บทที่ 1 ผู้มากับความตาย (หน้า 4)

       กล้องยาเส้นในมือมันจัดเป็นอาวุธนอกสารบบ ก้านกล้องยาเส้นสร้างจากเหล็กกล้า มีน้ำหนักเป็นพิเศษ บวกกับเถ้าถ่านในกล้องยาเส้นสามารถซัดพุ่งเป็นประกายไฟนับร้อยจุด ถือเป็นไม้ตายชนิดหนึ่ง

พู่กันพิฆาตกับสามนักสู้ตระกูลเต๋งพากันถอยห่างไป เว้นพื้นที่ว่างให้กับทั้งสอง เห็นลี้เซี้ยยกดาบชี้เฉียงแต่ไกล คิดเสือกแต่ไม่เสือกออกท่วงท่ากลับไม่ประหลาดล้ำ แต่รังสีการฆ่าฟันเพิ่มพูนทวีคูณขึ้นอีกหลายเท่า

เชาคุนพลันแค่นหัวร่อกล่าวว่า

       “ลี้เล่าซือ ท่วงท่าของท่านนับว่าไร้ผู้ต่อต้าน แต่เราผู้เฒ่าไม่รับการข่มขู่ ท่านทราบหรือไม่ว่าเป็นเพราะเหตุใด?”

       ถ้อยคำของมันแสดงว่ายินยอมบอกสาเหตุออกมา เพียงให้ฝ่ายตรงข้ามเอยปากถามไถ่เท่านั้น

       ลี้เซี้ยพานไม่เอ่ยปากถามไถ่ ทำให้ผู้ชมดูอยู่ด้านข้างคันที่หัวใจยากจะเกา หากสถานการณ์เอื้ออำนวย ต้องมีคนเอ่ยปากถามแทนแน่นอน ตั้งแต่เผชิญหน้า จวบกระทั่งกล่าววาจา เชาคุนพ่นควันออกจากปากไม่หยุดยั้ง ผู้คนถึงกับเคลือบแคลงสงสัยว่า ปอดของมันอัดควันไว้มากน้อยเท่าใด

       ลี้เซี้ยรักษาท่วงท่าตอนแรกไว้ตลอดเวลา ทั้งยังคงบุคลิกภาพที่คุกคามคนเอาไว้ พลันเห็นลี้เซี้ยพุ่งโถมไปเบื้องหน้าดุจสายฟ้า คนเคลื่อนตามดาบกลับกลายเป็นประกายดาบอันเจิดจ้าสายหนึ่ง แหวกพุ่งใส่ฝ่ายตรงข้ามเชาคุนตวาดก้อง ขยับข้อมือควงกล้องยาเส้น ใช้ออกด้วยท่าฮ้วยเซ่าโชยกุน (กวาดล้างทั้งกองทัพ) รับสภาวะจู่โจมของลี้เซี้ยไว้อย่างหักโหม

       กล้องยาเส้นของเชาคุนมีระดับความเร็วกว่าที่คาดคิดไว้มากนักได้ยินเสียงตัง เมื่อกระทบถูกประกายดาบอันเจิดจาบาดตานั้น ลี้เซี้ยกระโดดขวางไปหลายก้าว พอยืนหยัดมั่น เห็นเขาขมวดคิ้วคล้ายไม่พอใจต่อท่าจู่โจมที่ไม่ประสบผลนี้อย่างยิ่ง เชาคุนกลับไม่ฉวยโอกาสตะลุยไล่ สร้างความสงสัยใจแก่ผู้คนที่ชมดูอย่างใหญ่หลวง

       ลี้เซี้ยจับจ้องมองเชาคุนชั่วขณะ พลันเสือกดาบคุกคามใส่มัน ฝีเท้าของลี้เซี้ยแปลกประหลาดยิ่ง คล้ายเดินอยู่กลางท้องทะเลที่แฝงไว้ด้วยคลื่นลับ ทุกฝีเท้าก้าวย่างต้องทุ่มเทอย่างสุดกำลัง ค่อยรักษาระดับการทรงตัวและสภาพการณ์รุดหน้าได้แต่ลี้เซี้ยพอคุกคามออกไปหนึ่งก้าว ทุกผู้คนรู้สึกว่ารังสีการฆ่าฟันของตัวดาบเพิ่มพูนขึ้นไม่น้อย หากทั้งสองฝ่ายมีระยะห่างกันกว่าสิบก้าวเพียงรังสีการฆ่าที่เพิ่มพูนขึ้นโดยไม่หยุดยั้งนี้ ก็เพียงพอกับการกดคุกคามเชาคุนจนจาดใจตาย

       พริบตานั้น ระยะห่างของทั้งสองฝ่ายย่นใกล้เข้า เชาคุนยังยืนหยัดดุจขุนเขา ไม่ได้ชิงลงมือ มุมปากกลี้เซี้ยประดับด้วยรอยยิ้มเย็นชา พลันสะบัดดาบจู่โจมออก สภาวะดาบของเขารวดเร็วดุจสายฟ้า กรีดเป็นภาพแปลกประหลาดภาพหนึ่ง ยังคงไม่มีผู้ใดดูออกว่าดาบของเขามาอย่างไรไปอย่างไร

       ดังนั้นเมื่อดาบของเขาเปลี่ยนจากกรีดวาดเป็นฟาดฟัน ก็ไม่มีผู้ใดเห็นชัดตา เชาคุนพอดีขวางกล้องยาเส้น ปิดป้องต้านรับดาบนี้ไว้อาวุธทั้งสองพอกระทบกัน บังเกิดเสียงเคร้งดังสะท้าน ลี้เซี้ยรั้งสภาวะดาบกลับมา ยืนหยัดอย่างมั่นคงเชาคุนพอต้านรับไว้ ก็เซตึงตึงถอยไปสี่ห้าก้าว ค่อยทรงกายมั่นในสามนักสู้ตระกูลเต๋งมีคนผู้หนึ่งโห่ร้องชมเชยออกมา อีกผู้หนึ่งร้องว่า

       “กระบวนท่าของคุนเหลา (ผู้เฒ่าคุน) นี้วิเศษแท้...” เชาคุนกระทั่งศีรษะยังไม่เหลียวกลับ ยังคงเผชิญหน้ากับลี้เซี้ยดุจเดิม บรรยากาศเปลี่ยนเป็นหนักอึ้งเคร่งเครียด ทั้งนี้เพราะทั้งหมดล้วนไม่ทราบว่าไฉนเกิดสภาพเช่นนี้ ทั้งสองหลังจากปะทะกระบวนท่า เหตุใดไม่จู่โจมสืบต่อ ชั่วครู่ให้หลัง ค่อยเห็นเชาคุนส่งเสียงไออย่างรุนแรงจากนั้นโลหิตฉีดพุ่งออกจากปาก เท้าอ่อนระทวยล้มโครมลงกับพื้น! หนึ่งในสามนักสู้ตระกูลเต๋งกระโดดปราดถึงข้างกายเชาคุน ย่อกายลงตรวจดู จากนั้นยืดกายขึ้น สั่นศีรษะกล่าวว่า

       “มันไม่รอดแล้ว”

       โจรสลัดสองคนวิ่งปราดมา หามเชาคุนซึ่งเป็นมหาโจรที่จบชีวิตใต้คมดาบคนที่สองไปจากวงต่อสู้ ลี้เซี้ยกวาดสายตาไปยังสามนักสู้ตระกูลเต๋ง ปากกล่าวเสียงเย็นชา

       “คนผู้นี้มีพลังฝีมือมิใช่ชั่ว” เชาคุนมีฝีมือเข้มแข็งจริง แต่ในที่สุดยังคงตายใต้ดาบลี้เซี้ย พี่ใหญ่สามนักสู้ตระกูลเต๋งนามเต๋งเฮี้ยงสืบเท้าไปหนึ่งก้าวกล่าวว่า

       “ลี้เล่าซือมีพลังฝีมือไร้ผู้ต่อตาน เราสามพี่น้องยอมศิโรราบ ไม่ต้องต่อสู้แล้ว” ลี้เซี้ยมองดูสองนักสู้ตระกูลเต๋งที่หลงเหลือ คนทั้งสองล้วนผงกศีรษะรับ เป็นความหมายว่าเห็นด้วยกับคำพูดของพี่ใหญ่

ลี้เซี้ยกล่าวเสียงเย็นชา

       “อย่างนั้นพวกท่านล่าถอยไปด้านข้างก่อน” เต๋งเฮียงรับคำ นำน้องทั้งสองเคลื่อนขวางไปวาเศษ

       ลี้เซี้ยไม่กล่าววาจา ขวางดาบเดินเข้าหาพู่กันพิฆาต เขาพอเคลื่อนกาย ก็ปรากฏพลังสภาวะอันเกรี้ยวกราดชนิดหนึ่งคุกคามใส่พู่กันพิฆาต พู่กันพิฆาตยากที่จะทนทานได้ ตวาดว่า

       “ช้าก่อน” ลี้เซี้ยพอคุกคามเข้าไปอีก พู่กันพิฆาตก็ถูกพลังสภาวะนี้คุกคามจนไม่มีเวลาเอ่ยปาก รีบเกร็งกำลังทั่วร่างขึ้นต่อต้าน ลี้เซี้ยชะงักเท้า กล่าวเสียงเย็นชา

       “ท่านคุกเข่าขอความกรุณา จะได้รับการละเว้นชีวิต” พู่กันพิฆาตมีชื่อเสียงนานปี พลังฝีมือกล้าแข็ง มิใช่ไม่มีความสามารถเสี่ยงชีวิต เพียงแต่ไม่มีความมั่นใจเอาชัย ดังนั้นคิดยอมรับการพ่ายแพ้ เจรจาสงบศึก

ด้วยศักดิ์ศรีของพู่กันพิฆาต ตามกฎระเบียบของบู๊ลิ้ม ลี้เซี้ยสมควรไว้หนั้นจึงถูกต้อง แต่ลี้เซี้ยมิเพียงไม่ไว้หน้า ยังหยามเหยียดอย่างใหญ่หลวง ดังนั้นพู่กันพิฆาตกระชากเสียงว่า

       “ผู้ใดขอความกรุณา?”

ลี้เซี้ยกล่าวเสียงเย็นชา

       “หากไม่ขอความกรุณาก็ลงมือ”

       “ตกลง ท่านระวัง”

       มันจะอย่างไรเป็นผู้มีชื่อเสียง ดังนั้นตอนลงมือแจ้งต่ออีกฝ่ายหนึ่งตามธรรมเนียม กล่าวจบคำย่อกายลง วิ่งวนอยู่รอบกายของศัตรู เห็นพู่กันทั้งคู่ในมือมัน คล้ายแม่เบี้ยของอสรพิษสองตัว ยืดหดอยู่แปลบปลาบ สามารถจู่โจมออกทุกเมื่อ

ลี้เซี้ยโอบดาบมองดูมัน ปล่อยให้มันวิ่งวนเวียน ยังคงรักษาสถานภาพของตัวเองไว้ พู่กันพิฆาตวิ่งวนอยู่สิบกว่ารอบ พลันใช้พู่กันคู่ออกด้วยท่าชุนเซาะ จ้าเตี้ยง (หิมะพลันละลาย) แยกย้ายจู่โจมใส่ร่างท่อนบนและกลางของลี้เซี้ย กระบวนท่าของมันเพิ่งใช้ถึงกลางคัน ทิศทางพู่กันก็เปลี่ยนแปรกระบวนท่าที่มุ่งจู่โจมใส่ใบหน้า เปลี่ยนเป็นมุ่งใส่จุดสำคัญที่ทรวงอก พู่กันที่จี้ใส่ทรวงอก เปลี่ยนเป็นจู่โจมใส่ใบหน้า การสับเปลี่ยนกระบวนท่าทั้งรวดเร็วทั้งลี้ลับ เป็นฝีมือที่เฉียบขาดจริงๆ

       ลี้เซี้ยยกดาบในมือขึ้น ทั้งไม่ปิดสกัดพู่กันศัตรู และไม่จู่โจมตอบโต้ แต่พู่กันพิฆาตพบว่าดาบของศัตรูกอปรไปด้วยการรุกและรับ ท่าไม้ตายของตัวเองสูญเสียอำนาจการจู่โจมไป มิอาจไม่รั้งกลับมา สามนักสู้ตระกูลเต๋งชมดูจนสงสัยใจยิ่ง เห็นพู่กันพิฆาตเบนเบี่ยงอาวุธ เปลี่ยนเป็นจู่โจมใส่ด้านข้าง เสียงติงติงสองครา พู่กันของมันล้วนจี้ถูกคมดาบของศัตรู คราครั้งนี้ทั้งสองประลองกำลังภายในกัน ลี้เซี้ยไม่กระแทกฝ่ายตรงข้ามล่าถอย แต่ก็ไม่ตกเป็นเบี้ยล่าง ทั้งสองแยกย้ายผละจากกัน ลี้เซี้ยพลันตวัดดาบตีโต้ เห็นดาบในมือของเขาเปลี่ยนเป็นภาพซับซ้อนภาพหนึ่ง คล้ายตวัดพู่กันขีดเขียนตัวหนังสือหวัดขนาดใหญ่ตัวหนึ่ง ในประกายดาบแลบแปลบปลาบ ลี้เซี้ยพลันฟาดฟันดาบลงหา พู่กันพิฆาตไขว้สลับพู่กันทั้งคู่ รับกระบวนท่านี้ไว้บังเกิดเสียงเคร้งใหญ่คราหนึ่ง เห็นพู่กันพิฆาตถอยกายไปสามก้าว สร้างความตื่นตระหนกแก่ทุกผู้คนยิ่ง เข้าใจว่าพู่กันพิฆาตมีสภาพเช่นเดียวกับเชาคุน หลังจากยืนทรงตัวอยู่ชั่วขณะ ต้องล้มตายลง

       มิคาดครั้งนี้หาเป็นเช่นนั้นไม่ พู่กันพิฆาตพอทรงกายมั่น ก็สะบัดพู่กันชิงจู่โจมพู่กันทั้งคู่ทั้งจี้ ทิ่ม เขี่ย กวาด ใช้ออกดุจลมฝน ชั่วพริบตาจู่โจมติดต่อกันเจ็ดแปดกระบวนท่าลี้เซี้ยไม่หนักมือกินแรง คลี่สะบัดประกายดาบ ต้านทานรับท่าจู่โจมระลอกนี้ไว้ พู่กันพิฆาตโหมจู่โจมเจ็ดแปดกระบวนท่า ไม่อาจโค่นศัตรูลงได้พลังสภาวะก็อ่อนโทรมลงลี้เซี้ยพลันตวัดดาบ กรีดเป็นภาพประหลาดภาพหนึ่ง ประกายดาบวูบขึ้นดุจสายฟ้า ก็ฟันถูกพู่กันพิฆาต ดาบนี้ฟันถูกจุดสำคัญที่ทรวงอกพู่กันพิฆาต ยุติการต่อสู้ในรอบที่สามนี้ลง ซิมอูเห็นลี้เซี้ยใช้เพลงดาบที่พิกลสุดหยั่งคาดนี้หลายครั้งครา ในสายตาเขากระบวนท่านี้คล้ายกำลังเขียนหนังสือตัวหนึ่ง เมื่อโครงร่างเสร็จสิ้นลง สภาวะดาบพลันแผ่พุ่งออกจู่โจมสังหารศัตรู โดยเฉพาะดาบที่สังหารเชาคุนเมื่อครู่เด็ดขาดที่สุด ทั้งนี้เพราะลี้เซี้ยใช้สภาวะดาบออกด้วยความชั่วร้ายดุดัน มาตรว่าเชาคุนปิดป้องต้านรับไว้ แต่พลังดาบอันเกรี้ยวกราดชำแรกผ่านลมปราณคุ้มครองกายของเชาคุนเข้าไป กระแทกชีพจรหัวใจมันขาดสะบั้น ซิมอูเริ่มเชื่อแล้วว่า ผู้ที่ต่อสู้กับลี้เซี้ยต้องตายแน่นอน ดังนั้นไม่ว่าล่วงรู้ประวัติความเป็นมาของเขาหรือไม่ ล้วนเป็นเช่นเดียวกัน

       นี่คือลักษณะพิเศษของเพลงดาบลี้เซี้ย นอกจากท่านสามารถโค่นลี้เซี้ยพ่ายแพ้ ไม่เช่นนั้นท่านพอลงมือต้องตาย ลี้เซี้ยไม่แยแสเหลือบแลซากศพของพู่กันพิฆาต ก้าวยาวๆ เข้าหาสามนักสู้ตระกูลเต๋ง ตัวดาบแผ่รังสีการฆ่าฟันเยียบเย็น แสดงว่าเขาคิดลงมือต่อพวกมันแล้ว เต๋งเฮี้ยงส่งเสียงตวาดที่คล้ายรหัสสัญญาณ เต๋งทงกับเต๋งเจียวพากันกระจายกำลังออก กอปรเป็นรูปสามเส้าขึ้น ตาขอคู่ในมือสามพี่น้องก็ยืดหดแปลบปลาบ รวมเป็นพลังสภาวะอันกล้าแข็ง ต่อต้านรังสีดาบของลี้เซี้ยเอาไว้

เต๋งเฮี้ยงกล่าวว่า

       “ลี้เล่าซือ ท่านรักษาคำพูดหรือไม่?”

ลี้เซี้ยกล่าวเสียงเย็นชา

       “เราเมื่อลั่นปากต้องปฏิบัติตาม”

       “อย่างนั้นท่านไฉนยังคิดลงมือ?”

       “เราจำได้ว่า ไม่เคยบอกว่าจะไม่ลงมือต่อพวกท่าน” เต๋งเฮี้ยงงงงันวูบ ค่อยทราบว่าพวกมันถูกหลอกลวงแล้ว

       เมื่อครู่ตอนที่พวกมันยอมรับการพ่ายแพ้ ลี้เซี้ยไม่ได้บอกว่าจะปล่อยปละละเว้นพวกมันจริงๆ ตอนนั้นลี้เซี้ยเพียงบอกให้พวกมันล่าถอยไปด้านข้างก่อน ตามกฎระเบียบของบู๊ลิ้ม ลี้เซี้ยกล่าวเช่นนี้ เท่ากับปล่อยปละละเว้นตอ่พวกมัน แต่หากโต้แย้ง สามารถบอกว่าไม่ลงมือชั่วคราว เต๋งเฮี้ยงย่อมเข้าใจว่านี่เป็นแผน่ถวงเวลาของลี้เซี้ย ทั้งนี้เพราะตอนนั้นยังมีพู่กันพิฆาตคนหนึ่ง หากลี้เซี้ยยืนกานไม่ปล่อยปละละเว้นพวกมันอย่างนั้นพู่กันพิฆาตอาจฮวยโอกาสที่ทั้งหมดต่อสู้กัน หลบหนีไปจากที่นี้ดังนั้นลี้เซี้ยจึงใช้วิธีนี้ตรึงพวกมันไว้

เต๋งเฮียงจะอย่างไรเป็นชาวยุทธจักรที่เจนจัด จากเพลงดาบของลี้เซี้ย ดูนิสัยอันชั่วร้ายอำมหิตของคนผู้นี้ออก ทราบว่าไม่ว่ากล่าวอย่างไรก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากการต่อสู้ พานไม่กล่าวมากความอีกลี้เซี้ยมองดูคนทั้งสามอย่างเย็นชา แสดงท่าทีว่า “กิน” พวกมันแน่นอน แต่เขาไม่ได้ลำพองตน และไม่ได้ยึดถือการฆ่าคนเป็นความสุข หากแต่เขามีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าสามารถโค่นคนทั้งสามพ่ายแพ้

       เนื่องด้วยสามนักสู้ตระกูลเต๋งรับรู้ชาติกำเนิดและต้นตอวิชาฝีมือของลี้เซี้ย ดังนั้นลี้เซี้ยไม่ยอมปล่อยปละละเว้นพวกมันแน่นอน เห็นลี้เซี้ยสืบเท้าคุกคามออกไป ฝีเท้าไม่มีสุ้มเสียงผิดปรกติใด แต่ผู้ที่เผชิญหน้ากับเขา ต่อให้หลับตาลง ก็รู้สึกถึงเงาทะมึนของความตาย

เต๋งเฮี้ยงตวาดก้อง กวัดแกว่งตาขอโถมเข้าไป พี่น้องทั้งสองก็ลงมือคุ้มครองจากทางสองปีกคนทั้งสามพอลงมือ ก็แสดงออกซึ่งการร่วมมืออันรอบคอบรัดกุม ผนึกเป็นน้ำหนึ่งอันเดียว แฝงอานุภาพกล้าแข็งยิ่ง ตาขอคู่ทั้งหกด้ามกรีดเป็นประกายเจิดจ้าบาดาเกลื่อนกลาดหนุนเนื่องใส่ลี้เซี้ยดุจระลอกคลื่นลี้เซี้ยร่ายรำดาบคุ้มครองกาย ในเสียงเคร้งคร้าง ปิดสกัดไว้เจ็ดแปดตาขอ ท่ามกลางเงาตาขอที่หนุนเนื่องดุจคลื่นกระแทกฝั่ง เขายังยืนหยัดดุจหินผา ไม่โยกคลอนแม้แต่น้อย

       ชั่วพริบตา สามนักสู้ตระกูลเต๋งโหมจู่โจมสี่ห้าสิบตาขอ บังเกิดเสียงโลหะปะทะสะท้อนสะท้านไปทั่วบริเวณ การศึกครั้งนี้คล้ายกินแรงลี้เซี้ยที่สุด ทั้งนี้เพราะนับตั้งแต่เริ่มลงมือจนถึงบัดนี้ เขาตกเป็นฝ่ายรับ ไม่สามารถตี้โต้กลับไปพลันเห็นประกายดาบสาดกระจาย เสียงเคร้งเคร้งติดต่อกันสามครั้งครา รูปขบวนของสามนักสู้ตระกูลเต๋งถูกลี้เซี้ยกระแทกแตกกระจายออก โดยกระชั้นชิดติดกัน ลี้เซี้ยใช้ท่าจู่โจมสังหารออก ประกายดาบคล้ายงูมังกรเต็มฟ้า กรีดเป็นภาพอันซับซ้อนยุ่งเหยิงภาพหนึ่ง สามพี่น้องตระกูลเต๋งรู้สึกสภาวะดาบของฝ่ายตรงข้ามร้อยเปลี่ยนพันแปลง คล้ายกับช่องว่างระหว่างกันถูกประกายดาบทับถมไว้ ทำให้ไม่สามารถจู่โจมตาขอออกได้ ความรู้สึกเช่นนี้ผุดขึ้นในห้วงสมองคนทั้งสามพร้อมกัน ลี้เซี้ยพลันฟันดาบออกดุจสายฟ้า เต๋งเฮี้ยงแผดร้องคำหนึ่ง ทอดร่างเป็นซากศพก่อน เต๋งทงกับเต๋งเจียวทางหนึ่งบังเกิดความตื่นตระหนก ทางหนึ่งสะกิดสันดานดุร้ายขึ้น กุมกระชับตาขอโถมใส่ศัตรูราวกับนัดแนะกันไว้ ลี้เซี้ยใช้ดาบอย่างรวดเร็ว สะบัดควับควับสองครา ล้วนฟันถูกพี่น้องทั้งสอง จากนั้นกระโดดออกนอกวงเต๋งทงกับเต๋งเจียวโถมออกไปหกเจ็ดก้าว ค่อยทยอยล้มลง แน่นิ่งเสียชีวิตไป

       จนบัดนี้ลี้เซี้ยจู่โจมสังหารผู้คนหกคน แต่บนร่างไม่แปดเปื้อนคราบโลหิตแม้สักจุดเดียว จากนั้นสอดดาบคืนฝักด้วยท่าร่างสง่างามสุดเปรียบปานเล้าเล่าตั่วและพวกยืนตัวสั่นงันงก เค้าความดุร้ายที่มีอยู่ปลาสนาการไปสิ้นลี้เซี้ยโบกมือทำท่าขับไล่ เล้าเล่าตั่วและเหล่าโจรสลัดคล้ายได้รับคำนิรโทษ วิ่งหนีจากไปจนไร่ร่องรอย

หนังสือแนะนำ

Special Deal