ตอนที่ 6 ร่มแสนกล

      ข้อแรก ช่วงที่เลเวลต่ำนั้นจะผ่านไปเร็วมาก ความพยายามจัดสรรสกิลอย่างพิถีพิถันในช่วงนี้ไม่มีความจำเป็นเลย คนจำนวนมากจะเว้นว่างไว้เฉยๆ หาคนช่วยพาไปเก็บเลเวลจนถึงเลเวลยี่สิบ หลังเปลี่ยนอาชีพแล้วค่อยว่ากัน แม้เลเวลที่ต่ำกว่ายี่สิบจะมีไว้ให้ผู้เล่นทดลองเล่นอาชีพต่างๆ ให้ครบด้าน แต่นับจากเริ่มเข้าเกม ผู้เล่นทั่วไปก็มักมีเป้าหมายในใจกันคร่าวๆ อยู่แล้ว จะเล่นสายนักเวท สายนักดาบ หรือสายอาวุธปืน ทิศทางใหญ่ๆ พวกนี้มีกันในใจอยู่แล้ว แต่การประกอบสกิลของเยี่ยซิวนั้น ถึงขั้นควบรวมทุกสายอาชีพ จริงอยู่ที่ว่า เลเวลต่ำกว่ายี่สิบสามารถเรียนรู้สกิลได้อย่างไร้ข้อจำกัด แต่ในการใช้งานสกิลนั้นถูกจำกัดโดยตัวอาวุธที่ใช้

      อย่างเช่น “กระสุนลอยฟ้า” ของนักแม่นปืน หากในยามที่คุณถือมีดหรือดาบของอาชีพสายนักดาบ ทำอย่างไรคุณก็ใช้สกิลนั้นไม่ได้ ดังนั้นจากวิธีการเลือกใส่แต้มสกิลแบบจวินม่อเซี่ยว หมายความในกระเป๋าของเขาต้องพกพาอาวุธให้ครบทุกสายอาชีพ การสลับเปลี่ยนไปมาก็เป็นเรื่องยุ่งยากมาก ในช่วงระยะแรกเกิดที่เลเวลต่ำกว่ายี่สิบ หาเรื่องยุ่งยากมากมายใส่ตัวขนาดนี้ มิเป็นการหาเหาใส่หัวหรอกหรือ ยกเว้นจะเป็นการเล่น “คนจร” ที่เคยนิยมเล่นกันในสมัยก่อน

      คนจรคืออะไร ไม่มีอาชีพก็คือคนจร แต่นั่นเป็นเรื่องราวเมื่อยุคที่เลเวลสูงสุดในเกมคือห้าสิบ ภายหลังการแก้ไขของระบบ ดีดเลเวลสูงสุดของตัวละครเพิ่ม มีเควสต์ “ความตื่นรู้ทางอาชีพ” ขึ้นมา วิธีการเล่นแบบคนจรก็หายสาบสูญไปแล้ว ผู้เล่นยุคนี้หากใครเห็นสูตรสกิลของจวินม่อเซี่ยวเข้า ไม่มีใครคิดถึงเรื่องคนจรกันอีกแล้ว มีแต่จะหัวเราะเยาะ

      เยี่ยซิวเหมือนกับไม่ทันนึกถึงเรื่องนี้เลยสักนิด บนตัวจวินม่อเซี่ยวขณะนี้มีเพียงดาบสำริดเกรดสีขาวเพียงเล่มเดียว มิหนำซ้ำหลังจากเรียนสกิลจนครบแล้วเดินผ่านร้านชำ เยี่ยซิวยังเอาอาวุธที่มีเพียงหนึ่งเดียวนี้ไปขายทิ้งอีกด้วย จากนั้นเขาก็เดินตรงไปยังโกดังเก็บของ เปิดตู้ออก แต่แล้วในนั้นกลับมีไอเท็มชิ้นหนึ่งวางนอนอยู่

      ไอดีที่จะทำเรื่องขอย้ายเซิฟเวอร์ได้นั้นควรเป็นไอดีเปล่า ความหมายของ “ไอดีเปล่า” ก็คือค่าประสบการณ์ เงิน กระเป๋า ตู้เก็บของ รวมไปถึงตู้จดหมาย ทั้งหมดต้องว่างเปล่า

      ทว่าไอดีจวินม่อเซี่ยวที่เพิ่งย้ายเข้าเซิฟเวอร์สิบนี้ ในตู้เก็บของเขากลับมีไอเท็มอยู่หนึ่งชิ้น

      ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นมาได้อย่างไร แต่ทุกสิ่งเหมือนอยู่ในความคาดหมายของเยี่ยซิวแต่แรกอยู่แล้ว เขารู้ตัวว่าเขาจะเจอไอเท็มชิ้นนี้ที่นี่ แต่ว่า ในวินาทีที่เขาเจอ สีหน้าของเยี่ยซิวกลับไม่มีร่องรอยของความความปีติยินดีแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน กลับท่วมท้นไปด้วยความเศร้า มือขวาที่เลื่อนเมาส์ ปรากฏอาการสั่นอย่างที่เกิดขึ้นไม่บ่อยอีกครั้ง อาการเช่นนี้เมื่อครั้งล่าสุด เกิดขึ้นตอนสูญเสียตัวอี๋เยี่ยจือชิวไป ส่วนคราวนี้ กลับเกิดขึ้นขณะได้รับไอเท็มนี้

      เลื่อนเมาส์ไปวางเหนือมัน

      ร่มแสนกล เลเวล 5

      น้ำหนักสองพันสามร้อยกรัม ความเร็วโจมตี 5

      ค่าโจมตีกายภาพ 180 ค่าโจมตีเวท 180

      หมดแล้ว เรียบง่ายจนไม่มีแม้แต่สถานะเสริม เรียบง่ายจนเหมือนเป็นอาวุธเกรดสีขาว

      ทว่าสีของชื่อร่มแสนกล ไม่ได้เป็นสีขาวเลยสักนิด แต่เป็นสีเงิน

      เกรดของอุปกรณ์สวมใส่ในกลอรี่สามารถดูได้จากสี ได้แก่ส้ม ม่วง น้ำเงิน เขียว ขาว อุปกรณ์สวมใส่สีขาวจะไม่มีสถานะเสริม อุปกรณ์สวมใส่สีเขียวโดยมากเป็นอุปกรณ์เปลี่ยนผ่านที่ได้จากการทำเควสต์ อุปกรณ์สวมใส่สีน้ำเงินจะบังคับดร็อป (ตกหล่น) จากตัวบอสประจำด่าน และมีแจกให้ในบางเควสต์ เป็นอุปกรณ์สวมใส่กระแสหลักที่มีจำนวนมากสุด ส่วนอุปกรณ์สวมใส่สีม่วงกับสีส้มนั้นคือสินค้าชั้นสูง ถ้าไม่เงินก็ต้องโชค ต้องมีสักอย่างที่โดดเด่น จึงจะได้มาครอบครอง

      ตัวอักษรสีเงินของร่มแสนกล กลับไม่อยู่ในกลุ่มสีทั้งห้านี้ หากเฉินกั่วขณะนี้ตื่นอยู่ เธอจะต้องช็อกมาก สีเงิน คือสีเฉพาะของ “อุปกรณ์ประดิษฐ์เอง” การประดิษฐ์อุปกรณ์ได้เอง เป็นหนึ่งในจุดเด่นของกลอรี่ มันไม่ใช่พวกสกิลการสร้างสิ่งของในชีวิตประจำวันเหมือนระบบเกมทั่วไป แต่ประดิษฐ์ขึ้นโดยเครื่องมือปรับแต่งอุปกรณ์ชนิดหนึ่งซึ่งอยู่ในตัวเกม ถือเป็นรายละเอียดชั้นสูง

      ในกลอรี่จะมีถ้อยคำที่ร่ำลือกันออกไปอย่างกว้างขวางว่า อุปกรณ์ประดิษฐ์เองอาจไม่ใช่อุปกรณ์ที่แกร่งสุด แต่อุปกรณ์ที่แกร่งสุดย่อมเป็นอุปกรณ์ประดิษฐ์เอง

      อุปกรณ์ประดิษฐ์เอง ถือเป็นการมีอยู่ที่เหนือกว่าอุปกรณ์สวมใส่สีส้มระดับตำนาน ในสมาพันธ์ลีกอาชีพ ทุกสโมสรล้วนมีทีมงานฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ประดิษฐ์เอง มีการทุ่มเงินค้นคว้าวิจัยพัฒนากันอย่างจริงจัง ทวนศึกเชวี่ยเสีย (ปัดป้องภัยพาล) อาวุธที่เทพสงครามอี๋เยี่ยจือชิวใช้ ก็เป็นอุปกรณ์สีเงินที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง! เป็นศัสตราวุธชื่อก้องแห่งโลกกลอรี่ มีเพียงเจ้าเดียว ไม่มีสาขา

      จุดเด่นของอุปกรณ์ประดิษฐ์เอง เป็นตัวกำหนดให้เกิดการลอกเลียนแบบได้ยากมาก ทุกชิ้นเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่มีสอง

      เพียงแต่ มันอาจเป็นผลงานขั้นสูงสุดระดับมหากาพย์ที่มีเพียงหนึ่งไม่มีสอง ขณะเดียวกันก็อาจเป็นขยะอันไร้ค่าที่มีเพียงหนึ่งไม่มีสองด้วยเช่นกัน

      แล้วร่มแสนกลล่ะ มันคือขยะหรือเพชรน้ำหนึ่งกันแน่

      ถ้าเฉินกั่วตื่นอยู่ ถ้าเธอมีความรู้เรื่องค่าสถานะของอาวุธ เธอจะต้องแยกแยะได้ในทันที

      เพชร ร่มแสนกลเป็นเพชรน้ำหนึ่งโดยแท้ เป็นยอดศัสตราวุธที่เหนือชั้นกว่าอุปกรณ์สีส้ม เทียบเท่าทวนศึกเชวี่ยเสีย ค่าโจมตีกายภาพและค่าโจมตีเวทที่ 180 นั้น เทียบเท่ากับอาวุธเกรดส้มเลเวลสิบ ซ้ำยังเป็นอาวุธเกรดส้มที่มีค่าโจมตีสูงสุดของทุกสายอาชีพแล้วด้วย แต่อาวุธที่มีค่าโจมตีสูง มักมีน้ำหนักมาก มีค่าความเร็วโจมตีต่ำ ทว่าน้ำหนักของร่มแสนกลกลับไม่มาก ซ้ำยังมีค่าความเร็วโจมตีที่ 5 แบบทั่วๆ ไปเท่านั้น ต่อให้นำมาเทียบกับอาวุธเกรดส้มเลเวลสิบ อาศัยเพียงข้อนี้ ร่มแสนกลก็ยังชนะขาดลอย

      แต่ข้อเสียของมันก็ยังปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ร่มแสนกลมีเพียงสถานะพื้นฐาน ไม่มีคุณสมบัติบวกเสริม นอกจากนี้ เลเวลห้าเป็นช่วงเวลาที่เพียงกะพริบตาก็ผ่านพ้นไปแล้ว

      แต่เยี่ยซิวกลับไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้ เพราะเขารู้ว่าร่มแสนกลคันนี้เป็นผลงานแห่งอัจฉริยะของแท้ ผ่านการทดลองและล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน จนกระทั่งประดิษฐ์เป็นร่มแสนกลเลเวลห้าคันนี้ขึ้นมาได้ นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้ว จุดเด่นของอาวุธประดิษฐ์เอง ก็คือเมื่อจับหลักการและวิธีการได้แล้ว ก็สามารถพัฒนายกระดับต่อยอดไปได้เรื่อยๆ ดังนั้นอาวุธประดิษฐ์เองจึงไม่มีคำว่าตกยุค อาศัยเครื่องมือปรับแต่ง มันสามารถอัพเกรดตัวเองต่อไปไม่รู้จบ

      เยี่ยซิวหยิบร่มแสนกลออกมาเบาๆ ถือไว้ด้วยมือของจวินม่อเซี่ยว “เริ่มกันเถอะ!” เขาพูดเสียงเบาขึ้นหนึ่งคำ จากนั้นก็ควบคุมตัวของจวินม่อเซี่ยว มุ่งหน้าสู่ “ป่าแห่งกริมม์” ดันเจี้ยนของหมู่บ้านมือใหม่ จนเสมือนว่าตัวจวินม่อเซี่ยวได้ยินคำพูดของเขา อย่างไรอย่างนั้น

      ป่าแห่งกริมม์เป็นดันเจี้ยนหรือด่านสำหรับผู้เล่นจำนวนห้าคน อนุญาตให้เข้าได้เมื่อผู้เล่นถึงเลเวลห้า หากผู้เล่นมีเลเวลสิบขึ้นไป สถิติจะถือเป็นโมฆะ หมายความว่าไม่สามารถมีชื่อติดอันดับทำเนียบต่างๆ บนบอร์ดประกาศ เนื่องจากผู้เล่นเข้าใหม่จะถูกส่งตัวเข้าเกมแบบกระจัดกระจาย ดังนั้นแม้ผู้เล่นหลายคนจะชักชวนเพื่อนฝูงกันมาบุกเบิกเซิฟเวอร์ใหม่ด้วยกัน แต่ก็ยังรวมตัวกันไม่ติดในทันที หน้าทางเข้าด่านจึงเป็น*ปาร์ตี้ (*เชิงอรรถ - Party ขยายความเพิ่มเติม) แบบเปิดกันเสียมาก เยี่ยซิวเพิ่งจะควบคุมตัวจวินม่อเซี่ยวมาถึงตรงนี้ ก็ได้รับคำเชิญเข้าร่วมปาร์ตี้จำนวนไม่น้อย เยี่ยซิวก็ไม่ได้คัดกรองอะไรมาก เลือกทีมที่ขาดคนแค่คนเดียวแล้วก็กดเข้าร่วมเลย

      “ครบแล้ว ครบแล้ว ครบแล้ว” พอเข้าทีมได้เยี่ยซิวก็เห็นหัวหน้าทีมที่ชื่อเยวี่ยจงเหมียน (นิทราในดวงจันทร์) ร้องโหวกเหวกขึ้นในทีม

      “ถ้าเจอบอสลับ แบ่งของยังไง” เยี่ยซิวถามออกไปคำหนึ่ง

      “โอ้ มองการณ์ไกลดีนี่!” ฟังจากเสียงอุทานตอบของเยวี่ยจงเหมียน ทำให้ดูออกว่าคนคนนี้ไม่ใช่นักเล่นหน้าใหม่จริงๆ อย่างน้อยเขาก็ไม่ถามว่าบอสลับคืออะไร

      บอสลับ จะมีโอกาสเกิดก็ต่อเมื่อเป็นการลงดันเจี้ยนแบบปาร์ตี้ ระบบจะแจ้งเตือนถึงผู้เล่นตั้งแต่ก้าวเข้าดันเจี้ยน บอสลับจะมีพลังที่แข็งแกร่งกว่าบอสด่านนิดหน่อย และจะดร็อปอุปกรณ์สวมใส่หรือสิ่งของต่างๆ ที่บอสทั่วไปไม่มี

      ด้วยฝีมือระดับนักกีฬาอาชีพอย่างเยี่ยซิว ความจริงเขาสามารถลงดันเจี้ยนเล็กๆ ระดับนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เหตุที่เขามาหาปาร์ตี้เข้าร่วม ก็เพราะตั้งใจอยากเจอบอสลับที่จะเกิดขึ้นต่อเมื่อลงดันเจี้ยนแบบปาร์ตี้เท่านั้น เพราะเขามีความต้องการต่อวัตถุดิบที่จะดร็อปให้จากตัวบอสลับ สิ่งของเหล่านั้นจำเป็นสำหรับนำมาใช้อัพเกรดร่มแสนกล เยี่ยซิวรู้ตัวดีว่า เทียบกับการอัพเลเวลให้ตัวจวินม่อเซี่ยว การอัพเลเวลให้ร่มแสนกลเป็นเรื่องยากกว่าเยอะ เขาตัดสินใจเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ จับคู่ทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กัน

      ดันเจี้ยนหรือด่านระดับล่างๆ อย่างป่าแห่งกริมม์ ต่อให้มีชุดเกราะอาวุธที่ดีแค่ไหนให้ ก็ต้องเปลี่ยนทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงไม่มีราคาค่างวดอะไรนัก นอกจากค่าประสบการณ์แล้ว สิ่งที่ยั่วยวนใจมากหน่อยสำหรับที่นี่ก็คือวัตถุดิบที่จะดร็อปได้จากตัวบอสลับ วัตถุดิบพวกนี้ไม่มีวันตกยุค ต่อให้อยู่ในเซิฟเวอร์เก่า ก็ยังมีผู้เล่นเลเวลสูงๆ มาเป็นพี่เลี้ยงพานักเล่นใหม่ๆ ลงดันเจี้ยนเพื่อหาโอกาสเจอบอสลับเช่นกัน

      เห็นได้ว่าเยวี่ยจงเหมียนก็รู้ในจุดนี้ดี จึงประกาศวิธีแบ่งสันปันส่วนของรางวัลหากเจอบอสลับว่า “ของที่ได้จากเจ้าสิ่งนั้นเป็นเงินเป็นทองทั้งหมด ถ้าได้เจอจริงก็ใช้วิธีทอยแต้มเอาละกัน!”

      “ได้” ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น หากได้ของดีก็จะเก็บไว้เองหรือไง นี่เป็นปาร์ตี้แบบเปิด ไม่มีเหตุผลให้สามารถทำเช่นนั้น

      “ตกลง ถ้าเตรียมตัวพร้อมก็ลงดันกันได้แล้ว” เยวี่ยจงเหมียนเคาะข้อความส่งมา หลังจากได้รับคำตอบยืนยันจากทุกคน ก็ก้าวเข้าสู่ตัวด่านพร้อมกัน

      ตอนแรกเยี่ยซิวต้องคุยกับเฉินกั่วที่นั่งด้วยอยู่ข้างๆ จึงไม่ได้ใช้หูฟังไมโครโฟนสักที บัดนี้เขาหยิบขึ้นมาสวม พอเข้าสู่ตัวด่าน ก็ได้ยินเสียงหนึ่งตะโกนโหวกเหวกอยู่ข้างในว่า “เฮ่ย อะไรกัน โชคดีหรือยังไงเนี่ย แค่พูดบอสลับ บอสลับก็มา?”

หนังสือแนะนำ

Special Deal