บทที่ 4 เสียงผีพร่ำยามดึกสงัด

      ดึกสงัด
      จงเจิ้งหมิงจูลงเขาไปกระทำเรื่องที่หลี่เหลียนฮวาไหว้วานแล้วท่ามกลางแสงเทียนวาววาม หลี่เลียนฮวาเผชิญหน้ากับศพอวี้ชิวซวงที่ตั้งอยู่ในโลงน้ำแข็งเพียงลำพัง แรกเริ่มเดิมทีอวี้หงจูใคร่มาด้วย แต่เกิดเรื่องเล็กน้อยบางอย่างจำเป็นต้องให้นางจัดการ บัดนี้มีเพียงหลี่เหลียนฮวาเพียงผู้เดียวจุดเทียนจับจ้องซากศพดรุณีน้อยกึ่งเน่ากึ่งเกรียม ซากนั้น
      “เฮ้อ...” หลี่เหลียนฮวาถือเทียนส่องมองซากนางอยู่เป็นนาน  สะทกสะท้อนใจพลางส่ายหน้า กระทำจนนงคราญน้อยอายุสิบเจ็ดสิบแปดรูปร่างหน้าตาหมดจดงดงามมีสภาพเยี่ยงนี้ ต่อให้เขาเคยเห็นซากศพที่ดูสยองขวัญกว่านี้มานักต่อนัก ก็ยังรู้สึกว่าฆาตกรผู้นี้น่าชิงชังยิ่งหน้าประตูห้องอวี้ชิวซวงมีมือกระบี่คอยรักษาการณ์ปกป้อง

    หลี่เหลียนฮวาใช้มีดสั้นในถุงผ้าพิมพ์ลายน้ำเงินค่อยๆ แซะเปิดบาดแผลของอวี้ชิวซวง เมื่อวานเขาเกี่ยวก้อนเลือดออกมาได้ มองเห็นลำไส้ที่สะเทือนจนฉีกขาด บัดนี้มิทราบได้ว่าอยากเห็นสิ่งใดจากด้านในนอกหน้าต่างดำมืดเป็นแผ่นผืน คืนนี้เมฆหนา ไร้เดือนไร้ดาว หลี่เหลียนฮวาแซะซากศพของอวี้ชิวซวงอย่างหมดอาลัยตาอยาก...มีดสั้น
      เนื้อโลหะพรมเคาะไปทั่วซากของนางแผ่วเบา เขาทั้งตรวจสอบบาดแผลไม่เป็นยิ่งชันสูตรศพไม่ได้ สำหรับหลี่เหลียนฮวาผู้ไม่เชี่ยวชาญทางการแพทย์ใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากกรีดเปิดช่องท้องดูว่าด้านในมีสิ่งไม่ควรมีหรือไม่แล้ว ก็ไร้หนทางอื่นใดอีก มีดสั้นเคาะไล่ไปเรื่อย บนซากศพแข็งกร้านแช่แข็งบังเกิดเสียงที่ทำให้ผู้คนขนลุกซู่ดังแผ่วพลิ้วไม่ขาดสาย ทว่าหลี่เหลียนฮวากลับใบหน้ายิ้มกริ่มราวกับรู้สึกสนุกสนาน
มือกระบี่ภายนอกประตูยืนนิ่ง พลันเกิดความวุ่นวายเล็กน้อยครู่หนึ่ง...ท่ามกลางค่ำคืนอันมืดสนิทเป็นผืนแผ่น พวกเขาได้ยินเสียงซึ่ง ได้ยินในวันนั้นอีกครา...เสียงเพลงลิ้นขาด
      เสียงดังแว่วมาจากหลังไม้ใหญ่ในลานสวน ทว่าทางนั้นกลับไร้เงามนุษย์ เพลงขับขานไปเพียงสองประโยค จู่ๆ ก็ชะงักลง มือกระบี่เมืองอวี้มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างตวาดก้องกวดไล่มาถึงหลังต้นไม้ กลางลานบ้านว่างเปล่าไร้คน สองคงกระโดดผ่านกำแพงล้อม แยกสืบค้นในสองทิศทาง 
      หลี่เหลียนฮวาถือเทียนยิ้มมุมปาก มือกระบี่เมืองอวี้แต่ไรมาฝึกฝนเคร่งครัดสมชื่อจริงดังว่า บัดนี้สี่ด้านไร้ผู้คน ราตรีมืดมิดสงัดเงียบ
      “ช่างเหมาะเป็นคืนที่ผีจะออกมากินคนเสียจริง...” เขาพึมพ่ำหนึ่ง
ประโยคก่อนหาวหวอด

      “ข้ากลับห้องหลบซ่อนจะดีกว่า ดูแล้วน่ากลัวนัก...”

ทันใดนั้นลมเย็นโชยวูบมาจากประตูหน้าซึ่งเขาหันหลังให้ ฉับพลันเงาร่างสูงใหญ่ผมเผ้ายาวสยายผุดขึ้นที่ปากประตู ตำแหน่งศีรษะเป็นเส้นผมกระเซิง ประดุจดั่งไร้ซึ่งศีรษะ ลมเย็นระลอกนั้นพัดแขนเสื้อหลี่เหลียนฮวาพลิ้วไสว เขาพึมพำ
      “น่ากลัวยิ่ง”

เก็บมีดสั้นเข้าใส่ถุงผ้าอย่างระแวดระวัง คิดไม่ถึงว่าไม่แม้แต่จะเหลียวหลัง ก้าวเท้าออกไปทางประตูด้านหลังอย่างเชื่องช้า
      เขามองไม่เห็นผีที่ขวางประตูหน้า ผีผมยาวตรงประตูหน้ายืนแข็งทื่อตรงนั้น...มันคล้ายกับโกรธจนตัวสั่น ชะงักกึกหนึ่งก่อนแตะพื้นแผ่วเบาตามติดด้านหลังหลี่เหลียนฮวาเข้าสู่ห้องพักแขกของจงเจิ้งหมิงจูอย่างไร้สุ้มเสียงหลี่เหลียนฮวาหลังกลับห้องพักแขกก็จุดเทียน ปิดงับประตูหน้าต่างเสร็จสรรพ คิดครู่หนึ่งก่อนใส่แม่กุญแจประตูหน้าต่าง ประหนึ่งว่ากลัวผีเสียเหลือเกิน หลังใส่แม่กุญแจประตูหน้าต่างเรียบร้อย เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เป่าดับเทียนอย่างวางใจก่อนปีนขึ้นเตียง ใช้ผ้าห่มคลุมโปงแน่นหนา เริ่มหลับตานอน
      ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ผีผมยาวลอยตัวเงียบเชียบลงจากขื่อ...มันแอบขึ้นไปอยู่บนขื่อตอนหลี่เหลียนฮวาเข้าประตูมาแต่แรกแล้ว หลี่เหลียนฮวาจุดเทียนปิดหน้าต่างใส่กุญแจประตูอย่างงุ่มง่าม มีเวลาล้นเหลือให้มันซ่อนตัวบนขื่อห้อง มันสืบเท้าเงียบกริบไปข้างเตียง ค่อยๆ เงื้อมือซึ่งกำวัตถุท่อนสั้นๆ ส่องประกายเยียบเย็นระยับจรดใส่คนที่คลุมผ้าอย่างแน่นหนาบนเตียง ค่อยๆ ลดข้อศอกลงเชื่องช้า
      “แม่นางอวิ๋น” พลันแว่วเสียงคนจากภายในผ้าห่ม โดยเฉพาะผู้พูดจิตใจสงบเยือกเย็น มิได้มีเจตนากระทำให้ผู้ใดตกใจแม้เพียงนิด กระนั้นต่อให้เป็นเช่นนี้ ผีผมยาวตนนั้นหลังได้ยินแล้วยังคงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง 
      “คุณชายจงเจิ้งคืนนี้ไม่อยู่”
ผีผมยาวถอยกรูดไปสองก้าว กดข้อศอกลง วัตถุท่อนสั้นแฝงประกายเย็นเยียบชิ้นนั้นปักใส่คนบนเตียงโดยแรง เสียง “กึก” คราหนึ่งกระทบถูกแผ่นเตียง มันดึงข้อศอกกลับ แสงเย็นส่องวาบขึ้นในห้อง นั่นคือมีดสั้นพร้อมปลอกมีด ขณะนี้ปลอกมีดคาติดอยู่กับเตียง ให้พอดีดึงสวบเสียงหนึ่งชักมีดคมกริบออก พลิกมือเฉือนคอหลี่เหลียนฮวา!
หนึ่งชักหนึ่งเฉือนนี้ความเคลื่อนไหวรวบรัดฉับไว หาใช่มือธรรมดาสามัญเด็ดขาด หลี่เหลียนฮวายังคงคลุมโปงในผ้าห่ม มีดสั้นของผีผมยาวคมปลาบวาบแสงเย็นปาดถึงลำคอ พลันผ้าห่มนูนโป่งขึ้น กำลังไม่หนักไม่เบาสายหนึ่งดีดกระทบเสียงดังตุบใส่ข้อมือซึ่งถือมีดสั้นของนาง มีดสั้นหลุดมือลอยเฉียงไป สามฉื่อ* (หนึ่งฉื่อ ยาวประมาณ 33.33 เซนติเมตร) ปักคาอยู่บนบานประตู!
“อา” เสียงหนึ่ง ผีผมยาวนั้นตระหนกยิ่ง หลุดปากอุทาน เสียงอุทานนี้เด่นชัดว่าเป็นเสียงสตรี
      เสียงของหลี่เหลียนฮวาลอดผ่านผ้าห่ม

      “แม่นางอวิ๋น...” เหมือนจำใจอยู่บ้าง

      “สำรวมหน่อย” ไม่ทราบด้วยเหตุใดเขาจึงไม่มุดออกมาจากผ้าห่ม เอาแต่ซุกอยู่
ด้านใน

      “คืนนี้คุณชายจงเจิ้งไม่อยู่ ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากหารือกับแม่นางอวิ๋น” ผีผมยาวก้มหน้าต่ำหมุนตัวเงียบเชียบฉับพลัน สาวเท้าเร็วไปทางประตู คิดผลักเปิดประตูหลบหนี กลับพลันพบว่าประตูใส่กุญแจ ในนอกห้องพักแขกที่จงเจิ้งหมิงจูพักอาศัยล้วนใส่แม่กุญแจได้ ต้องมีกุญแจจึงจะไขเปิดออกได้ นางหมุนตัวขวับ ดึงมีดสั้นที่ปักคาประตูขึ้น สองตาแฝงแววประหวั่นพรั่นพรึงจ้องมองหลี่เหลียนฮวา กลุ่มก้อนบนเตียงนั้นโป่งนูนขึ้นอย่างน่าขัน แต่ในสายตาของนางกลับน่ากลัวเหลือแสน คืนนี้คาดไม่ถึงว่าผีตกเข้าสู่หลุมพรางของมนุษย์ได้ยินเพียงหลี่เหลียนฮวาเอ่ยเสียงนุ่ม “คืนนี้คาดว่าแม่นางอวิ๋นคงแต่งตัวไม่เป็นที่ถูกใจ ข้าไม่มองแล้วกัน”
      “ท่าน...ดึงผ้าห่มลงได้แล้ว” นางเอ่ยเย็นชา หว่างคิ้วยังเหลือเค้าแห่งความหวาดหวั่นอยู่บ้าง เสียงค่อนข้างสั่นเทิ้ม
      หลี่เหลียนฮวาค่อยๆ ดึงผ้าห่มลง ชั่วพริบตาที่ออกจากโปงผ้าห่มลง อวิ๋นเจียวบังเกิดความรู้สึกวางใจโดยพลัน หลี่เหลียนฮวามีใบหน้าอ่อนโยนไม่สร้างความรู้สึกน่าหวาดกลัว แต่สาเหตุที่ทำให้นางรู้สึกเช่นนี้กลับเป็น...นางคลับคล้ายว่าเคยเห็นวงหน้านี้ที่ใดมาก่อน...ดังนั้นชั่วพริบตาที่เห็นหลี่เหลียนฮวา นางจึงรู้สึกผ่อนคลายจนสิ้นแผ่นหลังอวิ๋นเจียวเอนพิงบานประตู หลังสูดหายใจเข้าออกลึกๆ หนึ่งเฮือก น้ำตารินอาบสองแก้มโดยไม่มีสาเหตุ ร่วงตกลงมา
      ภายในห้องเงียบงันชั่วครู่หนึ่ง ไม่ทราบว่าเหตุใดหลี่เหลียนฮวาไม่เอ่ยปากก่อน ผ่านไปพักหนึ่ง อวิ๋นเจียวโพล่งเสียงสั่นเทา

      “มิใช่ข้า...”
หลี่เหลียนฮวายิ้มอ่อนโยน

      “ข้าทราบ”นางอ่อนระทวยไปทั้งร่างแล้ว ทรุดช้าๆ ลงไปนั่งกองกับพื้น 
      “ท่าน...จะทราบได้อย่างไรว่า...”
      “แม่นางอวี้ถูกคนกระแทกลำไส้ กระดูกกลับไม่แหลกเหลว น่าจะเกิดเพราะถูกคนใช้พลังฝ่ามือแหวกเวหาโจมตีโดนท้องน้อย แม่นางอวิ๋นพลังฝีมือไม่อ่อนด้อย แต่พลังภายในไม่แกร่งกล้านัก”
       หลี่เหลียนฮวาอมยิ้มน้ำเสียงเบิกบานดั่งสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ 
      “ฆาตกรที่สังหารอวี้ชิวซวงแน่นอนว่ามิใช่ท่าน แต่ท่าน...” เขาชะงักไป
ก่อนเอ่ยอย่างเนิบช้า

      “อวี้ชิวซวงตายอย่างไร คาดว่าแม่นางอวิ๋นรู้กระจ่างยิ่งเป็นแน่”สีหน้าของอวิ๋นเจียวเผือดสลด ไม่เอ่ยแม้สักคำ ได้ยินเพียงหลี่เหลียนฮวาเอ่ยพลางยิ้มบาง

     “ข้าใคร่หารือเรื่องหนึ่งกับแม่นางอวิ๋น แม่นางบอกข้าได้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วอวี้ชิวซวงตายอย่างไรกันแน่”อวิ๋นเจียวส่ายหน้าเชื่องช้าทว่าเด็ดเดี่ยว หลี่เหลียนฮวาเอ่ยชัดถ้อยคำ

       “แม่นางอวิ๋น...นี่สำคัญมาก”
       “คืนนี้ข้าเพียงแต่สวมชุดบุรุษ ท่านดูจากที่ใดว่าข้ารู้ ซวงเอ๋อร์นาง...นางถูกผีสังหาร สิ้นชีพที่โรงเตี๊ยมเสี่ยวเหมียน เกี่ยวข้องอันใดกับข้า”ทรวงอกของอวิ๋นเจียวสะท้อนขึ้นลง ท่าทีแข็งกร้าวเฉียบพลัน อารมณ์ตระหนกกังวลเพราะเสียงเรียกคราหนึ่งว่า

   “แม่นางอวิ๋น” ของหลี่เหลียนฮวาเมื่อครู่ค่อยๆ สงบลง

     “ไม่มีผู้ใดสังหารคน...แต่ไรมาก็ไม่มีผู้ใดสังหารคน...ข้ายิ่งไม่ได้สังหารคน...”
“ใช่หรือ” หลี่เหลียนฮวาถอนหายใจเฮือก

      “นับแต่เฉิงอวิ๋นเฮ่อบอกข้าเรื่องหน้าต่างมรกตมีภูตผีสังหารผู้คน ข้าก็ทราบว่าแม่นางอวิ๋นหนีไม่พ้นความเกี่ยวข้อง เมื่อวานเห็นเงาภูตผีที่นี่ หลังได้ยินเสียงเพลงปีศาจ
ขับขาน ยิ่งตอกยเำเรื่องนี้”
      “พูดจาเหลวไหล...” สีหน้าของอวิ๋นเจียวซีดขาว

      “ท่านแค่เพียงได้ยินฟูเหรินเอ่ยเพ้อเจ้อ นางแต่ไรมาไม่ชอบข้า...”

 

หนังสือแนะนำ

Special Deal