บทที่ 1 หอดอกบัว ลายมงคล หน้า 2

      เฉิงอวิ๋นเฮ่อตระหนกระคนขึ้งเครียด สั่งการให้บรรดาลูกสมุนเปิดหีบทั้งสิบหกใบ ในสิบหกหีบมีสิบใบล้นเต็มไปด้วยไข่มุกเพชรนิลจินดาอย่างแท้จริง แต่ละชิ้นเป็นสมบัติล้ำค่าในแดนมนุษย์ ทว่ายังมีหีบอีกหกใบว่างเปล่า ใบหนึ่งด้านในเต็มไปด้วยรอยนิ้วมือโลหิต หีบไม้อีกสามใบบรรจุแท่นบูชาผู้วายชนม์ไว้เต็ม ภายในหีบไม้ที่เหลืออีกสองใบ ใบหนึ่งด้านในว่างเปล่า ทับถมด้วยก้อนศิลาปุ่มป่ำ ภายในหีบไม้อีกใบมีซากศพหนึ่งซาก เป็นดรุณีน้อยชุดขาวหน้าตางดงามเพริศแพร้วอ่อนเยาว์เป็นที่ยิ่งนางหนึ่ง สีหน้าตื่นตระหนกสุดขีดก่อนตายยังคงฉายชัดบนใบหน้า
      หลังพบซากศพนี้แล้ว สีหน้าของเฉิงอวิ๋นเฮ่อและชุยเจี้ยนเคอหวาดผวาเสียยิ่งกว่านาง กัลยาน้อยชุดขาวนางนี้ในยุทธภพไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก นางคือ “กระบี่ชิวซวงตัดหยก” อวี้ชิวซวงธิดาเจ้าเมืองอวี้(เมืองหยก) อวี้มู่หลานเจ้าเมืองอวี้ตั้งตนเป็นใหญ่แถบเทือกเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ ผูกขาดเหมืองหยกคุนหลุน ดำรงฐานะร่ำรวยทรงอิทธิพลอันดับหนึ่งในยุทธจักร ชื่อเสียงด้านรักหลงบุตรีรู้กันทั่วหล้า อวี้ชิวซวงผู้นี้ไฉนอาสัญอยู่ในกองหีบสินค้าที่สำนักคุ้มภัยเฮ่อหังอันไร้ชื่อเสียงไม่ติดสารบบเป็นผู้คุ้มกัน
ห้องอื่นๆ ในโรงเตี๊ยมเสี่ยวเหมียนบังเกิดเสียงครึกโครมระยะหนึ่ง เพียงครู่เดียวมีสิบกว่าคนฝ่าเข้ามาในห้องของชุยเจี้ยนเคอ ผู้บุกเข้ามาล้วนต่างตระหนก สีหน้าขาวเผือด
      เฉิงอวิ๋นเฮ่อถึงตอนนั้นเพิ่งตระหนักว่า ที่แท้คืนนั้นอวี้ชิวซวงค้างแรมที่โรงเตี๊ยมเสี่ยวเหมียนด้วย ขณะมือกระบี่ห้าหกสิบนายที่ติดตามรับใช้ข้างกายนางระแวดระวังอยู่กับเงาภูตหน้าต่างมรกต อวิ๋นเจียวสหายสนิทของอวี้ชิวซวงพลันพบว่าอวี้ชิวซวงหายตัวไปไร้ร่องรอย ทุกคนออกตามหาจ้าละหวั่น สุดท้ายพบนางตายอยู่ในหีบสินค้าของเฉิงอวิ๋นเฮ่อ!
      นี่คือคดี “ภูตหน้าต่างมรกตสังหารผู้คน” อันครึกโครมอลหม่านในยุทธจักรช่วงครึ่งเดือนมานี้ อวี้มู่หลานจิตใจบอบช้ำ ลูกหญิงสุดที่รักตายอย่างไร้สาเหตุ เฉิงอวิ๋นเฮ่ออับจนหนทาง คิดจะเลิกล้มสำนักคุ้มภัย พาผู้ใหญ่และเด็กในครอบครัวหลบหนีเอาชีวิตรอด แต่กลับได้ยินข่าวของหอมงคลนี้กะทันหันหลี่เหลียนฮวารักษาคนตายให้ฟื้นได้ เฉิงอวิ๋นเฮ่อพลันนึกขึ้นได้ 
      ‘หากหลี่เหลียนฮวารักษาอวี้ชิวซวงให้ฟื้นได้ ไยมิใช่หมดเรื่องแล้ว’ เรื่องรักษาคนตายให้ฟื้นคืนชีพ หากเป็นครึ่งเดือนก่อนหน้า เฉิงอวิ๋นเฮ่อไม่เชื่อโดยเด็ดขาด แต่เรื่องราวมาถึงขั้นนี้ ได้แต่เพียง รักษาม้าตายแบบม้าเป็น*(ม้าตายรักษาแบบม้าเป็น คือ รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีหนทางเยียวยา แต่ยังคงมีความหวัง) ‘ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้ข้าได้พบหลี่เหลียนฮวา ไยไม่ลองพยายามทดลองดูเล่า หากว่า...เรื่องเล่าลือเป็นความจริง มิใช่สามารถรอดชีวิตจากความตายหรอกหรือ’ แต่จนกระทั่งเขาเล่าเรื่องภูตหน้าต่างมรกตสังหารมนุษย์จบ ก็มิเห็นว่าหลี่เหลียนฮวามีทัศนะอันน่าตื่นตะลึงแต่ประการใด เพียงได้ยินเขาร้อง “อา” เสียงหนึ่ง พยักหน้าเล็กน้อย
      หลังดื่มชาเสร็จสิ้น เฉิงอวิ๋นเฮ่อได้แต่เพียงอำลา เขาคิดหาเหตุผลไม่ออกอย่างแท้จริงว่าจะอยู่ในหอไม้กลวงเปล่าซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งของระเกะระกะและภายใต้สีหน้าอบอุ่นแฝงด้วยความงงงวยสนเท่ห์ของหลี่เหลียนฮวาต่อไปได้อย่างไร
      เฉิงอวิ๋นเฮ่อจากไปแล้ว
      ชั้นสองของหอดอกบัวลายมงคล แว่วเสียงคนเอ่ยเอื่อยเฉื่อย “เรื่องราวผ่านมาห้าปี ชื่อเสียงเจ้ากลับยังคงมิได้ถดถอย...”
      หลี่เหลียนฮวานั่งดื่มชาอยู่บนเก้าอี้อุทาน “อา” และไม่รู้ว่าเขากำลัง 
      “อา” ด้วยเรื่องใดกัน
      “แท้จริงแล้วข้าคิดไม่ตกมาโดยตลอด” คนที่อยู่ชั้นสองเยื้องย่างลงมาอย่างเชื่องช้า

      คนผู้นี้ผอมกะหร่องเห็นกระดูก สีหน้าเผือดขาว หากอวบอ้วนอีกสิบจินอาจเป็นคุณชายสำอางรูปร่างสะโอดสะอง ทว่าเบื้องหน้าสายตาเห็นเพียงคล้ายคนอดตาย แต่คนอดอยากผู้นี้กลับสวมชุดขาวอันวิจิตรหรูหราเป็นพิเศษ แขวนป้ายหยกพู่ระย้ายาวซึ่งมีเพียงคุณชายผู้ลากมากดีในแดนมนุษย์ถึงชื่นชอบ สะพายกระบี่เล่มยาวลักษณะงดงามสง่าเป็นพิเศษ 

      “บนโลกนี้ไฉนมีผู้เชื่อเรื่องตายแล้วฟื้น ห้าปีแล้ว ผู้คนยังไม่ลืมเลือนสองเรื่องบูดเหม็นนั้นของเจ้า...”
      “เนื่องเพราะพวกเขามิได้ฉลาดเยี่ยงเจ้า” หลี่เหลี่ยนฮวายิ้มบาง ลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสายครู่หนึ่งก่อนคว้าไม้กวาดกวาดพื้นต่อไป
      “เจ้าไม่กวาดพื้นได้หรือไม่” คนอดตายซึ่งเดินลงมาจากชั้นบน ถลึงตาโตเฉียบพลัน “ข้าคุณชายฟางผู้งามสง่าน่าเกรงขามอยู่ต่อหน้าเจ้า เจ้าถึงกับยังกวาดต่อเนื่องไปได้? เจ้ารู้หรือไม่หากเมื่อครู่เฉิงอวิ๋นเฮ่อรู้ว่า ข้าอยู่ด้านใน เขาจักต้องคุกเข่าขอร้องข้าให้บอกผู้อาวุโสอวี้ว่าอย่าสังหารยกครัวเขา คุณชายหล่อเหลาสง่างามฐานะสูงส่งเยี่ยงข้าอยู่ต่อหน้าเจ้า
      เจ้าถึงกับเอาแต่กวาดพื้น?”
      “ไม่ได้” หลี่เหลียนฮวาตอบ “หอไม้นี้ข้าไม่ได้ซ่อมแซมปัดกวาดเนิ่นนานแล้ว สกปรกนัก วันฝนตกยังรั่วได้” คนอดตายชุดขาวถลึงตาโตจ้องมองเขานานเนิ่น จู่ๆ ทอดถอนใจ 
      “เจ้าทั้งต่อสู้ไม่เป็นทั้งรักษาโรคไม่ได้ ทั้งไม่ทำนาเพาะปลูกทั้งไม่ลักขโมย หลายปีนี้ดำรงชีวิตอยู่อย่างมีชื่อเยี่ยงนี้ได้อย่างไร ข้าไม่กระจ่างเลยเสียจริง”
      คนอดตายชุดขาวคือ “คุณชายมากทุกข์” ฟางตัวปิ้งคุณชายใหญ่
สกุลฟางแห่งยุทธภพ เขารู้จักหลี่เหลียนฮวาผู้นี้มานานหกปี นานเสียจนล้วนกระจ่างชัดแจ้งว่าคนผู้นี้เลื่องชื่อได้อย่างไร 
      ซือเหวินเจวี๋ยดวลชี้ขาดกับคนผู้หนึ่ง ร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงสำแดงวิชาลมหายใจเต่ากลั้นลมรักษาบาดแผล ชาวบ้านในพื้นที่คิดว่าเขาตายจัดการฝังศพ หลี่เหลียนฮวาขุดเขาขึ้นมา ซือเหวินเจวี๋ยย่อมฟื้นเป็นปรกติ 
       ส่วนเฮ่อหลันเถี่ย คนผู้นั้นสู่ขอภรรยาไม่สำเร็จ แสดงละครฉาก
ใหญ่โดดหน้าผา แกล้งตายแล้วฝังตนเองไว้ในดิน หลี่เหลียนฮวาบังเอิญผ่านทาง ขุดเขาขึ้นมาอีก ผู้คนบนโลกล้วนต่างสงสัยใคร่รู้ว่าหลี่เหลียนฮวาทำให้คนตายฟื้นชีพได้อย่างไร ส่วนฟางตัวปิ้งเพียงอยากรู้ว่า เขารู้ได้อย่างไรว่าในผืนดินที่ใดมีคนเป็นให้ขุด
       “ช่วงก่อนหน้าข้าหาเงินได้บ้างเล็กน้อย” หลี่เหลียนฮวากวาดโถง ส่วนหน้าอย่างละเอียด เก็บบุ้งกี๋ขึ้น

      “ขอเพียงคำนวณให้ดี ยังพอประทังไปได้” ฟางตัวปิ้งกลอกตา

      “เจ้ายังมีเงินอีกเท่าไร”
      “ห้าสิบตำลึง” หลี่เหลียนฮวายิ้มมุมปาก “สำหรับข้าแล้ว พอใช้ทั้งชีวิตนี้”  ฟางตัวปิ้งร้องเพ้ยเสียงหนึ่ง 

      “ในยุทธจักรถึงกับมีคนถ่อยที่ทั้งชีวิตคิดใช้เพียงห้าสิบตำลึงเยี่ยงเจ้า ช่างเป็นเรื่องน่าอัปยศอดสูในยุทธภพเสียจริง เฉิงอวิ๋นเฮ่อหากรู้ว่าเจ้าเป็นคนประเภทนี้ ข้าอยากเห็นนักว่าเขายังมาร้องขอเจ้าถึงที่...หึๆ ขอร้องผู้ที่ไม่รู้เรื่องการแพทย์แม้ครึ่งเศษเสี้ยว ตระหนี่เสียจนกระทั่งโรงเตี๊ยมยังพักไม่ได้ ‘หมอเทวดา’ ผู้ได้แต่เพียงแบก
หอไม้วิ่งพล่านไปทั่วเพื่อรักษาผู้คน เขายังอุตส่าห์คิดออกมาได้” ลูกตากลอกหมุนสองครา ฟางตัวปิ้งมองหลี่เหลียนฮวาขึ้นลงหลายแวบ

       “ทว่าเด็กน้อยเยี่ยงเจ้าจะไปรักษาคนตายให้เขาจริงหรือไม่ ข้าเองยังเดาไม่ถูก”
หลี่เหลียนฮวานั่งบนเก้าอี้ นิ้วมือยังคงปรับแต่งเดือยโต๊ะไผ่ที่ส่งเสียงเอียดอาดตัวนั้นของเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ ได้ยินวาจาจึงยิ้มน้อยๆ 
      “ไฉนจะไม่ไปเล่า อย่างไรเสียข้าทำนาเพาะปลูกไม่เป็น ทั้งขายผักไม่เป็นและไม่ขาดแคลนเงิน หากไร้ซึ่งเรื่องให้กระทำ ชีวิตมนุษย์ไยมิใช่น่าเบื่อ”
      “ทันทีที่ผู้อาวุโสอวี้พบว่าเจ้าเป็นหมอกำมะลอ คิดสังหารยกครัวเจ้า คุณชายเยี่ยงข้าไม่ช่วยเจ้าเป็นเด็ดขาด” ฟางตัวปิ้งเอ่ยเนิบนาบ

      “เจ้าไปเถิด คุณชายเยี่ยงข้าไม่ส่ง”
      จากนั้นหลี่เหลียนฮวาจัดแจงเก็บกวาดภายในหอดอกบัวอยู่ถึงสามวันเต็ม และมิรู้ได้ว่าในห่อผ้าใบเล็กนั้นบรรจุสิ่งใดเข้าไว้ หลังเขียนจดหมายยาวฉบับหนึ่งไหว้วาน ‘บัณฑิตผมขาว’ ซือเหวินเจวี๋ยให้ดูแลหอดอกบัวลายมงคลเป็นการชั่วคราว ในที่สุดก็ออกเดินทาง
เขามุ่งไปยังเมืองอวี้ ดูศพของอวี้ชิวซวง

 

หนังสือแนะนำ

Special Deal