ตอนที่ 3 พนักงานกะดึก

      ชนะแล้วรึ

      เฉินกั่วตะลึงงันชั่วขณะ คำว่า “กลอรี่” เด้งขึ้นหมายถึงได้ชัยชนะในสนามประลอง มีความหมายเดียวกันกับคำว่า [KO]

      เพียงแต่ ตนเพิ่งเดินจากไปแล้วเดินกลับมานานสักเท่าไหร่กัน สี่สิบวิ? ห้าสิบวิ? เฉินกั่วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ไม่ถึงหนึ่งนาทีแน่ๆ ส่วนผลลัพธ์ล่ะ คู่ต่อสู้ที่ตนพ่ายแพ้ห้าสิบสองตารวด ถูกคนคนนี้ ทำ “กลอรี่” ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที?

      เฉินกั่วถึงกับลืมเรื่องจะรีบไปชิงไอดีกลับคืน เธออยากให้คนคนนี้สู้ใหม่ให้ตนดูอีกยก แต่ปรากฏว่าคนคนนั้นกดคำสั่งออกจากเกมอย่างช่ำชอง แล้วก็ยืดตัวบิดขี้เกียจ เหมือนไม่ได้รู้สึกสนใจอะไรกับคอมพิวเตอร์มากนัก หันมองซ้ายขวา พอหันหน้ามา ก็จ๊ะเอ๋กับเฉินกั่วที่กำลังยืนตาโตจ้องเขาอยู่ ก็รีบอธิบายว่า “เมื่อกี๊คุณไม่ได้กดออกจากเกม พอผมนั่งลงเกมก็เริ่มแล้ว แต่ผมช่วยชนะให้แล้ว สบายใจได้!”

      “ใช้เวลาเท่าไหร่” เฉินกั่วถาม

      “สี่สิบกว่าวิมั้ง!” เยี่ยชิวกล่าว

      เฉินกั่วอ้าปากค้าง แต่แล้วอีกฝ่ายยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงปนเสียดายว่า “มือมันหนาวจนแข็งไปหมด ไม่อย่างนั้นแค่สามสิบวิก็พอแล้ว”

      สามสิบวิ... สามสิบวินาทีก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่ตนเล่นมาห้าสิบสองตาก็ยังเอาชนะไม่ได้เลยแม้แต่ตาเดียว คนคนนี้เป็นใครกันนะ หรือจะเป็นนักเล่นอาชีพจากทีมเจียซื่อ เฉินกั่วพลันนึกขึ้น เธอรู้ว่าสโมสรเจียซื่อตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านเน็ตของเธอ แต่เมื่อนึกดูอีกที คนจากเจียซื่อเธอจำหน้าได้หมดนี่นา! เว้นเสียแต่คนคนนี้ จะเป็นยอดฝีมือเยี่ยชิวคนนั้น ที่ไม่เคยปรากฏหน้าออกสื่อมาก่อนเลย

      เยี่ยชิว! พอนึกถึงชื่อนี้ เฉินกั่วก็ตื่นเต้นทันที แต่เมื่อนึกได้ว่า ยอดฝีมือคนนี้เป็นคนเก็บตัว หากตนปรี่เข้าไปถามตรงๆ คงไม่ยอมรับเป็นแน่ หลังจากลังเลเล็กน้อย เธอเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงรีบวิ่งกลับมาที่เคาน์เตอร์

      “ลูกค้าเครื่องสี่สิบเจ็ดโซนซี ลงทะเบียนด้วยชื่ออะไร” เฉินกั่วถามพนักงานสาวที่เคาน์เตอร์บาร์

      “เยี่ยซิวค่ะ” แม่หนูนั่นตอบ

      “เยี่ยซิว... เยี่ยชิวเหรอ จริงๆ ด้วย!” เฉินกั่วตื่นเต้นมาก สำหรับเธอแล้ว นี่เป็นการบอกใบ้ในตัว นี่ถึงจะแสดงว่าคนคนนี้คือเยี่ยชิวตัวจริง เพราะหากเขาใช้ชื่อเยี่ยชิวตรงๆ ตนกลับไม่เชื่อด้วยซ้ำ!

      “ฮิๆๆ...” รอยยิ้มของเฉินกั่วต้องเรียกว่าชั่วร้าย เธอเตรียมควานหาทุกอย่างที่หาได้ไปขอลายเซ็นคนคนนี้แล้ว ลายเซ็นของเยี่ยชิวเลยนะ! มีใครมีบ้าง ไม่มี!

      ขณะกำลังคิด พนักงานสาวก็พูดเสริมขึ้นอีกคำ “เขายังลืมบัตรประชาชนไว้ตรงนี้อยู่เลย”

      “บัตรประชาชน?” เฉินกั่วชะงัก บัดนี้จึงตระหนักได้ว่าตนตื่นเต้นจนเลอะเทอะไปแล้ว การลงทะเบียนเพื่อขอใช้บริการร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ต้องใช้ชื่อแซ่จริง หมายถึงต้องแสดงบัตรประชาชน มีใครเขาใช้ชื่อปลอมลงทะเบียนได้บ้าง

      “ไหนบัตร ขอฉันดูหน่อย” เฉินกั่วรับบัตรประชาชนมาจากมือของพนักงานสาว ปรากฏเขียนว่าเยี่ยซิวจริงๆ ทำให้เธอต้องผิดหวังในบัดดล ถึงกับคิดอยากจะลงมือแก้ตัวซิวให้เป็นชิวเสียเดี๋ยวนั้น

      เมื่อรู้ว่าคนคนนี้ ไม่ใช่ยอดฝีมือผู้เก็บตัวที่ตนชื่นชมมานานแล้วคนนั้น แม้ยังคงสงสัยใคร่รู้ในฝีมือการเล่นของเขาเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกสนอกสนใจ ก็ลดทอนไปทันทีกว่าครึ่ง เฉินกั่วย้อนกลับมายังเครื่องที่สี่สิบเจ็ดโซนซีอย่างหมดอารมณ์ คืนบัตรประชาชนของเยี่ยซิวให้กับเขา “นายลืมบัตรน่ะ”

      “อ้อ ขอบคุณ” เยี่ยซิวรีบรับบัตรมา “คุณทำงานอยู่ร้านนี้เหรอ”

      “อืม ฉันเป็นเจ้าของ”

      “หืม เจ้าของร้าน? เยี่ยมไปเลย เมื่อกี๊ผมเห็นจากหน้าเว็บของร้านนี้ว่า พวกคุณกำลังรับสมัครคนดูแลใช่ไหม” เยี่ยซิวถาม

      “หา... ใช่...” เฉินกั่วไม่นึกว่าคนคนนี้จะถามโพล่งอะไรเช่นนี้ เธอกำลังหาทางชวนเขาดวลเกมกับตนสักตั้งอยู่พอดี นี่ช่วยให้มีข้ออ้างแล้ว

      “ผมอ่านดูแล้วนะ คุณสมบัติของผมเหมาะสม เรื่องลักษณะงานกับค่าตอบแทนผมก็ไม่มีปัญหา ว่ายังไง รับไว้พิจารณาหน่อยสิ เจ้านาย” เยี่ยซิวกล่าว

      “อ้อ งั้นนายต้องเล่นกลอรี่โหมดตัวต่อตัวชนะฉันให้ได้ก่อน” เฉินกั่วกล่าว

      “อ๊ะ มีเงื่อนไขข้อนี้ด้วยเหรอ” เยี่ยซิวหันกลับไปดู

      “ไม่ต้องหา ฉันเพิ่งเพิ่มสดๆ” เฉินกั่วกล่าว

      เยี่ยชิวชะงักงัน แล้วก็พลันกระจ่าง เพราะเมื่อครู่ตนเล่นชนะอย่างมือโปรเกินไป เจ้านายสาวสวยคนนี้รู้สึกสงสัยในฝีมือของตน แต่น่าเสียดาย... เยี่ยซิวส่ายหน้าพลางยิ้มขื่น “ผมเอาชนะคุณไม่ได้”

      “ทำไม” เฉินกั่วแปลกใจ

      “ผมไม่มีไอดีที่ใช้เอาชนะคุณได้” เยี่ยซิวกล่าว

      “ไอดี... ตัวของนายเลเวลเท่าไหร่ อุปกรณ์สวมใส่เป็นยังไง” เฉินกั่วถาม

      “ไม่มีเลเวล ไม่มีอุปกรณ์สวมใส่” เยี่ยซิวกล่าว

      “ไม่หรอกมั้ง” เฉินกั่วออกแนวไม่เชื่อ ใช้เวลาแค่สี่สิบกว่าวินาทีก็ล้มศัตรูตัวฉกาจที่ตนสู้ไม่ไหวได้ คนแบบนี้จะมีแค่ไอดีสมัครใหม่ที่ไม่มีเลเวลได้ยังไง แล้วฝีมือระดับนั้น ไปฝึกมาจากไหน

      “ตัวเล่นเก่าของผม ยกให้คนอื่นไปแล้ว” เยี่ยซิวพูดได้เพียงเท่านี้

      “อ้อ อย่างงั้นเหรอ... นายนี่ใจกว้างนะ” เฉินกั่วถอนหายใจ คนคนนี้ฝีมือแกร่งกล้า ตัวที่เล่นก็ต้องไม่อ่อน ไอดีที่เจ๋งๆ จะมีมูลค่าสูงมาก แต่เขากลับยกให้คนอื่นไปง่ายๆ ช่างใจกว้างจริงๆ

      “นั่นสิ ใจกว้างเกินไปหน่อย” เยี่ยซิวยิ้มขื่น ไอดีที่ตนมอบออกไปนั้น คือเทพสงครามอี๋เยี่ยจือชิวเชียวนะ ใช้แค่คำขยายความว่า “ใจกว้าง” ออกจะใจแคบเกินไปหน่อยจริงๆ

      “เตรียมตัวไปเล่นเซิฟเวอร์ใหม่สิท่า” เฉินกั่วถาม

      “เซิฟเวอร์ใหม่?” เยี่ยซิวชะงัก ชำเลืองมองวันที่วันนี้แวบหนึ่ง แล้วก็ร้องอ๋อ

      พรุ่งนี้เป็นวันฉลองเกมกลอรี่เปิดให้บริการครบสิบปี เริ่มตั้งแต่วันครบรอบเกมกลอรี่ปีที่สอง ทุกๆ วันครบรอบนี้ เกมกลอรี่จะเปิดเซิฟเวอร์ใหม่ในเวลาเที่ยงคืนตรง การขายไอดีเวอร์ชั่นสิบเริ่มขึ้นตั้งแต่สามเดือนก่อนแล้ว ผู้เล่นหน้าเก่าที่เล่นอยู่เซิฟเวอร์เก่าแล้วไม่ราบรื่น ผู้เล่นหน้าใหม่ที่กำลังจะเริ่มเล่นกลอรี่ ทั้งหมดต่างเตรียมไอดีใหม่เอาไว้พร้อม ชะเง้อแง้รอคอยวันเวลานี้มานานแล้ว

      เซิฟเวอร์ใหม่ที่กำลังจะเปิดเป็นเซิฟเวอร์ที่สิบ หวนคิดถึงตัว “อี๋เยี่ยจือชิว” นั้นเป็นไอดีของกลอรี่เซิฟเวอร์ที่หนึ่ง ภายหลังกลอรี่เปิดบริการเซิฟเวอร์ที่ห้าแล้วเพิ่มแม็ป “อาณาจักรทวยเทพ” เข้ามา อี๋เยี่ยจือชิวร่วมกับยอดฝีมืออื่นๆ จำนวนมาก ทำคุณสมบัติและเควสต์ผ่าน เป็นหนึ่งในผู้เล่นและไอดีที่ได้สิทธิ์เข้าสู่แม็ปอาณาจักรทวยเทพพร้อมกับผู้เล่นอื่นๆ

      บัดนี้อี๋เยี่ยจือชิวเปลี่ยนมือ อนาคตทางอาชีพกลอรี่ของตนก็มาถึงจุดเว้นพัก แต่กลับบังเอิญเจอวันเปิดเซิฟเวอร์ใหม่ของเกมที่หนึ่งปีจะมีเพียงวันเดียว ความนึกคิดจิตใจของเยี่ยซิวถูกสะกิด ความหลังตลอดสิบปีพลันพรั่งพรูออกมา

      “เซิฟเวอร์ใหม่งั้นหรือ” เยี่ยซิวพูดพึมพำ

      “ผมจำได้ว่า ก่อนเซิฟเวอร์ใหม่จะเปิดให้บริการ เราสามารถทำเรื่องขอเปลี่ยนเซิฟเวอร์ได้ใช่ไหม” เยี่ยซิวถามเฉินกั่ว

      “ต้องเป็นไอดีเปล่าเลเวลหนึ่งเท่านั้นถึงจะทำได้” เฉินกั่วตอบ

      “งั้นผมลองดูก่อน” เยี่ยซิวพูดพลางก็หยิบไอดีการ์ดใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า เข้าสู่หน้าลงทะเบียนเพื่อเปลี่ยนเซิฟเวอร์ของกลอรี่อย่างรวดเร็ว เฉินกั่วมองดูไอดีการ์ดใบนั้น ก็ต้องประหลาดใจมาก “นี่คงไม่ใช่การ์ดรุ่นแรกหรอกใช่ไหม”

      “ใช่การ์ดรุ่นแรก” เยี่ยซิวยิ้มๆ ไอดีการ์ดของกลอรี่จะเปลี่ยนเวอร์ชั่นปีละรุ่นทุกปี การ์ดรุ่นแรกมีอายุจนถึงวันนี้ก็เกือบสิบปีแล้ว

      เฉินกั่วจ้องมองเยี่ยซิวอย่างงุนงงสงสัย “นายเล่นกลอรี่มากี่ปีแล้ว” การ์ดเป็นของตาย คนเป็นของเป็น การ์ดอายุสิบปี ส่วนคนไม่แน่เสมอไป

      “เกือบสิบปีแล้ว” คำตอบของเยี่ยซิวยืนยันว่าการ์ดกับคนนั้นตรงกัน

      เฉินกั่วมีอายุเกมห้าปี ก็รู้สึกว่าตัวเองอาวุโสมากแล้ว ไม่นึกว่าไอ้หนูตรงหน้าคนนี้จะมีอายุเกมมากกว่าตนอีกหนึ่งเท่าตัว นั่นมันคือนักเล่นกลอรี่รุ่นแรกเลยนี่นา ที่ยังเล่นต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ ซ้ำยังมีความสนใจไปเริ่มต้นใหม่ที่เซิฟเวอร์ใหม่ มันต้องเป็นจิตวิญญาณระดับไหนกัน

      ขณะคุยกันอยู่นั้น บนหน้าจอก็แสดงข้อความ “การย้ายเซิฟเวอร์สำเร็จแล้ว”

      “เรียบร้อย” เยี่ยซิวชักไอดีการ์ดกลับออกมาถือไว้ในมือ พร้อมกับนึกถึงนานาสารพัดสิ่งที่รวมอยู่ในการ์ดรุ่นแรกใบนี้ขึ้นมา

      “นายบอกว่า นายอยากสมัครเป็นคนดูแลร้าน?” เฉินกั่วที่อยู่ข้างๆ พลันพูดถึงเรื่องนี้

      “ครับ” เยี่ยซิวรีบกลับออกจากความทรงจำ มาสู่ชีวิตจริง

      “นายเล็งกะไหนไว้” เฉินกั่วถาม

      “กะดึก” เยี่ยซิวตอบ

      “อ้อ นายทำไหวเหรอ” เฉินกั่วนึกไม่ถึง สำหรับงานกะดึก เวลางานคือห้าทุ่มถึงเจ็ดโมงเช้า เงินเดือนสูงกว่าคนอื่นๆ สามร้อยหยวน (*เชิงอรรถ - Rmb เงินหยวนจีน ราวๆ 5 บาทต่อ 1 หยวน) แต่มีคนสมัครกันน้อย เพราะการสลับกลางวันกลางคืนทุกวันนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ใครๆ ก็ยินดี ดังนั้นปัจจุบันทางร้านของเฉินกั่วจึงใช้วิธีผลัดเวรกัน ถ้าเกิดมีคนยอมสมัครรับช่วงกะดึกยาวๆ ไปเลยจริง สำหรับทุกคนแล้ว ถือว่าได้หลุดพ้น

      “ไหว ไหว ผมชอบทำงานกลางคืน” เยี่ยซิวกล่าว

      เฉินกั่วพิจารณาบุคคลตรงหน้าครู่หนึ่ง เส้นผมหนวดเคราไม่ได้ตัดแต่งมาแล้วอย่างน้อยครึ่งเดือน หน้าบวมนิดๆ แม้จะขาวๆ เกลี้ยงๆ แต่มีความซีดแบบคนป่วย สองตาที่กำลังจ้องตนอยู่ มีอาการเหม่อซึม สภาพเช่นนี้เธอเห็นมาเยอะแล้ว พวกวัยรุ่นขาประจำที่มาโต้รุ่งกันในร้านเน็ตของเธอเป็นประจำ ก็มักมีสภาพเช่นนี้ ไอ้หนุ่มตรงหน้านี่อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว แต่กลับโทรมพอๆ กัน น่าหยามเหยียดนัก

      หยามเหยียดก็ส่วนหยามเหยียด แต่หากมีคนยอมรับตำแหน่งนกเค้าแมวฟูลไทม์จริงเฉินกั่วก็ยินดีมาก มิหนำซ้ำเธอยังรู้สึกสนใจใคร่รู้ ในทักษะฝีมือของคนที่มีอายุเกมสิบปีคนนี้ด้วย จึงย่อมตอบตกลงในทันที “ได้ งั้นก็รับเลย”

      “ขอบคุณเจ้านาย”

      “เรื่องเงื่อนไขนายอ่านละเอียดแล้วนะ ก็ใช้ตามนั้น” เฉินกั่วกล่าว

      “ไม่มีปัญหา”

      “งั้นได้ ตามฉันมานี่!” เฉินกั่วเป็นคนทำอะไรรวดเร็ว เมื่อรับเยี่ยซิวแล้ว ก็เรียกใช้เขาเยี่ยงพนักงานทันที โดยใช้ให้เขาขนคีย์บอร์ดใหม่กองหนึ่งที่เพิ่งเข้าร้านวันนี้ขึ้นไปเก็บที่ห้องเก็บของชั้นสอง

      ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ของเฉินกั่วมีชื่อว่า “ซิงซิน (ไธรฟ์วิ่ง Thriving) อินเทอร์เน็ตคลับ” นับเป็นอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่มีระดับ มีชั้นบนชั้นล่างรวมสองชั้น มีเครื่องคอมพิวเตอร์นับพันเครื่อง ชั้นบนพื้นที่เล็กหน่อย แต่หรูหรากว่า เป็นพื้นที่ไฮโซ ซ้ำยังมีพื้นที่พิเศษ ซ่อนห้องชุดขนาดสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นไว้หนึ่งห้อง ซึ่งห้องเก็บของอยู่ในเขตพื้นที่ห้องชุดห้องนี้ เยี่ยซิ่วขนคีย์บอร์ดขึ้นๆ ลงๆ ก็สังเกตห้องนี้เอาไว้แล้ว ในประกาศรับสมัครงานเขียนไว้ว่ามีที่พักและอาหารให้ เยี่ยซิวนั้นเพิ่งย้ายออกมาจากสโมสร แผนต่อไปจะเป็นอย่างไรก็ยังไม่ได้คิด ข้อเสนอให้ที่พักและอาหารนับว่าช่วยแก้ปัญหาเรื่องที่หลับนอนให้กับเขาแล้ว จึงทำให้สนใจตำแหน่งคนเฝ้าร้านของที่นี่

      ดูจากที่เห็น ห้องชุดห้องใหญ่นั่นน่าจะเป็น “ที่พัก” พนักงานตามที่ลงไว้ในประกาศ แม้การตกแต่งจะเรียบง่าย แต่สะอาดสะอ้าน ไม่เลวเลยทีเดียว เยี่ยซิวพอใจมาก พลางคิดพลางขนคีย์บอร์ดชุดสุดท้ายขึ้นมาจัดเรียงเรียบร้อย

      “เอาละ ตรงนี้ก็คือห้องพักของนาย” เมื่อเห็นเยี่ยซิวทำงานเสร็จ เฉินกั่วที่เฝ้าอยู่ข้างๆ ก็ชี้ไปยังเตียงตัวเตี้ยๆ ที่ตั้งเบียดอยู่กับข้าวของในห้องเก็บของ

      “หา?” เยี่ยซิวชะงัก ที่พักในจินตนาการของเขา คือห้องชุดสะอาดสะอ้านที่หน้าต่างกว้างรับแสงดีด้านนอกนั่นนะ หรือต่อให้เป็นโซฟาที่ห้องนั่งเล่นนั่นก็ยังดี แต่ตรงนี้... เยี่ยซิวเงยหน้าขึ้นมอง ด้านบนผนังของห้องเก็บของมีหน้าต่างบานเล็กๆ เหมือนอยู่ตรงกับไฟถนนด้านนอกพอดี พอปิดไฟในห้องเก็บของ แสงไฟจากหน้าต่างบานน้อยก็จะส่องสลัว อย่างกับจะมีผีมาหลอก

      “เอ่อ มันก็แย่ไปนิดละนะ นายก็ปรับตัวเอาหน่อยละกัน... ความจริงร้านของฉัน มีนายมาเพิ่มก็ไม่ได้เยอะขึ้น ขาดนายไปคนก็ไม่ได้น้อยลง ฉันไม่ได้ขาดแคลนคนขนาดนั้น ประกาศรับสมัครงานที่นายเห็นนั่น ก็เมื่อนานมากแล้ว” เฉินกั่วกล่าว

      “อ้อ อย่างนี้นี่เอง! ไม่เป็นไรๆ อย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว” เยี่ยซิวออกตัว ท่าทีไม่ถือสาของเขา กลับทำให้เฉินกั่วรู้สึกผิด ไอ้ห้องเก็บของเล็กๆ ขนาดนี้ มันก็ไม่เหมือนที่พักของคนจริงๆ

      “ปกติที่ไม่มีอะไรทำ ลงไปเล่นคอมข้างล่างเอาก็ได้ ไม่เป็นไร คนกันเอง ไม่คิดเงิน” เฉินกั่วกล่าว

      “เจ้านายก็ใจกว้างเหมือนกันนะ!”

      “เฮ้อ มีคอมเป็นพันๆ เครื่อง ไม่ได้ขาดแคลนกับอีแค่เครื่องเดียวนี่!” เฉินกั่วพูด

      “ปกติจำนวนลูกค้าเป็นยังไงบ้าง” เยี่ยซิวถาม

      “ก็พอใช้ เอาเป็นว่าฉันพอใจดี” เฉินกั่วตอบ “แน่นอนว่าช่วงกะดึกของนาย คนจะน้อยหน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นพวกนักศึกษาของมหา'ลัยใกล้ๆ มาโต้รุ่งกัน หน้าที่ของนายที่จริงก็ไม่มีอะไรมาก ก็แค่คอยเฝ้าร้านไว้”

      “รับทราบ”

      “เอาไง ลองปรับตัวกับงานใหม่ โต้รุ่งซะคืนนี้เลยเอาไหม ฉันจะได้ทดสอบนายด้วยว่า ความสามารถในการโต้รุ่งเป็นยังไง” เฉินกั่วพูด

      “ไม่มีปัญหา ความสามารถเต็มหลอด” เยี่ยซิวชูนิ้วโป้งสองนิ้วกับเฉินกั่ว เพื่อบอกว่าการโต้รุ่งเป็นงานถนัดของตน

      “งั้นได้ ไป ลงไปข้างล่าง ฉันจะเลี้ยงต้อนรับด้วยอาหารรอบดึก” เฉินกั่วพูด

      “หืม? กินอะไร”

      “เวลาอย่างนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรอยู่แล้ว ฝั่งตรงข้ามถนนมีร้านอาหารเล็กๆ อยู่ร้านนึงน่าจะยังไม่ปิด นายลองไปดูๆ หน่อย ซื้อกับข้าวอะไรก็ได้สักสองสามอย่างกลับมา ผักคึ่นไช่ฉันไม่กินนะ” เฉินกั่วพูดพลางล้วงเอาเงินสองร้อยหยวนยัดให้เยี่ยซิว

      “หิมะตกอยู่นะ!” เยี่ยซิวกล่าว

      “แค่ข้ามถนน ไม่ได้ไกลซะหน่อย จะโดนหิมะได้สักกี่แหมะ รีบไปเร็วๆ เข้า” เฉินกั่วสั่ง

      เยี่ยซิ่วจนใจ จึงข้ามถนนไปซื้อมื้อดึก เพิ่งเปลี่ยนงานปุ๊บก็โดนใช้งานรัวๆ แบบนี้ แต่ในใจกลับไม่รู้สึกอึดอัดอะไร ผู้หญิงคนนี้ คุยกับใครเรื่อยเปื่อยสองสามคำก็เป็นกันเองกันแล้ว พลังแห่งการตีสนิทได้โดยอัตโนมัติ ชวนให้รู้สึกเป็นมิตร สบายใจอยู่เหมือนกัน เมื่อนึกถึงตรงนี้ เยี่ยซิวพลันนึกขึ้นได้ว่า เขาถึงกับยังไม่ได้ถามชื่อเจ้านายคนใหม่ของตนคนนี้เลย

หนังสือแนะนำ

Special Deal