ตอนที่ 4 ยอดฝีมือผู้ลึกลับ

      “เจ๊เฉิน พวกคุณจะกินมื้อดึกกันอีกแล้วเหรอ...”

      เมื่อซื้ออาหารมื้อดึกกลับมาแล้ว เฉินกั่วก็เรียกพนักงานของร้านมากินด้วยกัน กลิ่นหอมของอาหารฟุ้งไปทั่วร้าน ทำให้เกิดเสียงประท้วงอย่างโอดครวญของพวกที่นั่งเล่นกันอยู่ ในช่วงเวลาที่มื้อค่ำย่อยไปหมดแล้ว อยู่ๆ ได้กลิ่นหอมของอาหาร มันไม่ใช่การเสพสุข แต่เป็นการยั่วยวน

      “ใครจะสั่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็เข้าแถวกันนะ อย่ามั่ว” เฉินกั่วเชิญชวน

      “เจ๊เฉินกินของดีทุกวัน ส่วนพวกเรามีแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” เหล่าบรรดาชาวเน็ตที่มิอาจทนแรงยั่วยวน ทำได้เพียงสั่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของร้านมาแก้โหย มองดูคนอื่นเขามีกับข้าวหกน้ำซุปหนึ่ง ทั้งชื่นชมทั้งอิจฉา

      “ถ้าอยากกินก็ข้ามถนนไปซื้อกันเอาเอง อย่าหวังจะเรียกใช้คนของฉัน” เฉินกั่วกล่าว

      “คราวหน้าถ้าจะไปก็ถามกันสักคำสิ ฝากหิ้วสักหน่อยก็ไม่ได้หรือ” พวกนั้นกล่าว

      “ในร้านมีกันตั้งกี่คน จะหิ้วไหวหรือไง พูดมากกันจริง ถ้าอยากกินขนาดนั้นแล้วยังขี้เกียจไปซื้อ ก็ไปขอเบอร์โทร.ของร้านมา ทางร้านมีหรือจะไม่ยินดีข้ามมาส่ง” เฉินกั่วพูด

      “เจ๊เฉินมีเบอร์เหรอ ขอเอามาจดหน่อย” พวกนั้นกล่าว

      “ฉันจะเอาเบอร์เขามาทำไม ฉันมีคนให้ใช้ ทำไมต้องไปรบกวนคนอื่นด้วย” เฉินกั่วพูด

      คราวนี้ไม่เพียงพวกลูกค้าในร้าน แต่พวกพนักงานในร้านต่างก็ต้องน้ำตานองหน้าไปด้วย เยี่ยซิวได้โอกาส ก็ถามต่อไปว่า “เจ้านายแซ่เฉินหรือครับ”

      “อื้อ ฉันชื่อเฉินกั่ว ส่วนนายฉันเห็นบัตรประชาชนแล้ว อายุไม่ได้มากกว่าฉัน จะเรียกฉันเจ๊ก็ได้ฉันไม่ถือ ส่วนนายก็ไม่ขาดทุน” เฉินกั่วพูด

      “ผมยังไงก็ได้...” เยี่ยซิวยิ้มแห้ง

      “หมูเส้นผัดเผ็ดวันนี้เผ็ดแฮะ เสี่ยวฉู่กินให้หมดนะ” เฉินกั่วนั้นกินไม่เยอะ คีบหมูเส้นผัดเผ็ดมากินคำหนึ่งก็ซู้ดปากปาตะเกียบไปหาน้ำกินแล้ว เมื่อถือแก้วน้ำกลับมาก็เตะขาเก้าอี้เยี่ยซิวทีหนึ่ง “กินเสร็จรึยัง เร็วหน่อย”

      “ทำไมต้องรีบ” เยี่ยซิวถาม

      “ใกล้ได้เวลาแล้ว” เฉินกั่วยกนาฬิกาข้อมือให้เยี่ยซิวดู เวลาขณะนี้ ห้าทุ่มห้าสิบสามนาที เหลืออีกเจ็ดนาที จะได้เวลาเซิฟเวอร์ที่สิบของกลอรี่เปิดให้บริการ

      “คุณจะไปด้วยเหรอ” เยี่ยซิวแปลกใจเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เขาได้เล่นไอดีจู้เยียนเสียของเฉินกั่ว มันเป็นไอดีของเซิฟเวอร์ที่ห้า หากเธอเริ่มเล่นมันตั้งแต่วันเปิดเซิฟเวอร์ มาถึงวันนี้ก็ครบห้าปีเต็ม ไอดีนั้นย่อมเทียบไม่ได้กับไอดีขั้นเทพของนักกีฬาอาชีพอย่างพวกเขา แต่สำหรับผู้เล่นทั่วไป นับว่าไม่เลวอย่างยิ่งแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่คิดจะปล่อยทิ้งกันได้ง่ายๆ

      “ไปมุงเล่นๆ” เฉินกั่วกล่าว

 

      วันเปิดเซิฟเวอร์ใหม่นั้นคึกคักจริงๆ วันที่เป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง แต่เป็นเพราะการเปิดเซิฟเวอร์ใหม่ ทำให้ซิงซินเน็ตคาเฟ่ธุรกิจยังคึกคักแม้นในช่วงเวลานี้ มองออกไปเหมือนกับเป็นผู้เล่นเซิฟเวอร์ใหม่เหมาร้าน คนทุกคนเปิดรออยู่ในหน้าล็อกอินกันแล้ว เมาส์จ่ออยู่ตรงปุ่มเซิฟเวอร์สิบที่ยังเป็นสีเทามืด เพื่อรอเวลา

      การเล่นเซิฟเวอร์ใหม่ จะมีทั้งแข่งกันเก็บเลเวล แย่งกันทำเฟิสต์คิล*ดันเจี้ยน (* เชิงอรรถ - Instance Dungeon หรือด่าน ได้แก่แม็ปเฉพาะที่จะมีบอสประจำด่าน ทุกทีมเมื่อเข้าสู่แม็ปนี้ จะแยกขาดจากกัน ต่างทีมกันจะไม่เจอกันหรือช่วยเหลือกันเองได้ภายในด่าน) แข่งกันทำสถิติผู้จบด่านเร็วที่สุด และอื่นๆ อีกมากมายรอให้ผู้เล่นไปทำ การหักร้างถางพงอาณาจักรใหม่มันตื่นเต้นเร้าใจอย่างนี้นี่แหละ เฉินกั่วมองดูลูกค้ากลุ่มนี้ อดหวั่นไหวไปกับบรรยากาศเหล่านี้ไม่ได้ แต่เมื่อหันมามอง เยี่ยซิวกลับยังคุ้ยเขี่ยกับข้าวอย่างใจเย็น ไม่แสดงอาการใดๆ เลยต่อบรรยากาศเช่นนี้ ช่างไร้คุณสมบัติที่ผู้บุกเบิกเซิฟเวอร์ใหม่พึงมี

      “เฮ่ นายยังจะโอ้เอ้อะไรอยู่อีก” เฉินกั่วดูจะรีบร้อนยิ่งกว่าเจ้าตัวเสียอีก

      “จะรีบไปไหนล่ะ” เยี่ยซิวนั้นใจเย็นของจริง ไม่ได้เสแสร้ง ไม่อาจปฏิเสธว่าแผนการตลาดของกลอรี่นั้นประสบความสำเร็จมาก ผู้เล่นกลอรี่ทุกคนเกิดความตื่นตัวต่อการแข่งขันแย่งชิงอันดับต่างๆ ของเกมอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เรื่องพวกนี้ต้องอาศัยฝีมือจริงล้วนๆ ไม่ใช่อาศัยทุ่มเงินหรือดวงดีก็จะครอบครองกันได้ เพียงแต่ สำหรับเกมเมอร์อาชีพที่กวาดรางวัลเกียรติยศสูงสุดมาหมดแล้วคนหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ในสายตาของเยี่ยชิว ก็ค่อนข้างจืดชืดนิดหน่อย

      เพียงแต่เมื่อเห็นรังสีสังหารทั่วใบหน้าเฉินกั่ว เยี่ยซิวคำนึงว่าควรไว้หน้าเจ้านายสักหน่อย ในที่สุดจึงยอมวางชามข้าวลง ลุกไปหาคอมสักเครื่องแล้วนั่งลงอย่างไม่ค่อยเต็มใจ

      “ชิ ทำอย่างกับฉันเป็นฝ่ายบังคับให้เขาเล่น ไอ้หมอนี่” เฉินกั่วบ่นพึมพำแบบไม่ใส่อารมณ์จากด้านหลังเยี่ยซิว พนักงานร้านคนอื่นๆ สองสามคนต่างแอบขำอยู่ข้างๆ พวกเขาพบว่า พี่ชายเข้าใหม่คนนี้ ค่อนข้างแตกต่าง สามารถทำให้คุณหนูใหญ่เฉินเจ้านายของพวกเขาไม่หัวเสีย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะทำได้

      เฉินกั่วนั่งลงข้างคอมของเยี่ยซิว พลางล็อกอินด้วยไอดี “จู้เยียนเสีย” ของเธอ ผู้เล่นเซิฟเวอร์เก่าทั้งเก้าเซิฟเวอร์ ไม่ได้ลดจำนวนลงสักเท่าไหร่นักกับการเปิดใหม่ของเซิฟเวอร์ที่สิบ เซิฟเวอร์ยิ่งเก่าก็ยิ่งเป็นเช่นนี้ นั่นเป็นเพราะไอดีสักไอดีหนึ่งของกลอรี่ ไม่ได้ปั้นกันง่ายๆ ตัวจู้เยียนเสียของเฉินกั่ว ใช้เวลาห้าปีกว่าจะกลายเป็นตัวเล่นระดับต้นๆ ในหมู่นักเล่นทั่วไป ไฉนเลยจะยอมทอดทิ้งกันง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท้ายที่สุดทุกคนต้องมุ่งหน้าเข้าสู่แม็ปรวมของทุกเซิฟเวอร์---อาณาจักรทวยเทพ ด้วยกันทั้งนั้น

      “อาณาจักรทวยเทพ” ไม่ได้เป็นแค่แม็ปแม็ปหนึ่ง แต่มันคือโลกอีกใบเลยทีเดียว ความยิ่งใหญ่ของแม็ป เทียบเท่ากับขนาดพื้นที่ทั้งหมดของห้าเซิฟเวอร์หลักรวมกัน ที่นี่มีดันเจี้ยน (ด่าน) ที่ยากกว่า มีอุปกรณ์สวมใส่ที่แกร่งกว่า มีวัตถุดิบที่มีมูลค่ากว่า อีกทั้ง มีบรรยากาศที่เป็นอิสระกว่า ผู้ใดเป็นยอดฝีมือ ย่อมได้บรรจบพบพานกันที่อาณาจักรทวยเทพ ที่นี่ จึงเป็นแผ่นดินเดือดที่นักเล่นทั้งหลายจะมาห้ำหั่นชิงชัย

      เวลาใกล้ถึงศูนย์นาฬิกาขึ้นทุกที เมื่อสิบวินาทีสุดท้าย ในร้านถึงกับมีคนเริ่มนับถอยหลังโดยอัตโนมัติ เสียงนับที่ดังขึ้นๆ จนสุดท้ายคำว่า “ศูนย์” ระเบิดออกมา สีเทาหม่นบนปุ่มล็อกอินสู่เซิฟเวอร์ที่สิบบนหน้าจอหายไป การเคลื่อนไหวของทุกคนในร้านเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งหมดยื่นมือออกไปสอดการ์ดไอดีเข้าเครื่องล็อกอิน พร้อมกับคลิ้กเมาส์ลงบนปุ่มเซิฟเวอร์ที่สิบโดยพร้อมเพรียง

      เฉินกั่วหันไปมองเยี่ยซิว เกือบจะกระอักเลือดออกมา ขณะที่ทุกคนต่างแย่งกันเข้าเกม แต่ไอ้หมอนี่กลับเปิดเว็บนั่งอ่านอย่างใจเย็น พอสังเกตดูอีกที มันเป็นเว็บประเภทไกด์เกม แนะนำขั้นตอนการรับเควสต์สำหรับผู้เล่นมือใหม่

      “เฮ่ย นี่นายทำไม่เป็นกระทั่งเรื่องพวกนี้หรือไง ถึงกับต้องอ่านไกด์” ถ้าไม่ใช่เพราะการ์ดล็อกอินรุ่นแรกของแท้ใบนั้น ตีให้ตายเฉินกั่วก็ไม่ยอมเชื่อว่าไอ้หมอนี่จะมีอายุเกมถึงสิบปี

      “ไอ้พวกเรื่องจุกจิกของผู้เล่นมือใหม่พวกนี้ ไม่ได้แตะมานานหลายปีแล้วจริงๆ ใครจะไปจำได้!” เยี่ยซิวตอบอย่างไม่ช้าไม่เร็ว

      “นี่นายไม่เคยเป็นพี่เลี้ยง ช่วยแนะนำหรือพาพวกมือใหม่เล่นบ้างเลยหรือ” เฉินกั่วถาม

      “เรื่องแบบนี้... ไม่เคยเลยจริงๆ” เยี่ยซิวกล่าว

      “ไม่มีน้ำใจ” เฉินกั่วเหยียดหยาม

      “ไม่มีเวลาต่างหาก” เยี่ยซิวกล่าว

      “คนไม่มีเวลาเขาไม่มาเล่นเกมกันหรอก คนเล่นเกมก็คือคนที่เข้ามาฆ่าเวลาส่วนเกิน” เฉินกั่วกล่าว

      “ผมยุ่งกับการเล่นเกมจริงๆ นะ” เยี่ยซิวพูดเสียงจริงจัง

      “แล้วงานการของนายล่ะ” เฉินกั่วถาม

      “ก็เล่นเกมไง!”

      “ไอ้ยะ นี่นายเป็นเกมเมอร์อาชีพรึ” เฉินกั่วกล่าว

      เยี่ยซิวยิ้มๆ “ยังเป็นพวกชั้นสูงด้วยนะ”

      “พวกชั้นสูง? นักกีฬาอาชีพ?” เฉินกั่วชะงัก

      เยี่ยซิวพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ

      “ปลดระวางแล้วละสิ” เฉินกั่วกล่าว

      “คุณรู้ได้ไง”

      “ไร้สาระ ก็อายุปูนนี้แล้ว” เฉินกั่วกล่าว

      เยี่ยซิวยิ้มขื่น

      “ถึงว่าละ ทำไมใช้แค่สี่สิบกว่าวินาทีก็ปราบไอ้หมอนั่นราบคาบแล้ว ที่แท้ก็เป็นระดับมืออาชีพ ถึงจะเป็นพวกครึ่งๆ กลางๆ ก็เถอะ” เฉินกั่วกล่าว

      “ครึ่งๆ กลางๆ?”

      “นักกีฬาอาชีพที่มีชื่อเสียงฉันรู้จักหมด แต่ชื่อเยี่ยซิว? ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน ไม่ใช่พวกครึ่งๆ กลางๆ จะให้เรียกว่ายังไง” เฉินกั่วถาม

      “ฮ่าๆ อย่างนี้นี่เอง” เยี่ยซิวหัวเราะ

      “อย่าแอ๊บไปเลยน่า ที่จริงนายไม่ได้ปลดระวางหรอก แต่ถูกคัดออกเพราะชิงตำแหน่งตัวจริงไม่ได้ละสิ” เฉินกั่วพูด

      เยี่ยซิวเงียบงัน

      “ขอโทษที...” เฉินกั่วตระหนักได้ว่าคำพูดของตนทิ่มแทงใจดำอีกฝ่ายเข้า

      “ไม่เป็นไร” เยี่ยซิวถอนหายใจยาว

      “อย่าท้อไปเลย อายุยี่สิบห้ายังไม่นับว่าแก่เกินไป ตั้งใจฝึกซ้อม ตีกลับเข้าไปใหม่” เฉินกั่วพูด

      “ก็ตั้งใจไว้อย่างนั้นพอดี” เยี่ยซิวยิ้ม

      “ถ้ามีวันนั้นจริง ฉันมีเรื่องจะไหว้วานนายนะ” เฉินกั่วพูด

      “เรื่องอะไร”

      “ขอลายเซ็น” เฉินกั่วพูด

      “ไม่เห็นต้องรอให้ถึงวันนั้นเลย ผมเซ็นให้คุณล่วงหน้าตั้งแต่ตอนนี้เลยก็ได้!”

      “ไอ้หน้าไม่อาย! ใครเขาอยากได้ลายเซ็นของนาย ฉันจะวานนายไปช่วยขอลายเซ็นไอดอลของฉันให้หน่อยต่างหาก” เฉินกั่วพูด

      “อ้อ ใครหรือ”

      “ซูมู่เฉิง แล้วก็เยี่ยชิว แต่เยี่ยชิวอาจจะยากหน่อย หมอนั่นชอบทำตัวลึกลับ” เฉินกั่วพูด

      “อย่างนั้นหรอกหรือ” เยี่ยซิวน้ำตานองหน้า สหายเยี่ยชิวกำลังสนทนาอยู่ตรงหน้าคุณแล้วนี่ไง คุณพี่

      “ใช่แล้ว เขาแทบไม่เคยออกสื่อเลย ว่าแต่นายถึงจะเป็นพวกครึ่งๆ กลางๆ ถึงยังไงก็คลุกคลีอยู่ในวงการ เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้เรอะ” เฉินกั่วพูด

      “รู้สิ ผมต้องรู้อยู่แล้ว ผมจะบอกความลับอะไรให้อย่างหนึ่งนะ ที่จริงผมก็คือเยี่ยชิว” เยี่ยซิวกล่าว

      “จริงเหรอ งั้นฉันก็จะบอกความลับกับนายอย่างหนึ่งเหมือนกัน ที่จริงฉันคือซูมู่เฉิง” เฉินกั่วพูด

      “ผมคือเยี่ยชิวจริงๆ นะ” เยี่ยซิวร้องไห้

      “ฉันคือซูมู่เฉิงจริงๆ” เฉินกั่วพูด

      “ผม...”

      “ไม่เถียงด้วยแล้ว นายอ่านไกด์ของนายไปเถอะ!” เฉินกั่วโบกมือไล่ เธอไม่จำเป็นต้องของขึ้นเพราะความทองไม่รู้ร้อนของเยี่ยซิวอีกแล้ว เขาเป็นคนที่เคยคลุกคลีอยู่ในแวดวงนักกีฬาอาชีพ แม้จะเป็นพวกถูกคัดออก ก็ไม่ใช่เรื่องที่ตนต้องคอยกังวล

      แต่เมื่อชักสายตากลับมาที่หน้าจอตนเอง เฉินกั่วก็ยังอดพูดเสริมอีกคำไม่ได้ว่า “ที่จริงไอ้พวกเควสต์สำหรับนักเล่นมือใหม่ ถ้านายไม่แน่ใจอะไรตรงไหน ถามฉันเอาก็ได้”

      “ผมอยากศึกษาดูหน่อย เลือกทำเฉพาะพวกเควสต์ที่มีรางวัลเป็นแต้มสเตตัส (Status Point) กับแต้มสกิล (Skill Point) ก็พอ รางวัลของเควสต์ประเภทอื่นๆ ก็มีแต่ค่าประสบการณ์กับอุปกรณ์สวมใส่ ซึ่งไปเก็บเอาจากในดันเจี้ยนเร็วกว่า” เยี่ยซิวกล่าว

      “อย่างนี้สิ ถึงจะเรียกว่าวิธีคิดแบบมือโปร แต่นายไม่ต้องค่อยๆ ศึกษาเอาเองหรอก เลื่อนไกด์ที่นายกำลังอ่านอยู่นั่นไปที่หน้าสุดท้ายได้เลย!”

      “หืม?” เยี่ยซิวฟังแล้วก็คลิ้กไปดูหน้าสุดท้าย แล้วพลันต้องอับอาย คิดดูแล้วก็ถูก พวกเควสต์สำหรับผู้เล่นมือใหม่ แม้สิบปีก็ไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่ มันเป็นสิ่งที่ถูกผู้เล่นนำมาย่อยจนพรุนแล้ว แนวคิดแบบเลือกทำเฉพาะเควสต์ที่คุ้มค่าแบบตัวเขา เกมเมอร์รุ่นเก่าสักหน่อยใครๆ ก็เลือกทำกัน แล้วทำไมจะไม่มีใครเขียนสรุปไว้ล่ะ ซึ่งสิ่งที่แสดงอยู่ตรงหน้าเขา ก็คือบทสรุปของไกด์เกมตามที่เขาต้องการ เยี่ยซิวจึงเตรียมตัวไปขอรับเควสต์ตามไกด์นี้ทันที เสี้ยววินาทีนั้น เขาก็น้ำตานองหน้า ตนเป็นบุรุษผู้มีสมญานามว่า “ตำราสอนแห่งกลอรี่” เชียวนะ! บัดนี้กลับมาเริ่มทำเควสต์ตามไกด์สำหรับนักเล่นมือใหม่ เขาควรรู้สึกอย่างไร ควรรู้สึกอย่างไรดี

หนังสือแนะนำ

Special Deal