บทที่ 2 ภายในเมืองอวี้ หน้า 2

      แต่หากเขาเป็นหนอนตำราทึ่มทื่อไม่รู้หลักการครองตนจริง จะรู้จักอาศัยความมีชื่อเสียงไปมาอิสระภายในเมืองอวี้ได้อย่างไร จะกล่าวว่าแผนการในใจเขาลึกล้ำ ตรึกตรองหลายตลบ จงเจิ้งหมิงจูก็คิดไม่ออกว่าหลี่เหลียนฮวามาเมืองอวี้แสร้งโง่ รักษาอวี้ชิวซวงแล้วได้ผลประโยชน์อันใด อวี้ชิวซวงถูกคนสะบั้นลำไส้เลือดตกถึงตาย ภายนอกไร้บาดแผลเพียงเสี้ยว หลี่เหลียนฮวาดูออกได้อย่างไร ความสงสัยหลากหลายประดังเข้ามาจนทำให้จงเจิ้งหมิงจูนอนไม่หลับ
      ชั่วพริบตานั้นเอง เขาลืมตาขึ้น ด้านนอกประตูคลับคล้ายบังเกิดเสียงผิดปรกติ
เขายังมิทันตัดสินใจเปิดประตูตรวจสอบดู ฉับพลันสังเกตเห็นหน้าต่างตรงข้ามประตูปรากฏจุดเงาเขียวมรกตวูบไหว บัดเดี๋ยวไกลบัดเดี๋ยวใกล้ ลอยล่องไม่หยุดนิ่ง ตามติดกระชั้นด้วยเสียงท่วงทำนองเพลงประหลาดล้ำพิสดาร ดังแว่วมาจากลานบ้านอันไกลโพ้น
      นั่นเป็นเสียงที่ฟังแล้วทำให้ผู้คนขนลุกตั้งชัน เป็นเสียงสตรี เอื้อนลากด้วยท่วงทำนองแปลกพิกล ขับขานบทเพลงโหยหาอาดูรบทหนึ่งอย่างตั้งอกตั้งใจ...เสียงนั้นฟังแล้วช่างคล้ายคนถูกตัดลิ้นขับลำนำเพลงรักอาวรณ์ แม้โศกเศร้าสลด แต่กลับมิใช่ท่วงทำนองที่คนเป็นรับฟัง
      เข้าใจ...
      นี่ก็คือเงาภูตหน้าต่างมรกตที่ทุกคนกล่าวว่าพบเห็นในวันที่ชิวซวงเสียชีวิต! จงเจิ้งหมิงจูคนอยู่ในความมืดมิดสนิทแห่งรัตติกาลภายในห้องนอน จ้องมองเงาประหลาดบนหน้าต่าง ในชั่วพริบตานั้นอดขนลุกซู่มิได้ สูดหายใจลึกยาวเฮือกหนึ่ง เพ่งสมาธิฟังอยู่ครู่หนึ่ง เขามิได้ยินเสียง “คน” ผู้ใด กระดอนตัวลุกนั่งบนเตียงในบัดดล เขาเคลื่อนร่างเร็วรี่ ยื่นมือยกบานหน้าต่างขึ้นทันที...นอกหน้าต่างจันทร์กระจ่างดวงดาวบางตา อากาศเย็นเยือกเล็กน้อย ไม่มีสิ่งอันใดเลย
      “อยู่บนหน้าต่าง”
      จงเจิ้งหมิงจูสะท้านไปทั้งร่าง เขามิใช่ถูกเงาภูตหน้าต่างมรกตหลอกให้ตกใจ กลับถูกหลี่เหลียนฮวาทำให้เหงื่อแตกพลั่กเย็นวาบ ได้ยินดังว่าจึงดึงบานหน้าต่างลง หลี่เหลียนฮวาจุดเทียนสว่างไสว ลงจากเตียงก้าวเนิบช้าเข้ามา
      แสงเทียนส่องเงาภูตที่ลอยล่องบนหน้าต่าง เงาพรายมรกตประหลาดล้ำเหล่านั้นประหนึ่งว่ากริ่งเกรงแสงประทีป ถึงกับอันตรธานหายไปไม่เหลือให้เห็น นิ้วชี้มือขวาหลี่เหลียนฮวายื่นออก ใช้เล็บบนนิ้วยาวเรียวกรีดกระดาษกรุหน้าต่างคราหนึ่ง ได้ยินเพียงเสียงแคว่ก กระดาษฉีกขาดตามรอยกรีด กลับไร้แสงลอดทะลุ แต่มีบางสิ่งคลานออกมาจากรอยฉีก 
      จงเจิ้งหมิงจูผุดยิ้มเจื่อน ที่แท้หน้าต่างบานนี้กรุกระดาษถึงสองชั้น ระหว่างกลางชั้นกระดาษวางหิ่งห้อยซึ่งเด็ดปีกออกเข้าไป เมื่อถึงยามวิกาล หิ่งห้อยส่องแสงกะพริบวูบวาบ ภายในห้องอันมืดมิดดูแล้วดั่งเงาภูตลอยใกล้บ้างไกลบ้าง ส่วนยามกลางวันและยามมีแสงเทียน เนื่องเพราะแสงตะวันและแสงเทียนสว่างกว่าแสงหิ่งห้อย จึงมองไม่เห็นแสงกะพริบริบหรี่ของมัน
      “ที่แท้เงาภูตหน้าต่างมรกตก็คือหิ่งห้อยพวกนี้นั่นเอง” เขามองหลี่เหลียนฮวา อดถามไม่ได้

      “คุณชายรู้ความลับบนหน้าต่างได้อย่างไร”
หลี่เหลียนฮวาแย้มยิ้มอ่อนบาง

     “ข้ากลัวผี ท่านเพียงฟังว่ามีเสียง
คนหรือไม่ แต่ข้ากำลังฟังว่ามีเสียงอันใดที่ไม่ใช่คนหรือไม่”

       จงเจิ้งหมิงจูไม่รู้ว่าควรเชื่อหรือไม่เชื่อเขาดี ได้แต่เพียงยิ้มเฝื่อน หลี่เหลียนฮวาเขย่าหน้าต่างบานนั้น 

“ท่านได้กลิ่นธูปมัวเมาหรือไม่ แมลงเหล่านี้ถูกรมยาจนสลบ จนกระทั่งเที่ยงคืนยามสามถึงฟื้นตื่น กระดาษหน้าต่างด้านนอกกรีดเปิดเป็นร่อง ทันทีที่หิ่งห้อยตื่นฟื้นหาทางออกพบ ‘ภูตผี’ ก็จะหายสาบสูญไป”
      จงเจิ้งหมิงจูพยักหน้า

      “การตายของชิวซวงมีเงื่อนงำตามคาด เงาภูตหน้าต่างมรกตเป็นคนแสร้งปลอมเป็นภูตผีตบตาโดยแท้” 
      ขณะสนทนาปราศรัย เสียงขับขานลำนำเพลงรักอันน่าสยองขวัญพลันหวีดร้องเสียงแหลมอนาถหนึ่งครา จากนั้นสุ้มเสียงเงียบงันทันควัน 
      จงเจิ้งหมิงจูสะดุ้งเฮือก ใบหน้าขาวหมดจดหล่อเหลาดวงนั้นซีด สลดทันใด

     “เงาภูตหน้าต่างมรกตไฉนมาปรากฏที่เมืองอวี้...คืนนี้เป็น...”
หลี่เหลียนฮวา “อา” เสียงหนึ่ง 
      ครั้งนี้จงเจิ้งหมิงจูฟังเสียง “อา” ของเขาเข้าใจแล้ว ได้ยินเพียงหลี่เหลียนฮวากล่าว 

      “เนื่องเพราะมีคนไม่เชื่อว่ามีผี ดังนั้น ‘ผี’ จึงปรากฏออกมา” จู่ๆ เขาก็หาวหวอด “ข้าง่วงมากแล้ว นอนเถิด”
      จงเจิ้งหมิงจูไม่กล้าเชื่อว่าหลังหลี่เหลียนฮวารู้ความลับของเงาภูตหน้าต่างมรกตแล้ว บทสรุปกลับเป็น “เขาง่วงนอนแล้ว” ทั้งยังเรียกให้จงเจิ้งหมิงจู “นอนเถิด”! อึ้งงันอยู่นานสองนาน หลี่เหลียนฮวากลับสู่เตียงนิทราสนิทต่อเนื่อง เขากลับหลับไม่ลง ได้แต่นั่งเหม่อจ้องรอยขาดเป็นทางบนบานหน้าต่าง ความคิดสับสนวุ่นวายชิวซวงถูกผู้อื่นสังหาร ซากศพไฉนปรากฏในหีบสินค้าเพชรนิลจินดาของเฉิงอวิ๋นเฮ่อ เงาภูตหน้าต่างมรกตเป็นเล่ห์เพทุบายของผู้ใดกันแน่ คืนนี้เป็นผู้ใดแสร้งปลอมเป็นภูตปีศาจลวงหลอก เนื่องเพราะการมาของหลี่เหลียนฮวาจึงทำให้ “มัน” ไม่วางใจกระนั้นหรือ 
      ปริศนาหลากหลายกระจุกเป็นกลุ่มก้อนในหัวสมอง ใต้แสงจันทราสุกสกาวของรัตติกาลอันมืดดำ คุณชายชุดขาวหล่อเหลารูปงามสีหน้าซีดเผือดดั่งซากศพ สองดวงตาฉายแววเลื่อนลอยและหวาดหวั่น หากให้บรรดาอิสตรีผู้หลงใหลเขาได้เห็นจักต้องผิดหวังขนานใหญ่ ส่วนอีกผู้หนึ่งบนเตียงด้านหลังเขากลับหลับสบาย ไม่เพียงไม่เหงื่อตกสักหยด ทั้งยังหลับอย่างสุขียิ่ง ไร้ซึ่งความหวาดกลัวแม้เพียงน้อยนิด

หนังสือแนะนำ

Special Deal