ตอนที่ 5 เดินทัพสู่แนวหน้า (ต่อหน้า 2)

กองทัพญี่ปุ่นถูกโจมตีจนลนลาน พวกมันนึกไม่ถึงว่าภายในฐานที่มั่นของตนเอง ถึงกับมีทหารจีนปราฏออกมามากขนาดนี้อย่างกะทันหัน ยิ่งนึกไม่ถึงว่ากองทัพจีนที่ได้แต่ตั้งรับและไร้กำลังตอบโต้มาตลอด ถึงกับยังมีความกล้าหาญเพียงนี้ เสี่ยงอันตรายที่จะตายหมดทั้งกองทัพ ข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ เพื่อมาลอบโจมตีฐานที่มั่นทหารปืนใหญ่ของตนเอง

ร้อยโทซาโต มาซาโอะซึ่งรับหน้าที่คุ้มครองทหารปืนใหญ่เป็นนักรบที่ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนทหาร พอพบว่ารั้วลวดหนามกับหอยามล้วนสูญเสียประสิทธิภาพ รีบปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ละทิ้งปีกทั้งสองข้าง รวบรวมกำลังพลที่เหลือ เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับกองทัพจีนโดยตรง เพียงเห็นเขาชักดาบบัญชาการ ชูดาบขึ้นสูงพลางร้องสั่งการ ไม่นานก็รวบรวมทหารที่แตกกระจายมายังข้างกายตนเอง

ความได้เปรียบด้านอาวุธของทหารญี่ปุ่น เริ่มปรากฏขึ้นทีละน้อย ทหารปืนกลที่ยังมีชีวิตอยู่ของทั้งสามหมวดล้วนรวมตัวอยู่ด้านหน้าของสนามรบ ปืนกลเบาหกกระบอกเรียงเป็นหน้ากระดาน ร่วมกับปืนเล็กยาวอาริซากะร้อยกว่ากระบอก ประกอบเป็นแนวยิงสีแดงสดหนึ่งสาย พริบตาเดียว ก็กราดยิงพี่น้องกรมพิเศษที่บุกอยู่หน้าสุดล้มลงไปเป็นจำนวนมาก

“ตูม!” “ตูม!”ปืนครกที่ผลิตจากประเทศเยอรมันของกรมพิเศษยิงลูกระเบิดอีกครั้ง กำจัดปืนกลสองลำกับพลยิงปืนกลสี่คนของทหารญี่ปุ่น หลังจากนั้น ทหารปืนกลเบาของกรมพิเศษก็บุกขึ้นมาแล้ว ภายในระยะไม่ถึงหนึ่งร้อยก้าว ยิงปะทะกับปืนกลของกองทัพญี่ปุ่น พี่น้องกรมพิเศษที่เหลือต่างหมอบลงอย่างรวดเร็ว ใช้ปืนพกกราดยิงจากซ้ายไปขวา สาดกระสุนปืนเป็นระลอกคลื่น

หอยามหลายแห่งกลายเป็นคบเพลิงขนาดใหญ่ เปลวไฟร้อนแรงผสานกลุ่มควันคละคลุ้ง สาดส่องจนสนามรบทั้งแห่งประเดี๋ยวสว่างประเดี๋ยวมืดสลัว เพื่อรับประกันความแม่นยำในการยิงปืน และทหารทั้งสองฝ่ายอยู่ในระยะที่ค่อนข้างใกล้ จึงมุ่งเล็งไปยังเปลวไฟที่ปากกระบอกปืนของอีกฝ่ายแล้วลั่นไก สองฝ่ายล้วนอาจหาญไม่กลัวตาย ใช้ชีวิตเพื่อแลกชีวิต เสียงกระสุนปืนระรัวเฉียดผ่านข้างกาย ร้อนผ่าวจนขนลุกชัน

ปืนกลเบาของทหารญี่ปุ่นถูกยิงร่วงไปอีกหนึ่งกระบอก จากนั้นเป็นปืนกลของกรมพิเศษ พลยิงทั้งสองผู้หนึ่งถูกกระสุนยิงเข้าที่หมวกทหาร ไม่ทันได้ส่งเสียงก็ร่วงลงกอง อีกคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก ถูกแรงกระสุนกระชากร่างออกไปไกลครึ่งเมตร เขายังคงไม่ยอมปล่อยวาง พยายามคืบคลานเข้าหาปืนกล หวังเถี่ยฮั่นหัวหน้ากองร้อยที่สามกระโจนเข้าไป คว้าปืนกล ยิงปืนเข้าใส่ทหารญี่ปุ่นอีกครั้ง พลยิงของญี่ปุ่นถูกปืนกลกวาดยิง หน้าอกรับกระสุนไปหลายนัด พ่นโลหิตออกมาจากปาก จากนั้น ลูกระเบิดขนาดเล็กสองลูกแหวกผ่านอากาศ ตกอยู่ข้างกายหวังเถี่ยฮั่น ระเบิดทันที

ปืนกลกระเด็นขึ้นไปในอากาศ ทหารคุ้มกันของหวังเถียฮั่นใช้ร่างกายตนเองเข้ามาบังหัวหน้าในช่วงจังหวะสุดท้าย ถูกแรงระเบิดจนร่างแหลก หวังเถี่ยฮั่นคลานออกมาจากใต้ซากศพของทหารคุ้มกัน ปัดเช็ดคราบโลหิตและน้ำตา คว้าปืนเล็กยาว ไทป์ 24 จากประเทศเยอรมัน เล็งไปยังพลยิงเครื่องยิงลูกระเบิดของญี่ปุ่น

พลยิงเครื่องยิงลูกระเบิดอีกคนของญี่ปุ่นคลานเข้ามาในหลุมดิน ปรับองศาการยิงของเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างรวดเร็ว สือเหลียงไฉชำเลืองเห็นมันด้วยหางตา หยิบปืนเล็กยาวอาริซากะไทป์ 38 ขึ้นจากพื้น ดึงคันรั้ง เล็งเป้าลั่นไก เสียงปืนดัง ‘เปรี้ยง’ สดใส ศีรษะของพลยิงเครื่องยิงลูกระเบิดของญี่ปุ่นถูกยิงโหว่ไปครึ่งเสี่ยง

พี่น้องกรมพิเศษที่เหลือบุกขึ้นหน้า กระจายกำลังในแนวกว้าง ปิดล้อมทหารญี่ปุ่นที่ฝืนต่อต้านไม่ยอมจำนน ใช้ปืนเล็กยาวกับปืนพกกราดยิงพร้อมกัน แนวป้องกันของร้อยโทซาโตที่ใช้ปืนกลเบาหกกระบอกในการต้านทาน ถูกสยบลงไปอย่างรวดเร็ว นายทหารเหล่าโก่วกระโดดขึ้นมา ลั่นไกปืนพกทั้งสองมือ ยิงจนข้าศึกที่อยู่ใกล้เขามากที่สุดไม่กล้าเงยหน้า กงจื้อเฉียงหัวหน้ากองร้อยที่หนึ่งก็นำพาพี่น้องหลายสิบคน โผล่ออกมาจากด้านข้างของทหารญี่ปุ่นราวภูตผี ในมือทุกคนล้วนถือดาบใหญ่เล่มหนึ่ง คมดาบมีโลหิตไหลอาบ!

“บุก สังหารพวกญี่ปุ่น!” ไม่ทราบผู้ใดตะโกนนำหน้า ชั่วขณะนั้น พี่น้องของกรมพิเศษทั้งหมดล้วนดีดตัวขึ้นจากพื้น เคลื่อนพลดุจน้ำหลาก

ร้อยโทซาโตก็ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอ ชี้ดาบทหารไปข้างหน้า “ทั้งหมดออกโจมตี!”

แม้ว่ากำลังพลพวกเขายังไม่ถึงหนึ่งในสามของกองทัพจีน แต่เหล่าทหารญี่ปุ่นยังคงลุกขึ้นจากที่ซ่อนตัวอย่างไร้ความลังเล ปลดกระสุน ติดมีดปลายปืน

“มาได้ดี!” กงจื้อเฉียงหัวหน้ากองร้อยที่หนึ่งกระโจนเข้าหากลุ่มข้าศึก ดาบใหญ่ฟาดเฉียงอย่างดุร้าย แขนสองข้างกับขาข้างหนึ่งกระเด็นปลิวว่อน ยังมีปืนเล็กยาวที่ถูกฟันขาดอีกกระบอกหนึ่ง

ทหารญี่ปุ่นที่ได้รับบาดเจ็บส่งเสียงร้องพลางล้มลง ทหารญี่ปุ่นหลายคนที่อยู่ใกล้ล้วนหน้าถอดสี ทยอยหมุนหาตำแหน่ง ร่วมมือกันรุมโจมตีกงจื้อเฉียง กงจื้อเฉียงถูกบีบให้ถอยหลังก้าวหนึ่ง เกือบเสียหลักล้มลง จากนั้นหมุนตัวหลบการโจมตีของทหารญี่ปุ่น ทหารญี่ปุ่นที่เร่งร้อนจู่โจมเสียการทรงตัว ร่างกายถลำมาอยู่ตรงหน้ากงจื้อเฉียง ทำลายแนวรุกทหารญี่ปุ่นที่เหลือ กงจื้อเฉียงฟาดดาบใส่อย่างไม่ลังเล ผ่ากระโหลกศีรษะของทหารญี่ปุ่นประดุจผ่าแตงโมง

นักรบหลายคนของกองร้อยที่หนึ่งก็วิ่งเข้ามาถึง ต่างคุ้มครองกันและกัน ฝ่าออกมาเป็นเส้นทางสายหนึ่ง ทหารญี่ปุ่นสิบกว่าคนมือถือปืนเล็กยาวที่ปลดกระสุนแล้วยืนขาสั่นไม่หยุด ทันใดนั้น พลทหารญี่ปุ่นผู้หนึ่งบังเกิดความบ้าคลั่ง โยนปืนเล็กยาวที่ติดมีดปลายปืนทิ้งไป ล้วงระเบิดสีดำลูกหนึ่งออกจากกระเป๋ากางเกง ใช้มือทั้งสองข้างกุมไว้พลางวิ่งเข้าหาดาบคม ทหารของกรมพิเศษผู้หนึ่งฟาดดาบเข้าใส่ในแนวขวาง ตัดศีรษะของทหารญี่ปุ่นในดาบเดียว จากนั้นเอาร่างกายตนเองทับลงบนระเบิดที่มีควันโผล่ออกมาอย่างปราศจากการลังเลใจ

“ตูม!” เสียงระเบิดดังสนั่น ภาพเหตุการณ์นั้นปรากฏอยู่ในสายตาของทหารจีนทั้งหมด

“พี่น้องจงไปให้สบาย ฉันจะส่งพวกญี่ปุ่นไปเป็นเพื่อนแกเอง!” กงเหลียนจ่างตะโกนด้วยเสียงแหบพร่า บุกเข้าไปในกลุ่มทหารญี่ปุ่นอีกครั้ง ยกดาบฟาดฟัน

บนสนามรบในขณะนี้ ทหารของทั้งสองฝ่ายต่อสู้ในระยะประชิดแล้ว ใช้ดาบใหญ่กับมีดปลายปืนสู้รบกันอย่างไม่คิดชีวิต ของวิเศษของกองทัพที่ยี่สิบหกหนักหน่วงรุนแรง ฟาดลงไปหลายดาบ ก็สามารถฟันปืนเล็กยาวของทหารญี่ปุ่นกลายเป็นสองท่อน ส่วนด้านการประสานงานในพื้นที่แคบของพวกทหารญี่ปุ่น กลับเหนือล้ำกว่าเหล่าพี่น้องกรมพิเศษ แม้ว่าถูกดาบใหญ่ฟาดฟันจนตั้งรับว้าวุ่น แต่ก็ยังสามารถช่วยเหลือกันและกัน ค่อยๆ กอบกู้สถานการณ์กลับคืน

ยังมีทหารญี่ปุ่นที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ทราบดีว่าหมดหวังจะมีชีวิตรอด ถือโอกาสล้วงลูกระเบิดมือออกมา พยายามโยนเข้าหากองทัพจีน “ตูม!” “ตูม!” “ตูม!” เสียงระเบิดดังขึ้นต่อเนื่อง บางครั้งระเบิดโดนทหารจีน บางครั้งระเบิดโดนทหารญี่ปุ่นกันเอง

ดวงตาพวกพี่น้องของกรมพิเศษยิ่งมายิ่งแดงฉาน ถึงกับลืมเลือนจุดประสงค์ของการเดินทางในครั้งนี้ จุดไหนมีทหารญี่ปุ่นมาก ก็ถือดาบใหญ่บุกเข้าหา ไม่สนว่าทหารญี่ปุ่นที่อยู่ใต้ฝ่าเท้ายังมีชีวิตหรือไม่ ขอเพียงพบเห็น ก็เสริมให้หนึ่งดาบอย่างหนักหน่วง

อิ๋งจ่างเหล่าโก่วเห็นเหตุการณ์ รีบกล่าวเตือนเสียงดังว่า “รักษาระยะห่าง ใช้ปืนพกจัดการพวกมัน อย่ามัวยื้อสู้!”

“รักษาระยะห่าง ใช้ปืนพกจัดการพวกมัน อย่ามัวยื้อสู้! ปืนอาริซากะไทป์ 38 เพียงสามารถยิงได้ครั้งเดียว!” เหล่านักรบของหน่วยทหารคุ้มกันที่ติดตามอยู่ข้างกายเหล่าโก่วก็ส่งเสียงทวนคำสั่งของผู้บังคับบัญชาดังลั่น

ภายในปืนอาริซะกาไทป์ 38 ไร้ซึ่งกระสุนปืน อาวุธปืนชนิดนี้มีอานุภาพในการยิงสูงสามารถยิงทะลุตัวคน ส่งผลให้ยามทหารญี่ปุ่นบุกโจมตีนั้น จำต้องเอากระสุนออกจากปืน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะยิงทะลุโดนพวกเดียวกันยามสู้รบชุลมุน พวกพี่น้องของกรมพิเศษเพียงยิงปืนไปหลายนัด ก็พบข้อบกพร่องของศัตรู เมื่อสบโอกาสจึงเสียบดาบใหญ่ไว้บนพื้น ชักของวิเศษชิ้นที่สองออกมาจากเอว พลิกข้อมือ เคลื่อนที่จากซ้ายไปขวาช้าๆ “เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง…”

ภายในระยะไม่เกินสิบเมตร จุดเด่นที่สามารถยิงต่อเนื่องของปืนพกเมาเซอร์จึงสำแดงออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะพวกทหารเก่าของกรมพิเศษ แต่ละคนล้วนเป็นมือยิงที่ซุนเหลียนจ้งปลุกปั้นมาด้วยกระสุนปืน ภายในสิบเมตร ย่อมไม่มีทางพลาดเป้า ทหารญี่ปุ่นทั้งแถบที่ถือปืนติดมีดปลายปืนเตรียมพร้อมสู้ตาย แม้แต่หลบหลีกยังไม่ทันหลบหลีก ก็ถูกยิงจนล้มกลิ้งกับพื้น ทหารญี่ปุ่นที่อยู่ด้านหลังรีบหาที่กำบัง ทันใดนั้นกลับเข้าใจถึงความจริงที่ว่าปืนของตนเองไร้ซึ่งกระสุนปืนแล้ว ก็ดีดตัวขึ้นมาราวกับบ้าคลั่ง ถือมีดปลายปืนฝ่าไปข้างหน้า

“เปรี้ยง!” จางซงหลิงสบโอกาสครั้งหนึ่งในที่สุด ใช้ปืนพกยิงทะลุลำคอของทหารญี่ปุ่นผู้หนึ่ง ศีรษะของทหารผู้นั้นล้มหงายไปด้านหลัง แต่ร่างยังวิ่งไปประมาณสองเมตรค่อยล้มลงไปคล้ายกับต้นไม้ที่ผุพัง มีดปลายปืนอันแวววาวปักลงบนพื้น ขาดอีกหนึ่งก้าว ก็สามารถแทงทะลุฝ่าเท้าของจางซงหลิง

“สมควรตาย!” จางซงหลิงตื่นตระหนกจนสะดุ้งเฮือก กระสุนนัดที่สองไม่ทราบยิ่งไปที่ใด ทหารญี่ปุ่นอีกผู้หนึ่งมองเห็นเขา ถือมีดปลายปืนวิ่งเข้าหาเขา จางซงหลิงร้อนใจจนหน้าผากเหงื่อไหลพราก พลิกข้อมือหันปืนพก หลังมืออยู่บน ฝ่ามืออยู่ล่าง ซ้ายขวาลั่นไกพร้อมกัน “เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง…” ไม่ทราบเขายิงกระสุนออกไปกี่นัดในครั้งเดียว ร่างกายของทหารญี่ปุ่นถูกยิงสิบกว่าแห่งในแนวขวาง ซวนเซเล็กน้อย ขาดเป็นสองท่อนอย่างไร้สุ้มเสียง

โลหิตพ่นออกมาจากในร่างท่อนล่างราวกับน้ำพุ กระเด็นเต็มใบหน้าจางซงหลิง เขารู้สึกคลื่นไส้สะอิดสะเอียน อ้าปากอาเจียนสิ่งของที่รับประทานเข้าไปในคืนนี้ออกมาจนสิ้น

ทันใดนั้นที่ข้างกายมีคนตวาดเสียงดังลั่นว่า “มารดามันเถอะ รนหาที่ตาย!” เงาร่างของนายทหารเหล่าโก่วปรากฏขึ้น ฟันดาบใหญ่เฉียงๆ ทหารญี่ปุ่นผู้หนึ่งลอยขึ้นไปกลางอากาศทั้งคนและปืน

“ผม...ผม…” จางซงหลิงแม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่พบเห็นเลือด แต่ยังคงทนความสะอิดสะเอียนไม่ไหว อาเจียนต่อเนื่องไม่หยุด นายทหารเหล่าโก่วยกเท้าถีบใส่เขาเต็มแรง ถีบเขาล้มลงกับพื้น “ต้องการอาเจียน ก็หมอบลงไปอาเจียนกับพื้น อย่าเป็นเป้านิ่งให้ผู้อื่นจ้วงแทง”

กล่าวจบ เขามือหนึ่งถือดาบใหญ่ มือหนึ่งถือปืนพก พาหน่วยทหารคุ้มกันของตนเอง บุกเข้าไปในส่วนลึกของสนามรบ

“กัดเอาไว้!” สือเหลียงไฉก็วิ่งผ่านข้างกายจางซงหลิง ทิ้งสิ่งของดำทึบก้อนหนึ่ง จางซงหลิงเก็บขึ้นมาจากในกองโลหิตราวกับพบเจอของวิเศษ ไม่ทันได้ปัดเช็ด ก็ยัดเข้าไปในปากตนเอง มีกลิ่นหวงเหลียน(เชิงอรรถ-หวงเหลียนในภาษาจีนกลางหรือ อึ่งน้อยในภาษาจีนแต้จิ๋ว เป็นสมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง รสขม สามารถขับพิษ ขับร้อน แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน)รุนแรงกระจายไปทั้งปาก คราวนี้ เขาไม่รู้สึกสะอิดสะเอียนอีกแล้ว เก็บปืนพกคู่ขึ้นมาใหม่ เล็งไปยังทหารญี่ปุ่นที่แตกกระจายอยู่แดนไม่ไกลกัน

ท่ามกลางเปลวไฟแลบแปลบปลาบ ทหารญี่ปุ่นยศสิบโทผู้หนึ่งถือดาบบัญชาการ ถูกเล็งด้วยศูนย์เล็ง จางซงหลิงกลั้นหายใจ ลั่นไกด้วยความมุ่งมั่น “เปรี้ยง!” กระสุนแหวกผ่านฝูงชน ยิงเข้าที่หน้าอกของทหารญี่ปุ่นยศสิบโท สิบโทผู้นั้นก้มมองด้วยความมึนงง ทิ้งดาบบัญชาการ หงายหลังลงพื้น

คาดไม่ถึงว่าตนเองถึงกับยิงโดนทหารญี่ปุ่นเพิ่มอีกหนึ่งคน จางซงหลิงในใจบังเกิดความฮึกเหิมที่ยากจะบอกกล่าว ความสะอิดสะเอียนทุเลาลงอย่างรวดเร็ว เขาด้านหนึ่งออกแรงเคี้ยวรากหวงเหลียน ด้านหนึ่งเล็งเป้าไปที่ทหารญี่ปุ่น ทว่าคราวนี้ เขากลับไม่โชคดีเหมือนก่อนหน้านั้นแล้ว การเคลื่อนไหวของพวกพี่น้องมักรบกวนการมองเห็นของเขา หลายครั้งที่เล็งทหารญี่ปุ่นแล้ว ไม่ทันได้ลั่นไก ก็มีพี่น้องพวกเดียวกันเองเข้ามาขวางศูนย์เล็ง จึงทำได้เพียงเปลี่ยนเป้าหมาย

“บัดซบ!” จางซงหลิงสบถเสียงเบา ถ่มน้ำหวงเหลียนออกมา จากนั้นขึ้นปุ่มห้ามไกของปืนพก เสียบไว้ที่เอวตนเอง กำลังคิดยื่นมือไปจับดาบใหญ่บนหลัง กลับคว้าเจอปืนเล็กยาวไทป์ 24 จากเยอรมันที่มัดขวางอยู่บนหลังโดยบังเอิญ ดึงมันลงมาฉับไว กึ่งคุกเข่ากับพื้น ใช้ศูนย์เล็งหาเป้าหมายใหม่

ปืนชนิดนี้แม้ยิงหนึ่งนัดต้องดึงคันรั้งหนึ่งที แต่ปากกระบอกปืนกลับนิ่งกว่าปืนพกเมาเซอร์ ไม่นาน จางซงหลิงก็ค้นเจอเป้ายิงที่เหมาะสม ชิงลงมือก่อนที่พวกพี่น้องจะบุกขึ้นไป สอยร่วงในนัดเดียว

“คนนี้เป็นของเว่ยแหยแหย่!” เขาถ่มน้ำหวงเหลียนออกมาอีก ดึงคันรั้ง ดันปลอกกระสุนออก “คนนี้…” ศูนย์เล็งเล็งผ่านเงาคนมากมาย ได้เป้าหมายเป็นพลทหารคนหนึ่งของญี่ปุ่น ทหารญี่ปุ่นผู้นั้นก็มองเห็นปากกระบอกปืนของเขาพอดี ส่งเสียงพลางหลีกไปด้านข้าง คาดไม่ถึงว่าหนีเสือปะจระเข้ พบเจอดาบคมของสือเหลียงไฉ ฟันเป็นสองเสี่ยงในดาบเดียว

ที่แท้พวกมันก็รู้จักความกลัว!

ทันใดนั้น จางซงหลิงรู้สึกว่าทหารญี่ปุ่นไม่ร้ายกาจเช่นเฉกที่ตนเองพบเจอครั้งแรก ตอนนั้นที่หน้าปากหมู่บ้านเว่ยเจียจวง เขากับพวกซือแหยเฒ่าได้เปรียบทั้งเรื่องสภาพอากาศและพื้นที่ภูมิประเทศ กลับต้านทานได้ไม่ถึงยี่สิบนาที ก็ถูกทหารญี่ปุ่นสิบกว่าคนโจมตีจนแตกพ่าย

ทว่าวันนี้ ทหารญี่ปุ่นที่มีกำลังพลมากกว่าร้อยคนกลับถูกกรมทหารพิเศษรุกไล่จนพ่ายแพ้ต่อเนื่อง แม้ว่ามีทหารญี่ปุ่นที่ได้รับบาดเจ็บดึงลูกระเบิดมือ ระเบิดตนเองพร้อมกับทหารจีน แต่ทุกคนล้วนมองเห็นว่า ศึกสู้รบในวันนี้ทราบผลชัดเจนแล้ว ไม่ว่าทหารญี่ปุ่นดิ้นรนอย่างไร ก็ยากจะกอบกู้กลับคืน

ภายใต้การนำพาของอิ๋งจ่างเหล่าโก่ว พวกพี่น้องของกรมพิเศษยังคงบุกเดินหน้าต่อเนื่อง ทหารญี่ปุ่นยศร้อยโทได้รับบาดเจ็บแล้ว หมวกเหล็กแขวนอยู่ที่คอ ศีรษะชุ่มด้วยโลหิต รอบตัวเขายังเหลือทหารญี่ปุ่นประมาณสามสิบกว่าคน ถือมีดปลายปืนรวมตัวเป็นก้อนกลม ในปากส่งเสียงร้องอันสิ้นหวัง “จงเจริญ…จงเจริญ…”

“จงเจริญหามารดามัน!” อิ๋งจ่างเหล่าโก่วยกปืนพก ลั่นไกจัดการทหารญี่ปุ่นสองคนที่อยู่ตรงหน้า “กองร้อยที่หนึ่งจัดการทหารญี่ปุ่นที่เหลือ กองร้อยที่สองและกองร้อยที่สาม ไประเบิดปืนใหญ่!”

“ครับ!” หัวหน้ากองร้อยที่สองและสามขานรับเสียงดัง นำพี่น้องในสังกัดวิ่งไปยังฐานทัพปืนใหญ่ พวกญี่ปุ่นที่รวมตัวอยู่ด้วยกันอาจฟังคำพูดของเหล่าโก่วเข้าใจ หรือทราบว่าต่อให้พวกมันรวมตัวอยู่ด้วยกัน ก็ไม่สามารถต้านทานกระสุนปืนพก ทันใดนั้นโห่ร้องคำ “จงเจริญ” กระจายตัวออกไป หมายใช้ชีวิตแลกชีวิต

เหล่าโก่วยกปืนยิงทหารญี่ปุ่นผู้หนึ่งล้มลง จากนั้นหันกระบอกปืนไปยังคนที่สอง ลั่นไกปืน ภายในปืนพกกลับกระสุนหมดแล้ว “บัดซบ!” เขาสบถออกมาหนึ่งคำ จากนั้นเสียบปืนพกไว้ที่เอว สองมือคว้าด้ามดาบ เตรียมพร้อมฟันใส่ทหารญี่ปุ่น คาดไม่ถึงว่ายังไม่ทันถึงตัว ข้างหูก็มีเสียงปืนดังขึ้น หน้าอกของทหารญี่ปุ่นที่เป็นเป้าหมานของเขา กลับโลหิตกระเซ็นซ่าน ซวนเซล้มลง

“บัดซบ!” เหล่าโก่วสบถอีกครั้ง ถีบศพทหารญี่ปุ่น มองหาคู่ต่อสู้คนที่สาม คราวนี้ เขายังไม่ทันยกดาบ ศีรษะของทหารญี่ปุ่นก็ถูกกระสุนทะลวง สมองและโลหิตกระเด็นกระจาย

“ฝีมือใคร!” เหล่าโก่วโกรธจนถลึงตา หันหน้ากลับไป กลับพบเห็นใบหน้ายิ้มเก้อเขินของสือเหลียงไฉ “หัวหน้า ฆ่าไก่ไม่ต้องใช้มีดฆ่าวัว คุณไปสังหารระดับนายทหาร พลทหารปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง!” สือเหลียงไฉกล่าวประจบประแจง ปืนพกคู่ในมือกลับไม่นิ่งเฉย ไขว้มือยิงสลับซ้ายขวา จัดการทหารญี่ปุ่นหลายคนที่อยู่ใกล้เหล่าโก่วจนหมดสิ้น

นักรบที่เหลือก็คล้ายกับสือเหลียงไฉ เมื่อสามารถฆ่าทหารญี่ปุ่นด้วยตนเอง ย่อมไม่มีทางปล่อยให้ผู้อื่นลงมือแทน ไม่นาน เบื้องหน้าของพวกเขานอกจากร้อยโทซาโตที่ชูดาบบัญชาการยืนหมุนไปมา ก็ไร้ทหารญี่ปุ่นที่ยังมีชีวิตหลงเหลือ

“ไม่ยุติธรรม!” ร้อยโทซาโตตวาดเสียงดังด้วยภาษาญี่ปุ่น ดวงตาทั้งสองแดงฉานราวกับหมาป่าที่บ้าคลั่ง ไม่มีใครฟังคำพูดของมันเข้าใจ ต่อให้ฟังเข้าใจ พวกเขาก็คงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องสู้รบอย่างยุติธรรมกับคนญี่ปุ่น

นายทหารเหล่าโก่วเดินหน้าก้าวหนึ่ง สองมือถือดาบ เตรียมพร้อมปลิดชีพนายทหารญี่ปุ่นยศร้อยโท

“เปรี้ยง” เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง กระสุนลูกหนึ่งพุ่งแหวกมาจากด้านหลัง เฉียดผ่านแขนของเขา ยิงเข้าที่ท้องน้อยของร้อยโทซาโต

“อ๊าก…” ร้อยโทซาโตส่งเสียงร้องด้วยความเวทนา กลับไม่สิ้นใจทันที เจ็บปวดจนน้ำมูกน้ำตาไหล “เปรี้ยง!” กระสุนอีกลูกหนึ่งแหวกผ่านฝูงชน สิ้นสุดความเจ็บปวดแก่มัน

“ใคร ถึงกับกล้าแย่งลูกค้าของฉัน!” เหล่าโก่วหันหลังมองไปยังที่มาของเสียงปืนด้วยความโกรธแค้น เพียงเห็นจางซงหลิงถือปืนเล็กยาว มองดูเขาด้วยสีหน้าคาดหวัง รอคอยคำชมจากเขา

“ทำไมฉันถึงรับตัวป่วนอย่างนายเข้ากองพัน!” เหล่าโก่วโกรธเคืองเดือดดาล แต่คร้านจะถกเถียงกับทหารใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมกองทัพไม่ถึงสิบวัน หันหลังด้วยความเจ็บแค้น นำพาพี่น้องไปช่วยเหลือกองร้อยที่สองกับกองร้อยที่สามกำจัดปืนใหญ่ของญี่ปุ่น

ทหารปืนใหญ่ของญี่ปุ่นก็ถูกเสียงปืนจนกดดันจนไม่อาจเคลื่อนไหว ในใจเตรียมพร้อมต่อต้านจนสิ้นชีพ หลังจากพวกเขาค้นพบว่าร้อยโทซาโตถูกสังหาร แต่ละคนก็บ้าคลั่งขึ้นมาทันที ไม่ถือปืนยื้อสู้กับพี่น้องของกองร้อยที่สองและสาม แต่ว่าดึงประตูปืนใหญ่ออก ยัดลูกระเบิดมือเข้าไปเป็นพวง!

“ตูม!” “ตูม!” “ตูม!”

เสียงระเบิดมืออันรุนแรง ดังขึ้นจากภายในของปืนใหญ่ พี่น้องจากกองร้อยที่สองและสามที่กำลังยิงโต้ตอบกับทหารญี่ปุ่นล้วนตกตะลึงจนปากอ้าตาค้าง ไม่เข้าใจว่าทหารปืนใหญ่ของญี่ปุ่นกำลังทำอะไร? หลังจากระเบิดทำลายปืนใหญ่ที่ใช้บนพื้นราบสิบกว่ากระบอกจนสิ้นซาก ทหารปืนใหญ่ญี่ปุนราวกับได้รับชัยชนะ หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง รวมพลอยู่ข้างกายนายทหารร้อยตรีหลายคน จากนั้นถือปืนเล็กยาว ปืนพกและดาบบัญชาการ บุกเข้าใส่กองทัพจีนที่มีกำลังพลมากว่าหลายเท่าโดยปราศจากความลังเล!

“จงเจริญ!”

“จงเจริญ!”

เสียงโห่ร้องอันสิ้นหวังดังขึ้นต่อเนื่อง เหล่าพี่น้องจากกองร้อยที่สองและสามลั่นไกปืน สังหารทหารปืนใหญ่ของญี่ปุ่นที่บุกเข้ามาตายลงกลางทาง

“พาคนเข้าไป ชิ้นส่วนบนปืนใหญ่ที่สามารถถอดออกมาได้ถอดออกมาให้หมด นำไปทิ้งในหุบเขาร้าง!” หวังเถี่ยฮั่นหัวหน้ากองร้อยที่สามเคยเข้าร่วมศึกใหญ่จงหยวน รู้วิธีในการกำจัดปืนใหญ่ชนิดนี้ สั่งการดังลั่น

พี่น้องยี่สิบกว่าคนที่เตรียมพร้อมมาก่อนดึงประแจเลื่อนกับคีมออกจากเอว เดินไปถึงข้างปืนใหญ่ที่ถูกระเบิดทำลาย พบเห็นบริเวณที่มีสลักสกรู ก็ลงมือบิดหมุน ซากโครงปืนใหญ่กลายเป็นชิ้นส่วนขนาดน้อยใหญ่อย่างรวดเร็ว หวังเถี่ยฮั่นพาคนนำชิ้นส่วนใหญ่กับลูกระเบิดมากองรวมกัน นำชิ้นส่วนเล็กรวมถึงพวกน็อตสกรู ห่อหุ้มแบกขึ้นบ่า จากนั้นยัดห่อระเบิดดินปืนไว้ที่ด้านล่างของลูกระเบิดทุกกอง เริ่มลากสายชนวนออกมาข้างนอก

“เร่งมือเข้า!” นายทหารเหล่าโก่วพาพี่น้องกองร้อยที่หนึ่งเร่งเดินทางมา มองเห็นสายชนวนยาวเหยียดบนพื้นพอดี กล่าวเร่งด้วยเสียงเบา จากนั้นหันมองไปทางกงจื้อเฉียงหัวหน้ากองร้อยที่หนึ่ง “พาพี่น้องของนายไปเก็บกวาดสนาม ส่งเสริมทหารญี่ปุ่นให้คนละดาบ ส่วนคนของเรา ไม่ว่าพลีชีพเพื่อชาติ หรือว่าได้รับบาดเจ็บ พากลับไปให้หมด ฉันไม่อยากให้พี่น้องของตนเอง ฝังรวมกับพวกเดรัจฉาน!”

“ครับ!” กงจื้อเฉียงตอบรับด้วยดวงตาแดงก่ำ นำพากองร้อยที่หนึ่งไปเก็บกวาดสนามรบ การลอบโจมตีในค่ำคืนนี้ ภารกิจหลักในการโจมตีรับผิดชอบโดยกองร้อยที่หนึ่ง แม้ว่าสามารถระเบิดหอยามทั้งหมดของข้าศึกอย่างราบรื่น แต่กองร้อยที่หนึ่งก็สูญเสียสาหัส พี่น้องกว่าครึ่งหนึ่งล้มลงใต้กระบอกปืนข้าศึก ไม่มีทางฟื้นตื่นตลอดกาล

“คนที่เหลือกระจายกำลังไปวางเพลิงให้ทั่ว เผาอย่าให้เหลือ!” เหล่าโก่วมองสำรวจรอบๆ สั่งการต่อพี่น้องของหน่วยทหารคุ้มกัน

สือเหลียงไฉพานักรบในสังกัดทั้งหมดรวมทั้งทหารใหม่ที่ผ่านการทดสอบจากสงครามอย่างจางซงหลิง กระจายกำลังไปวางเพลิง

ไม่นานก็เผาค่ายทหารของญี่ปุ่นจนมอดไหม้ นายทหารเหล่าโก่วเอี้ยวหูฟังสถานการณ์รอบข้าง โบกมือให้พี่น้องทั้งหมด “ถอย บุกข้ามสะพานไม้ที่เคยเดินผ่านมา ไปสมทบกับกองพลที่สามสิบเอ็ดที่เหลียงเซียง! ให้ฉือเฟิงจื่อ (คนบ้าแซ่ฉือ) เลี้ยงสุราพวกเรา!”

“ดี!” พี่น้องทั้งหลายส่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี รวมพลเป็นขบวน ติดตามอยู่ด้านหลังเหล่าโก่ว ถอยออกจากฐานที่มั่นของทหารปืนใหญ่ญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว หายลับเข้าไปในป่าเขา

“ตูม!” “ตูม!” “ตูม!” เสียงระเบิดดังต่อเนื่องอยู่ด้านหลังของขบวนทัพ ลูกระเบิดทั้งหมดที่ทหารญี่ปุ่นทิ้งไว้ในฐานทัพ ล้วนถูกหน่วยระเบิดของกองร้อยที่สามระเบิดทำลายทิ้ง ก้าวเดินไปเรื่อยๆ จางซงหลิงที่เดินเคียงคู่สือเหลียงไฉอยู่ด้านหน้า ก็หยุดเท้าลงช้าๆ หันศีรษะไป มองดูบริเวณแสงเปลวเพลิง ในใจบังเกิดความสะใจที่ได้ล้างแค้น

‘ฉันออกรบแล้ว ฉันไม่ได้ปลุกระดมให้ผู้อื่นไปตาย ตนเองกลับหลบซ่อนอยู่ด้านหลัง! ฉันไม่ใช่คนขี้ขลาด! พี่โจว เถียนพ่างจื่อ เวยเวย พวกคุณเห็นแล้วหรือไม่?’

เขายิ้มด้วยความโศกเศร้า ในใจร่ำร้องต่อหมู่ดาวสุดคณานับบนท้องฟ้า 

หนังสือแนะนำ

Special Deal

Subscription Order ย้อนฯ 2 เล่ม 2-12

BERSERK เล่ม 38-39

Pre Order บันทึกปิ่น เล่ม 1