ตอนที่ 7 แมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืด

      ระบบเกมของกลอรี่สนับสนุนการใช้เสียงสด ซ้ำยังสมจริงมากอีกด้วย แชนแนลเสียงจะมีเพียงแชนแนลเดียวนั่นคือ “ตรงหน้า” ระยะความห่างใกล้หรือไกลกันของตัวละครจะมีผลต่อความดังเบาของเสียง ตัวระบบมีสูตรคำนวณหลักการถ่ายทอดเสียงของมันเอง ในเกมจะไม่มีดนตรีพื้นหลัง มีแต่เสียงซาวด์เอฟเฟกต์ประเภทลมพัดใบไม้ไหว เมื่อสวมหูฟังแล้ว ความรู้สึกเสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงจะเข้มข้นมาก

      เยี่ยซิวเดาว่าคนที่ตะโกนโหวกเหวกนั่นคือเยวี่ยจงเหมียน เขาเองก็เห็นคำเตือนจากระบบเรื่องการปรากฏตัวของบอสลับแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดแล้ว เยี่ยซิวเคาะคำว่า “เหอะๆ” ส่งออกไป แล้วก็ได้ยินเสียงของเยวี่ยจงเหมียนพูดขึ้นว่า “ใช้พูดเอาสิ พิมพ์เอาทำไม”

      “มีคนหลับอยู่ ไม่สะดวก” เยี่ยซิวเคาะแป้นพิมพ์ตอบไปเช่นนี้ จากนั้นก็ล้วงบุหรี่ออกมาจากกระเป๋า เขย่าออกจากซองมามวนหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว คาบไว้ด้วยปากแล้วจุด

      “อ้อ” เยวี่ยจงเหมียนแสดงความเข้าใจ แล้วก็ถามต่อ “คนอื่นๆ ล่ะ”

      คนที่เหลืออีกสามคนพากันส่งเสียงตอบ จากนั้นเยวี่ยจงเหมียนก็แสดงอาการผิดหวัง “ไม่มีสาวๆ เรอะ!”

      ท่ามกลางเสียงหัวเราะ ทั้งคณะก็ออกเดินทาง

      ป่าแห่งกริมม์เป็นดันเจี้ยนขนาดเล็กที่มีไว้สอนผู้เล่นมือใหม่ให้ทำความคุ้นเคยกับเกม มันจะยากได้สักแค่ไหนกัน โดยเฉพาะเมื่อเห็นได้ชัดว่าเยวี่ยจงเหมียนไม่ใช่นักเล่นมือใหม่ เขาเป็นผู้บัญชาการ ตลอดทางก็ฝ่าด่านฆ่ามอนสเตอร์กันอย่างราบรื่น หลังจากเยี่ยซิวสั่งให้จวินม่อเซี่ยวใช้สกิลรักษาของนักบวชออกไปสองครั้งในช่วงต้น ก็ถูกเยวี่ยจงเหมียนใช้ทำหน้าที่แทนนักบวช กลายเป็นตัวสนับสนุนไปโดยปริยาย ความจริงในดันเจี้ยนระดับล่างๆ เช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้สูตรสามเหลี่ยมเหล็ก “นักรบ นักเวท นักบวช” แต่เห็นได้ว่าเยวี่ยจงเหมียนลงดันเจี้ยนด้วยสูตรนี้จนชินแล้ว จึงบัญชาการไปตามสูตร ตัวของเขาเองทำหน้าที่เป็นตัว * MT ( * Main-Tank - ทำเชิงอรรถ ตัวชนหลัก หมายถึงผู้เล่นที่รับบทเป็นตัวหลักของการดึงดูดการโจมตี แบกรับการโจมตีของมอนสเตอร์ คนรองลงมาได้แก่ 2T 3T 4T) คอยดึงดูด*ความเกลียดชัง (* เชิงอรรถ Hate ยิ่งมอนสเตอร์มีความเกลียดชังผู้เล่นคนไหนมาก ก็ยิ่งไม่หันไปโจมตีผู้เล่นคนอื่นๆ) อีกสามคนเป็นตัว *ดาเมจ ( *เชิงอรรถ - DPS หรือ Damage Per Second ค่าความเสียหายต่อวินาที สามารถใช้หมายถึงผู้เล่นที่ทำหน้าที่จู่โจมสร้างความบาดเจ็บเสียหายต่อมอนสเตอร์หรือผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม) หรือสร้างความเสียหาย ส่วนจวินม่อเซี่ยวถูกเขาใช้ให้เป็นผู้อำนวยการกองสนับสนุนไป

      การเดินหน้าควบคู่ไปกับเสียงเข่นฆ่าและเสียงเฮของลูกทีมทั้งห้า เยี่ยซิวนั้นชำนาญการ เลือกเดินบนตำแหน่งได้เปรียบ ได้รับคำชมเชยอย่างสูงจากหัวหน้าปาร์ตี้ แต่จิตใจของเยี่ยซิวขณะนี้กลับวูบไหว เขาฝ่าดันเจี้ยนพิชิตด่านพร้อมกับผองเพื่อนครั้งสุดท้ายคือเมื่อไหร่กันนะ ความรู้สึกเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นมานานแค่ไหนแล้วนะ

      มองดูเหล่ามอนสเตอร์ลูกสมุนล้มคว่ำลงทีละตัว ความนึกคิดของเยี่ยซิวผุดลอยคล้อยเคลื่อน ความทรงจำที่เขาระลึกได้นั้นมีมากเกินไปจริงๆ การผจญภัยในป่าแห่งกริมม์ ทำให้เขาถึงกับนึกถึงเรื่องราวเมื่อสิบปีก่อน

      เพื่อนรักที่รู้จักกับตนตั้งแต่กลอรี่เพิ่งเริ่มเปิด เพื่อนรักคนที่คุยโวกับตนเรื่องพัฒนาการและอนาคตของเกมเกมนี้แบบโต้รุ่งไม่หลับไม่นอน เขามองทะลุทุกสิ่ง พูดถูกต้องทุกอย่าง วางแผนทุกเรื่องไว้พร้อมสรรพ ปรากฏว่าเป็นเพราะการเปลี่ยนค่าของระบบที่อยู่นอกความคาดหมาย ความฝันและความหวังทั้งหมดกลายเป็นเงาบนฟองสบู่ เหลือทิ้งไว้เพียงร่มแสนกลที่ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์

      “นายควรเป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่สุด ประสบความสำเร็จที่สุดของกลอรี่ถึงจะถูก...” นิ้วมือแตะผ่านคีย์บอร์ดเบาๆ เมาส์ขยับหนึ่งที สกิลรักษาของจวินม่อเซี่ยวก็เสกเข้าใส่ตัวเยวี่ยจงเหมียนแล้วอย่างแม่นยำ ขณะที่เยวี่ยจงเหมียนชมเปาะว่าเป็นการรักษาที่ถูกจังหวะที่สุด จิตใจของเยี่ยซิว กลับไม่ได้อยู่ในเกม

      “เอาละ ต่อจากนี้ก็คือเจ้าแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดแล้วนะ” เยวี่ยจงเหมียนฟันมอนสเตอร์จิ๋วตัวสุดท้ายตรงหน้าจนคว่ำแล้วกล่าว เยี่ยซิวได้ยินคำว่าแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืด สติก็กลับคืนมาทันที บอสลับไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวหลังจากฝ่าดันเจี้ยนจนจบแล้ว แล้วแต่ระบบจะจัดสรรให้ บางครั้งอาจเจอได้จากสักฉากหนึ่งตรงกลางทาง ซึ่งสำหรับพวกเยี่ยซิวคราวนี้ แมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืด จะปรากฏตัวขึ้นตรงนี้แน่แล้ว

      “การโจมตีของแมวปีศาจ มีโอกาสทำให้ติดอาการต้องคำสาป แต่ก็เป็นแค่คำสาปเท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไรน่ากลัว แต่เจ้านี่ความเร็วของมันสูงมาก กว่าฉันจะจับมันได้อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย ทุกคนอึดไว้นะ อย่าตื่นอย่าลน” เยวี่ยจงเหมียนวางแผนการรบ

      ทุกคนพยักหน้า เยี่ยซิวก็ไม่ได้พูดอะไรมาก คำพูดของเยวี่ยจงเหมียนไม่มีส่วนใดที่ไม่ถูกต้อง

      “จนถึงตอนนี้ยังไม่มีประกาศจากระบบ พวกเราอาจได้เป็นผู้ทำเฟิสต์คิลบอสลับประจำดันเจี้ยนของเซิฟเวอร์สิบก็เป็นได้!” เยวี่ยจงเหมียนพูดปลุกใจทุกคนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

      “ลุย” เยวี่ยจงเหมียนออกคำสั่ง คนทั้งห้าหน้าเดิน ป่าแห่งกริมม์ที่เดิมมืดครึ้มอยู่แล้ว บรรยากาศก็มืดสลัวยิ่งขึ้นเพราะเมฆดำก้อนใหญ่ที่ลอยมาบดบังแสงอาทิตย์ ฝีก้าวของทุกคน ส่งเสียงดังชัดเป็นพิเศษ ไม่มีเสียงคุยกัน ทุกคนจดจ่ออยู่กับบรรยากาศรอบตัว

      “หยางกวน อย่าเอาแต่มองบนฟ้า แมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดมันไม่ตกลงมาจากฟ้าหรอก” เยวี่ยจงเหมียนพูดโพล่งออกมาคำหนึ่ง กลอรี่เป็นเกมที่ใช้มุมมองของบุคคลที่หนึ่ง ภาพที่แสดงบนหน้าจอ ตามหลักการก็คือมุมที่มองเห็นจากสายตาของคนจริง เนื่องจากการเก็บรายละเอียดที่ยอดเยี่ยม เมื่อไหร่ที่มองฟ้า ตัวละครย่อมต้องแหงนหน้าขึ้น เยวี่ยจงเหมียนเห็นหยางกวนลูกทีมตนเอาแต่แหงนหนา ก็อดตำหนิไม่ได้

      “ฮ่าฮ่าฮ่า” ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคน เยี่ยซิวพลันได้ยินเสียงซ่าซ่าอย่างเร่งรีบดังมาจากชายป่า เสียงลักษณะนี้ไม่ใช่เสียงฝีเท้า แต่เป็นเสียงร่างกายเสียดสีกับใบไม้

      “มาแล้ว” เยี่ยซิวเห็นว่าหากพิมพ์เอาอาจไม่ทันการ จึงรีบตะโกนบอกด้วยเสียงอู้อี้ ปากของเขายังคาบบุหรี่อยู่เลย! และในเวลาเดียวกัน เขาพรมนิ้วเบาๆ สองที จวินม่อเซี่ยวกระโดดถอยหลังพร้อมหมุนตัวในทีเดียว ตัวเขาก็หันหน้าตั้งรับทิศทางจู่โจมของแมวปีศาจแล้ว

      ทุกคนเห็นการเคลื่อนไหวของจวินม่อเซี่ยว รู้ว่าสหายที่เงียบกริบมาตลอดทางคนนี้ เป็นผู้ส่งสัญญาณเตือนออกมาในยามคับขัน

      “ทั้งหมดถอยไป” เยวี่ยจงเหมียนตะโกนออกมาคำหนึ่ง แต่ตัวเขากลับเป็นฝ่ายบุก หมายจะให้ตัวเองเป็นเป้าโจมตีอันดับแรกของแมวปีศาจ

      คนอื่นสามคนก็ถอยหลังยืนประจำจุด เรียงเป็นแถวเดียวกับจวินม่อเซี่ยว ห่างจากเยวี่ยจงเหมียนหลายช่วงตัว ทุกคนกลั้นหายใจมองเพ่ง แต่ในยามนี้ เสียงซ่าซ่าในป่าของแมวปีศาจแห่งรัตติกาล กลับเงียบหายไปเช่นกัน

      “ทำไม...” หยางกวนเพิ่งพูดออกมาได้สองคำ เงาสีดำเงาหนึ่งก็เฟี่ยวออกมาจากป่า พร้อมกับเสียงร้องแหลมสูงของแมว การโจมตีแรก ก็ตะครุบเข้าใส่เยวี่ยจงเหมียนที่ยืนอยู่หน้าสุดจริงๆ

      “มาได้ดี!” เยวี่ยจงเหมียนไม่กลัวแม้แต่น้อย ควงดาบเข้าใส่ แมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดมีขนาดตัวเล็ก เคลื่อนที่เร็ว มอนสเตอร์ประเภทนี้ท้าทายทักษะความแม่นยำในการควบคุมของผู้เล่นสูง ฝีมือของผู้เล่นทั้งสี่คนนี้ เยี่ยซิวดูออกนานแล้ว คาดว่ากว่าเยวี่ยจงเหมียนจะตรึงตัวแมวปีศาจเอาไว้ได้ อาจต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย เขาถึงกับสงสัยว่า ท้ายที่สุดตนอาจเป็นฝ่ายดึงดูดความเกลียดชังมา เพราะการช่วยรักษาทุกคนแทน แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่เป็นไร แค่รับมือกับแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดสักตัว เยี่ยซิวคนเดียวก็เกินพอแล้ว

      ปรากฏว่าเยวี่ยจงเหมียนระเบิดพลังโชคเต็มอัตรา ดาบนี้ฟาดออกไปด้วยจังหวะเวลาที่เหมาะเหม็ง เข้าตัวแมวปีศาจที่ตัวลอยอยู่กลางอากาศอย่างจั๋งหนับ ตามด้วยม้วนกลิ้งไปข้างๆ หลบพ้นจากการตะครุบของมันได้ ประหยัดสกิลรักษาที่จวินม่อเซี่ยวเตรียมจ่อไว้แล้วไปหนึ่งที

      แมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดโดนดาบฟันและตะครุบพลาด แต่ตอบสนองฉับไว พลิกตัวตวัดคมเล็บเข้าใส่ทันที เยวี่ยจงเหมียนตั้งดาบขึ้นเอี้ยวตัวกันไว้ “เคร้ง” เสียงของเล็บแมวกระแทกตัวดาบ ตัวของเยวี่ยจงเหมียนกระเด็นถอยหลังไปครึ่งก้าว ตามด้วยใส่ท่า “ตวัดขึ้น” ไปหนึ่งที

      สวยงาม! เยี่ยซิวยังอดชมในใจไม่ได้ เยวี่ยจงเหมียนใช้สกิล “การ์ดปกป้อง” ของจอมยุทธ์ดาบได้ตรงจังหวะมาก สกิล “ตวัดขึ้น” ก็โจมตีใส่อย่างไม่อืดอาด เห็นได้ว่ามีทักษะการควบคุมตัวเล่นที่เชี่ยวชาญเป็นอย่างดี ที่แท้ตนมองพลาดไปหรอกหรือ ระดับฝีมือของเยวี่ยจงเหมียน สูงกว่าที่ตนประเมินไว้หรือนี่!

      เยวี่ยจงเหมียนใส่ท่าตวัดขึ้นเสร็จแมวปีศาจก็ตัวลอย เขาตามติดด้วยทิ่มแทงย้ำจุด ดาบคลื่นผ่าพสุธา แล้วปิดเซ็ตด้วยท่าภูตผีฟาดฟัน ลำแสงดาบสีม่วงฟาดเข้าตัวแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดให้ปลิวหวือออกไป การโจมตีแบบคอมโบชุดใหญ่เรียกเสียงชื่นชมจากทุกคนอย่างกึกก้อง แต่เยวี่ยจงเหมียนกลับไม่กล้าประมาท เขาตามเข้าไปฟันซ้ำอีกสองที แล้วจึงตะโกนสั่งว่า “ลุยได้”

      ฝ่ายดาเมจทั้งสามคนของปาร์ตี้เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ทุกคนควงอาวุธสาดสกิลที่ตนร่ำเรียนมาทั้งหมดทันที เยวี่ยจงเหมียนก็เลิกหลบซ้ายป่ายขวา แต่อาศัยสกิลรักษาของจวินม่อเซี่ยวคอยช่วย แลกหมัดกับแมวปีศาจแห่งรัตติกาลมืดแบบซึ่งหน้า เพื่อตรึงเจ้าแมวปีศาจเอาไว้ในตำแหน่งที่ปลอดภัย

      สถานการณ์ควบคุมได้ดีมาก เสียงกรีดร้องโหยหวนจากการถูกรุมยำของเจ้าแมวปีศาจดังก้องไปทั่วป่าเป็นระลอกๆ ทุกคนต่างล้วนตื่นเต้น บัดนี้ผู้เล่นมือใหม่ทั้งสามคนนั้น ต่างก็รู้ความมีมูลค่าของบอสลับจากคำพูดที่เยวี่ยจงเหมียนพูดมาตลอดทางแล้ว ต่างรุมกระหน่ำเจ้าแมวปีศาจกันอย่างวาดหวัง แต่ในใจของเยี่ยซิวขณะนี้ กลับผุดความคิดประหลาดขึ้นอย่างหนึ่ง

      “เลือดแดงแล้ว ตัวฮีลเกาะติดดีๆ” พลังชีวิตของแมวปีศาจแห่งรัตติกาลถูกผลาญจนลดเหลือต่ำกว่าหนึ่งในสิบอย่างรวดเร็ว สถานะเช่นนี้ผู้เล่นต่างเรียกแบบติดปากว่า “เลือดแดง” บอสจำนวนมากเมื่อเข้าสู่สถานะเลือดแดงมักจะมีลูกเล่นใหม่ๆ ป่าแห่งกริมม์เป็นดันเจี้ยนสำหรับผู้เล่นมือใหม่ บอสด่านไม่มีความสามารถพิเศษข้อนี้ แต่ไม่ใช่สำหรับแมวปีศาจแห่งรัตติกาล มันเป็นถึงบอสลับ หากไร้ความสามารถนี้ คงเสียชื่อสถาบันบอสลับของมันแย่

      แต่ความเปลี่ยนแปลงเมื่อสถานะเลือดแดงของแมวปีศาจแห่งรัตติกาลนับว่าพื้นๆ นั่นก็คือระเบิดพลังบ้าออกมา ทำให้ความเร็วและความหนักหน่วงของการโจมตีเพิ่มขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย ดังนั้นในช่วงเวลานี้ ผู้ที่เล่นเป็นตัวรักษา จะถูกกดดันมากขึ้น

      เยี่ยซิวประเมินฝีมือของเยวี่ยจงเหมียนแล้ว ในเวลานี้เพียงแค่อย่ามัวแต่แลกหมัดกันเฉยๆ คอยหลบการโจมตีเสียบ้าง เก็บเลือดที่เหลืออีกหนึ่งในสิบนี้ให้จบไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่ไหนได้ ไอ้หมอนี่กลับยังพุ่งชนแมวปีศาจแห่งรัตติกาลอย่างไม่ลืมหูลืมตา มิหนำซ้ำเมื่อออกท่าโจมตีแต่ละครั้ง กลับแลดูอ่อนปวกเปียกขึ้นมาเฉยๆ

      “บลูหมดงั้นหรือ” เยี่ยซิวชำเลืองดูแถบสถานะของปาร์ตี้ เห็นได้ว่าไม่ใช่ปัญหาตรงจุดนี้ อยู่ดีๆ เจ้าเยวี่ยจงเหมียนนี่ก็เกิดง่อยกินขึ้นมา นี่เท่ากับพิสูจน์ความคิดของตนเมื่อครู่แล้ว เยี่ยซิวกำลังจะเตรียมออกปากเตือน ก็พลันได้ยินเสียงเยวี่ยจงเหมียนตะโกนออกมาว่า       “เชี่ย *OT ( * เชิงอรรถ - Over Taunt เมื่อมอนสเตอร์สะสมความเกลียดชังในตัวของคุณจนมากเกินตัว MT มอนสเตอร์จะหันมาเล่นงานคุณแทน การเหตุการณ์เช่นนี้เรียกว่า “OT”) ซะแล้ว!”

หนังสือแนะนำ

Special Deal