พวกที่ชมชอบในความโบราณ จงรีบกลับสู่ยุคโบราณเถิด !   พวกที่อยากเกิดจงรีบเกิดเถิด !  พวกที่อยากขึ้นสวรรค์ จงรีบขึ้นสวรรค์เถิด ! พวกที่อยากให้วิญญาณหลุดพ้นออกจากเรือนร่าง จงรีบหลุดพ้นไปเถิด !   พื้นดินเดี๋ยวนี้มีไว้สำหรับให้ผู้ที่ยึดมั่นอยู่กับปัจจุบัน  ยึดมั่นอยู่กับพื้นดิน  “หลู่ซิ่น”

 

บิดาแห่งวรรณกรรมจีนสมัยใหม่

  1. นิยายกำลังภายในไม่มีวันตาย (The Boolim Story never dies)

                  “โกวเล้ง” ลาจากพื้นพิภพนี้ไปก่อนวัยอันควร “กิมย้ง” สูงสุดคืนสู่สามัญ เลิกเขียนมหากาพย์กำลังภายในอีกต่อไป “ลงแดง” คือ อาการของแฟนพันธุ์แท้นิยายกำลังภายใน ที่ต้องสูญเสีย “ยักษ์ใหญ่” ไปในเวลาใกล้เคียงกัน เหลือไว้เพียงตำนานระบือลือลั่น  ช่องว่างสิบปีกว่า ช่างเงียบเหงานัก !   ความยิ่งใหญ่ของเจ้ายุทธจักรกิมย้งโกวเล้ง ทำให้แฟนกำลังภายในยากที่จะเปิดใจยอมรับจอมยุทธ์คนใหม่ได้   แต่แล้ว “หวงอี้” ได้ผุดขึ้นมาถมเติมช่องว่างแห่งกาลเวลาที่แสนเดียวดาย  มิต้องเอ่ยถึงความเพียรพยายามยาวนานของ “หวงอี้” ในการเจียระไนผลงานจาก “เทพทลายนภา” บรรลุสู่ “เจาะเวลาหาจิ๋นซี” จึงสร้างชื่อ “หวงอี้” กลายเป็นดาวเด่นดวงใหม่ ทดแทนที่ว่างในใจแฟนนักอ่าน แต่ความโดดเด่นนี้ยังเป็นที่กังขาของใครหลายคน   พวกแรก มนุษย์ผู้มีชีวิตเรียบง่ายเปลี่ยวเหงาย่อมพร้อมต้อนรับ “ผลงานดีเด่น” ชิ้นใหม่อย่างง่ายดาย ขอเพียงในหัวใจแห้งแล้งนับ 10 ปี ได้พบความชุ่มฉ่ำอีกสักครั้ง สำหรับ บางคนที่ชีวิตซับซ้อนขึ้นมาอีกขั้น อาจต้องรอพิสูจน์ใจยาวนาน จวบจนถึง “เจาะเวลาหาจิ๋นซี” พวกเขาจึงยินยอมพร้อมใจยอมรับ “หวงอี้” เข้ามาเป็นชายในดวงใจคนใหม่ ชดเชย 2 วีรบุรษที่ลาจากไป  พวกที่สอง มนุษย์ขี้สงสัยย่อมอดเกิดคำถามขึ้นมาไม่ได้ว่า “หวงอี้” คู่ควรกับความรัก เพียงใด พวกเขาไม่ต้องการให้ “พวกแรก” ลืมความรักเก่าอันหอมหวาน จนเห็นแฟนใหม่ (หวงอี้) ดีกว่าแฟนเก่า (กิมย้งโกวเล้ง) ไม่ว่าหวงอี้จะมีพัฒนาการจนสามารถรังสรรค์ “มังกรคู่สู้สิบทิศ” ทะลุขีดจำกัดเดิมของ “เจาะเวลาหาจิ๋นซี” รวมถึงการพุ่งทะยานฟ้าสู่จุดสูงสุดใหม่ด้วยการเสกสรรค์ “จอมคนแผ่นดินเดือด” แต่พวกที่สองยังคงไม่ยอมรับ ด้วยเหตุผลที่น่าฟังและไม่น่าฟัง นานัปการ   พวกที่สาม ผู้เปิดใจรับความแปลกใหม่แบบใคร่ครวญ พวกเขาเชื่อว่า “หวงอี้” มีคุณค่าใหม่ แตกต่างจากกิมย้งและโกวเล้ง พวกที่สามนี้มีทั้งกลุ่มสายกลางและกลุ่มสุดขั้ว กลุ่มสายกลางมีมุมมองว่า “หวงอี้” มีคุณสมบัติท้าสู้กับยอดปรมาจารย์กิมเล้ง (กิมย้ง+โกวเล้ง) ส่วนใครเหนือกว่าใครนั้นขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน หรือหากต้องการพิสูจน์ชี้ขาดย่อมสามารถถกเถียงแลกเปลี่ยนกันอย่างสร้างสรรค์พอหอมปากหอมคอ เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน สีสันรสชาติ และมิตรภาพ ขณะที่กลุ่มสุดขั้วกลับกล้าบังอาจลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของ “พวกที่สอง” และเกิดการปะทะคารมตบตีกันเป็นประจำ กลุ่มสุดขั้วมองว่า “กิมย้งโกวเล้ง” พ้นสมัยไปแล้ว หวงอี้คือเพชรแท้เม็ดใหม่ที่เปล่งประกายเจิดจรัส พวกที่สองคือ พวกล้าหลังเต่าล้านปี พวกที่สามสายกลางเป็นพวกเริ่มฉลาดแต่ขาดความกล้าหาญ ไม่ยอมประกาศอุดมการณ์ชูธงสู้รบ สำหรับพวกแรก คือ คนโง่เขลาเพียงคิดตามผู้อื่น ไม่มีความริเริ่มของตนเอง ผมได้จัดประเภทตนเองเป็น “พวกที่สาม กลุ่มสายกลาง” โดยแอบเอนเอียงเข้าข้างคนรักใหม่ “หวงอี้” มากกว่า แฟนเก่า “กิมย้งโกวเล้ง” แต่ยังพร้อมยอมรับทัศนคติที่แตกต่าง ไม่คิดว่าจะต้องทะเลาะกับคนกลุ่มใด เพียงต้องการชี้ให้เห็น “คุณค่าใหม่” ที่ได้รับจากงานของหวงอี้ที่แตกต่างจากกิมย้งโกวเล้ง โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญซึ่งทำให้ผมตัดสินใจรักหวงอี้มากกว่ากิมย้งโกวเล้ง   ขอยืนยันว่า ทั้งหมดเป็นความชื่นชอบส่วนตัว ไม่ต้องการบีบบังคับและเกลี้ยกล่อมใครให้คล้อยตาม เพราะผมเชื่อว่า   “ทุกคนย่อมมีเสรีภาพในการคิดและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง”  

  1. จุดยืนของนักแสวงหากำไร

                  ชาวโรมันผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า “ชีวิตสั้นนัก แต่ศิลปะยืนยาว” ผมเชื่อคนง่าย จึงขอยอมรับว่า ตนเองมีเวลาจำกัด ดังนั้นจึงต้องเลือกอ่านหนังสือที่ให้ประโยชน์คุ้มค่ากับเวลาที่สูญเสียไป สำหรับ “กิมย้ง” ยอดปรมาจารย์ บรรจุพลังลมปราณผ่านคัมภีร์ 15 เรื่อง แต่ศิษย์แกมโกงอย่างผมขอแอบเรียนรู้เพียง 5 เรื่องที่คิดว่าเลิศล้ำที่สุด เริ่มตั้งแต่ “มังกรหยก 1-3 “ ,  “แปดเทพอสูรมังกรฟ้า” และสิ้นสุดที่ “กระบี่เย้ยยุทธจักร” บางคนอาจตำหนิว่ายังมีเรื่องอื่นที่ดีเลิศทัดเทียมกัน ทำไมจึงละเลยไป แต่ด้วยจุดยืนของนักบริหารต้นทุน ผมจึงต้องขอเรียนตามตรงว่า ต้นทุนเวลาของผมอาจมีไม่มากนัก แต่ต้นทุนค่าเสียโอกาสนั้นหนักโขเอาการอยู่ โดยเฉพาะหนังสือดีนับจากอดีตจวบจนปัจจุบัน ยังมีให้เสพรับอีกมากมาย ผมจึงต้องตัดใจเลือกเรื่องที่คิดว่าดีเลิศสูงสุด บางทีอาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ด่วนตัดสิน ทำให้ตกหล่นเล่มอื่นที่ดีเยี่ยมไม่แพ้ 5 เล่มที่เลือกสรรไว้ แต่ผมต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นผมคงไม่สามารถเสพรับความงามจากยอดนักเขียนท่านอื่นที่ยังยืนเด่นให้ผมค้นหาอีกมากมาย ส่วนเรื่องที่เหลือของท่านปรมาจารย์ ผมได้แต่ตั้งปณิธานว่า หากมีเวลาว่างวันใดย่อมต้องฝึกฝนซึมซับให้ครบถ้วนกระบวนท่า ศิษย์ไม่รักดี กราบขออภัยปรมาจารย์ ด้วยความจริงใจและเคารพอย่างสูงยิ่ง    ประโยชน์ที่ผมขูดรีดได้จากท่านกิมย้ง คือ ความลึกซึ้งตรึงตราในความเป็นมนุษย์ ท่านปรมาจารย์ได้ตีแผ่ให้เห็นอย่างหมดจดล่อนจ้อน ทั้งนักการเมือง นักรัก จอมยุทธ์ ผู้ใฝ่ฝันเร้นกาย พรรคมารพรรคเทพ ฯลฯ และที่ขาดไม่ได้ คือ วิญญูชนจอมปลอม ตัวละครทั้งมวลมีความกลมลึกไม่แบนราบ ทั้งยังทรงเสน่ห์น่าหลงใหลจนยากลืมเลือน อ่านแล้วรู้สึกเข้าใจตนเองเข้าใจผู้อื่นอย่างถ่องแท้เพิ่มขึ้นหลายกระบวนท่า  “กิมย้ง” คือ ยอดมังกรเปี่ยมมนุษย์ธรรม งานเขียนและชีวิตสะท้อนความเป็นปัญญาชนสูงสง่าทุกกระเบียดนิ้ว ยากจะหาบุรุษใดในใต้หล้าทัดเทียม   ในส่วนของโกวเล้ง “มังกรเมาทะยานเมฆา” สหายผู้รู้ใจของผู้เปลี่ยวเหงาเป็นอาจิณ ผมได้มีโอกาสศึกษากระบวนท่ากับท่านอยู่หลายเรื่อง ที่น่าเศร้า คือ บางเรื่องยังไม่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม มีเรื่องหนึ่งที่ได้สร้างความซาบซึ้งตรึงตราฝังลึกในใจจนยากลืมเลือน “ฤทธิ์มีดสั้น ลี้คิมฮวง” ได้กระตุ้นวิญญาณส่วนลึก “เปลี่ยวเหงารันทด แต่อบอุ่นยืนหยัด” จนผมอดอ่านซ้ำอยู่หลายเที่ยวมิได้    โดยภาพรวมแล้ว ผลงานของท่านโกวเล้งได้ให้ปรัชญาชีวิตที่คมคาย เน้นความเป็นปัจเจก บางครั้งว้าเหว่จับใจ บางครั้งสุขสมเริงรื่น ทั้งหมดคละเคล้าเป็นความลงตัว เมื่อเรื่องราวจบลง ความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นในหัวใจ ความมืดมนกลัดกลุ้มมลายหายสิ้น     นี่คือเสน่ห์ที่ผมชื่นชอบโกวเล้ง   ทุกคราที่เศร้าหัวใจวังเวง ผมจะต้องอัญเชิญผลงานของท่านโกวเล้ง มาขูดรีดหาประโยชน์ เพื่อให้หัวใจมีพลัง และผ่านคืนวันหฤโหดให้จงได้  ผมใช้จุดยืนเดียวกันนี้เพื่อแสวงหาประโยชน์คุณค่าจากท่านหวงอี้ และอาจเป็นเพราะท่านหวงอี้ให้กำไร (คุณค่าที่ได้รับ – เวลาที่สูญเสียไป) มากที่สุด ผมจึงชอบงานของท่านหวงอี้เป็นพิเศษ แต่ผมยังไม่ลืมท่านกิมย้งโกวเล้ง ที่ผมได้เคยขูดรีดท่านในอดีตมาอย่างยาวนาน   จนบัดนี้ ผมยังเคารพขอบคุณท่านกิมย้งโกวเล้งไม่เสื่อมคลาย ท่านได้ชุบชีวิตที่ตายซากของผมให้ฟื้นคืน จนมีเรี่ยวแรงท่องทะยานในยุทธภพที่โหดร้ายกว่าในนิยายทุกเรื่องของท่านทั้งสอง และด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องหยิบยืมพละกำลังของท่านหวงอี้ มาใช้ต่อสู้ช่วงชิงกับผู้คนบนยุทธภพที่สับสนซับซ้อนกว่ายุทธภพในอดีตมากมายนัก

บทความจาก : อาจารย์เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ อาจารย์ประจำศูนย์ประชาคมอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยสยาม

ขอบคุณรูปจาก : http://news.163.com/12/1109/00/8FR18T9N00014AED.html  



เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

ขอบคุณ : เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์
อาจารย์ประจำศูนย์ประชาคมอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยสยาม / นักเขียนและนักวิจารณ์
www.siamintelligence.com