นซีฮ่องเต้ไม่ถึงสี่ปี เป็นคนหมู่บ้านเฟิงอี้อำเภอเพ่ยเสี้ยน มณฑลเฉียงซู มีชื่อเดิมว่าจี้ ตอนหนุ่มฉกรรจ์ไม่เล่าเรียนหนังสือ ชมชอบคบหาเพื่อนฝูง มีอยู่ครั้งหนึ่งเห็นขบวนของจิ๋นซีฮ่องเต้เสด็จผ่าน บังเกิดความคิดว่าลูกผู้ชายสมควรเป็นเช่นจิ๋นซีฮ่องเต้ จึงไม่เสียทีที่ถือกำเนิดเกิดมา

    ตรงกันข้ามกับเซี่ยงหวี่ ระหว่างที่จิ๋นซีฮ่องเต้เสด็จผ่านเมืองฮุ่ยจี เซี่ยงหวี่กลับรำพึงว่า “อาศัยเราพอที่จะก้าวขึ้นแทนที่จักรพรรดิฉินได้” เซี่ยงหวี่สืบเชื้อสายขุนพลรัฐฉู่ซึ่งถูกล้มล้างไป เป็นยอดนักรบที่ห้าวหาญชาญศึก ดังนั้นเซี่ยงหวี่ซึ่งมีอายุยี่สิบสี่ปี กับหลิวปังซึ่งมีอายุสี่สิบแปดปี ต่างแข็งข้อต่อราชวงศ์ฉิน คิดล้มล้างจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ที่จิ๋นซีฮ่องเต้ทรงสร้างขึ้น

หนังสือแนะนำ

Special Deal