บทที่ 4 เสียงผีพร่ำยามดึกสงัด หน้า 2

      หลี่เหลียนฮวาจ้องนาง ถอนหายใจเฮือกที่สอง “แม่นางอวิ๋น ท่านลืมแล้วหรือ จากโรงเตี๊ยมเสี่ยวเหมียนถึงเมืองอวี้ เฉิงอวิ๋นเฮ่อหนีตายอยู่ในยุทธภพ เจ้าเมืองอวี้ออกคำสั่งตามล่าคร่าชีวิต ไก่สุนัขไม่ยกเว้น มือกระบี่ที่อยู่ในโรงเตี๊ยมคืนนั้นล้วนถูกเจ้าเมืองอวี้บีบคั้นให้ปลิดชีพจนสิ้น บุคคลที่ ‘สามารถ’ เหลือรอดเพียงผู้เดียว ก็คือท่านคนเดียวเท่านั้น”
      “เช่นนั้นแล้วอย่างไรเล่า” อวิ๋นเจียวกัดริมฝีปากแน่น “เป็นผี...หากเป็นผีก็หนีรอดไปได้ ข้าไม่ได้สังหารนาง” เขาจ้องใบหน้าของนางพลางยิ้มน้อยๆ ประหนึ่งอดกลั้นต่อความพยายามโต้แย้งของนางได้

      “หากเป็นผี ย่อมไม่หลอกคน” สีหน้าของนางขาวซีดดั่งซากศพในพริบตา             “หลอก...คน...”
      “เรื่องหน้าต่างมรกตมีภูตผีสังหารผู้คน ที่แปลกพิสดารที่สุดคือซากศพของอวี้ชิวซวงจู่ๆ ปรากฏอยู่ในหีบสินค้าของเฉิงอวิ๋นเฮ่อ สำนักคุ้มภัยเฮ่อหังแม้มิใช่ศูนย์รวมยอดยุทธ์ กลับมีความน่าเชื่อถือเลื่องชื่อในยุทธภพ ได้รับความเคารพเลื่อมใสมาก”
หลี่เหลียนฮวาเอ่ยเสียงอ่อนโยน

      “เฉิงอวิ๋นเฮ่อไม่หลอกลวงผู้ใดแน่ เขากล่าวว่าหีบสินค้าไม่มีผู้ใดแตะต้อง นั่นก็คือไม่มีผู้ใดแตะต้องอย่างแท้จริง หีบสินค้าที่บรรจุเพชรนิลจินดาอยู่เต็ม ไม่เคยมีผู้ใดแตะต้องกลับปรากฏซากศพของอวี้ชิวซวง ฟังแล้วช่างเป็นเรื่องที่หาคำอธิบายไม่
ได้ แต่แท้จริงแล้วช่างง่ายดายนัก” เขายิ้มมุมปากต่ออวิ๋นเจียว

      “ขอเพียงคิดตกในจุดหนึ่ง ก็รู้ได้ว่าอวี้ชิวซวงเข้าไปอยู่ในหีบสินค้าได้อย่างไร”
อวิ๋นเจียวหลังสีหน้าซีดขาวราวกับซากศพแล้ว ท่าทีแข็งกร้าวเมื่อครู่ค่อยๆ อ่อนลง “อะไร”

      “เฉิงอวิ๋นเฮ่อเป็นคนซื่อสัตย์ ก็มิได้หมายความว่าทุกคนเป็นคนซื่อสัตย์” หลี่เหลียนฮวายังคงแย้มยิ้มและสงบเยือกเย็น “เฉิงอวิ๋นเฮ่อหลอกใครไม่เป็น แต่แม่นางอวิ๋นกลับหลอกคนเป็น ขอเพียงคิดตกในจุดนี้ แท้จริงแล้วเรื่องนี้ไม่แปลกประหลาด”
นางเม้มปาก นิ่งเงียบคอยฟังหลี่เหลียนฮวาเอ่ยต่อเนื่องไป

      “คนของสำนักคุ้มภัยเฮ่อหังไม่รู้ว่าคืนนั้นอวี้ชิวซวงพักอยู่ในโรงเตี๊ยมเสี่ยวเหมียน พวกเขาพอเห็นนาง นางก็สิ้นชีวิตแล้ว ใช่หรือไม่”อวิ๋นเจียวตัวแข็งทื่อ พยักหน้า
      “มือกระบี่ที่คุ้มกันอวี้ชิวซวงในคืนนั้นหลังกลับถึงเมืองอวี้แล้วล้วนตายจนสิ้น ใช่หรือไม่” หลี่เหลียนฮวาถามอีก อวิ๋นเจียวพยักหน้าอีก
      “เช่นนั้น แท้จริงแล้วเฉิงอวิ๋นเฮ่อไม่รู้สภาพของอวี้ชิวซวงในคืนนั้น มือกระบี่เมืองอวี้ขึ้นชื่อเรื่องฝึกซ้อมเคร่งครัด จู่ๆ อวี้ชิวซวงตายไป ย่อมไม่เล่าเรื่องเหตุการณ์ในคืนนั้นต่อผู้อื่น คำนวณจากศพของอวี้ชิวซวงที่ถูกส่งกลับมายังเมืองอวี้ภายในครึ่งเดือน พวกเขาต้องเร่งรุดเดินทางทั้งวันทั้งคืนเพื่อกลับมา...น่าเสียดายทันทีที่กลับมาเนื่องเพราะเจ้าเมืองอวี้คลุ้มคลั่ง ทั้งหมดต้องพลีชีพ”หลี่เหลียนฮวาเอ่ยอย่างไม่รีบไม่ร้อน

      “เช่นนั้น...คืนนั้นอวี้ชิวซวงเป็นหรือตายกันแน่ อยู่หรือไม่อยู่ ไม่ว่าเสียงโจษขานในยุทธภพหรือสิ่งที่เฉิงอวิ๋นเฮ่อได้รู้ ล้วนเป็นคำพูดจากสหายสนิทของนาง แม่นางอวิ๋น...
พยานก็มีเพียงท่านคนเดียวเท่านั้น หากแม่นางอวิ๋นพูดปดเล่า

      ”ดวงตาของเขาจ้องมองดวงตาของอวิ๋นเจียง “คืนนั้นอวี้ชิวซวงเป็นอย่างไรแน่ มีผู้ใดล่วงรู้เล่า?”อวิ๋นเจียวไม่ตอบคำ แต่คนนิ่งงันไปเสียแล้ว

      “หากท่านกำลังพูดปด เช่นนั้นทั้งหมดทั้งสิ้นก็กระจ่างชัดแล้ว แต่แรกเริ่มอวี้ชิวซวงก็อยู่ในหีบสินค้าของเฉิงอวิ๋นเฮ่อ” หลี่เหลียนฮวาเอ่ยเน้นทีละคำ น้ำเสียงอ่อนโยน ไม่ดุเดือดรุนแรง “ในเมื่อหีบมิได้ถูกสับเปลี่ยน และไม่มีผู้ใดแตะต้องหีบนั้น หีบนั้นเป็นหีบใบเดิม เพียงแต่พบศพในคืนนั้นเท่านั้น เมื่อคิดเช่นนี้ เรื่องราวทั้งหมดหาได้แปลกประหลาดเลยสักนิดเดียว”
      “หากข้าไม่ได้หลอกคนเล่า” นางถามเสียงต่ำ
      “เช่นนั้นบนโลกนี้ก็มีผีอยู่จริง” เขาตอบ “ข้ากลัวผี ดังนั้นข้าไม่เชื่อ”
      “นาง...ไม่มีทางอยู่ในหีบสินค้าของเฉิงอวิ๋นเฮ่อ นางไม่รู้จักเขาสักนิด...” อวิ๋นเจียวแย้งอย่างหมดแรง
      “นางเพียงแค่อยู่ในหีบใบหนึ่งในสิบหกหีบที่ให้เฉิงอวิ๋นเฮ่อคุ้มกัน” 
หลี่เหลียนฮวาพูดต่อ

      “ผู้จ้างวานมาจากเมืองอวี้ ตัวอวี้ชิวซวงจะอยู่ในหีบก็มิใช่เรื่องแปลก”
      “ท่านทราบได้เช่นไรว่าผู้จ้างวานมาจากเมืองอวี้” นางกรีดร้องถามฉับพลัน สีหน้าฉายแววตระหนกเสียขวัญถึงที่สุด เรื่องอื่นสามารถอธิบายด้วยการอนุมานและคาดเดา แต่เรื่องนี้จะเดาออกมาโดยไม่มีมูลได้อย่างไร เสียงกรีดร้องครานี้ของนาง เป็นการยืนยันแน่ชัดว่าผู้จ้างวานมาจากเมืองอวี้โดยไม่ต้องสงสัย หลี่เหลียนฮวาฉีกยิ้ม

      “เขาคุนหลุนเป็นแหล่ง กำเนิดหยกขาว ก้อนศิลาบนเขาเป็นหินกรวดแฝงสายแร่หยก เมืองอวี้ตั้งอยู่บนเหมืองหยก ข้างธารน้ำแข็ง หินศิลาในเมืองยิ่งไม่เหมือนที่อื่น
ใด หินที่ใช้ถมก้นหีบเหมือนก้อนกรวดในสวนเมืองอวี้ออกอย่างนั้น ในสิบหกหีบมีสิบใบบรรจุเงินทองเพชรพลอยไว้เต็ม หากมิใช่เมืองอวี้เป็นผู้จ้างคุ้มกันภัย จะให้องค์จักรพรรดิเป็นผู้จ้างวานกระนั้นหรือ”

      “นั่น...” นางขบกัดริมฝีปาก ริมฝีปากซีดขาวกำลังสั่นระริก
      “เมืองอวี้ร่ำรวยเทียบเท่าคลังแผ่นดิน หรืออาจร่ำรวยกว่า” หลี่เหลียนฮวามองนางอย่างอ่อนโยน “เพชรนิลจินดาสิบหีบสำหรับขุนนางขั้นสูงร่ำรวยแล้วมากเกินไปอย่างแท้จริง ข้าไม่ทราบว่าผู้จ้างวานเป็นใคร แต่นั่นไม่สำคัญ” เขาลากเสียง “ที่สำคัญก็คือ...สินค้าล้ำค่าเหล่านี้มาจากเมืองอวี้ เมืองอวี้มิอาจไม่ทราบ เรื่องของอวี้ชิวซวงท่านพูดปด ยังมีเงาพรายหน้าต่างมรกตที่ปรากฏพร้อมท่าน...หิ่งห้อยพวกนั้น...แม่นางอวิ๋น นั่นไม่ใช่ผี ผีไม่จำเป็นต้องแสร้งทำไฟผีและแสร้งเป็นผีเสียเอง” นางก้มลงพินิจชุดดำทั้งตัวและเส้นผมยุ่งเหยิงหนึ่งกองที่โยนทิ้งบนพื้น น้ำตาพลันหลั่งรินหยดลงมา
      “อวี้ชิวซวงมิใช่ท่านเป็นผู้สังหาร ท่านกำลังปิดบังเพื่อผู้ใด แสร้งทำเป็นภูตผีเพื่อใคร” หลี่เหลียนฮวายิ้มเล็กน้อยพลางถาม

      “แท้จริงแล้วขอเพียงเข้าใจว่าอวี้ชิวซวงไม่จำเป็นต้องตายที่โรงเตี๊ยมเสี่ยวเหมียน ก็กระจ่างได้อย่างง่ายดายมากว่าท่านกำลังปิดบังเพื่อใคร แต่ข้ายังคงหวังให้แม่นางอวิ๋นอย่าได้ตัดสินใจแบกรับโทษทัณฑ์ไว้เองเพราะการนี้”อวิ๋นเจียวค่อยๆ หลุบหน้าลง       “ในเมื่อท่านฉลาดปราดเปรื่องเยี่ยงนี้ ไม่ว่าเรื่องใดล้วนมองขาด...ท่านไปจับฆาตกรเองก็ดี”หลี่เหลียนฮวาส่ายหน้า

      “นับจากอวี้ชิวซวงเสียชีวิต เรื่องปลอมเป็นผีหลอกลวงผู้คนล้วนเป็นแม่นางอวิ๋นเป็นผู้กระทำมิใช่หรือ รวมถึงคืนนี้สังหารหลี่เหลียนฮวา ล้วนเป็นแม่นางอวิ๋นลงมือกระทำด้วยตนเอง คนที่ท่านปกป้องไม่คิดร่วมเสี่ยงไปกับท่าน ท่านเข้าใจหรือไม่”
น้ำเสียงและแววตาของหลี่เหลียนฮวาช่างอบอุ่น นั่นเป็นท่าทีละมุนละม่อมเจียมเนื้อเจียมตัวเป็นพิเศษ เขามิได้มีเจตนาเร่งรัดบีบคั้นผู้คน

      อวิ๋นเจียวจ้องเขาอย่างตะลึง นางรู้สึกตลอดว่าหลี่เหลียนฮวาในตอนนี้ช่างคุ้นตายิ่งนัก ราวกับเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน...แต่เป็นไปได้
      อย่างไรว่าจะเคยพบเห็นเขามาก่อน หรืออาจเป็นเพราะเคยได้ยินการพูดการจาที่คล้ายกันอย่างยิ่ง ส่งผลให้นางไม่รู้สึกหวาดผวามากเกินไป
     “ท่าน...ข้าเหมือนเคยเห็นท่านที่ไหนมาก่อน” นางพึมพำ “ท่านเข้าใจหรือไม่ ท่านเข้าใจหรือไม่ ข้าแน่นอนว่าเข้าใจ...แต่ว่าข้า...แต่ว่าข้า...”
      “ท่านยินยอมตายแทนเขา?” หลี่เหลียนฮวาถามนางน้ำตาคลอเบ้า

      “ข้าไม่รู้ อาจจะใช่”หลี่เหลียนฮวาจับจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง เอ่ยพึมพำ “ทรัพย์สมบัติเมืองอวี้ทำร้ายผู้คนไม่น้อยจริงๆ...ข้าง่วงแล้ว” เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหน้าทันควัน

      “ดึกสงัดแล้ว แม่นางก็สมควรกลับไปแล้ว” อวิ๋นเจียวตะลึงพรึงเพริด เขาใส่กุญแจขังนางในห้องสนทนาอยู่ครึ่งค่อนวัน จับได้ว่านางแสร้งปลอมเป็นผี ไม่จับตัวนางส่งให้อวี้หงจู กลับออกปากไล่แขก? อึ้งไปพักหนึ่ง นางหาได้หวั่นผวาหรือผ่อนคลาย แต่
เป็นกระอักกระอ่วน

      “ประตู...ใส่กุญแจไว้” เสียงของหลี่เหลียนฮวาดังลอดมาจากใต้ผ้าห่ม “อา...ใส่กุญแจไว้ แต่ไม่ได้ปิดนี่” ไม่ได้ปิด? นางจ้องแม่กุญแจที่คล้องอยู่บนประตูอย่างตะลึงงัน งวงเหล็กเสียบในแม่กุญแจอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์หาได้เกี่ยวบนบานประตูแม้แต่น้อย เพียงแต่แขวนหลอกไว้เท่านั้น กลอนประตูบนกลางล่างไม่ได้คล้องไว้

      ชั่วขณะนั้นนางไม่รู้ว่าควรตกใจ ควรโกรธ ควรร่ำไห้หรือควรหัวร่อดี ผลักเปิดประตูออกไปอย่างมึนงง ก้าวออกไปดั่งซากศพเดินได้

หนังสือแนะนำ

Special Deal