สวัสดีครับ ผมชื่อชิมะ โคซาคุ อายุ 34 ปี กำลังจะได้รับโอกาสเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกโฆษณา ฝ่ายส่งเสริมการขายของบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผมค่อนข้างตื่นเต้นและแอบภาคภูมิใจอยู่ไม่น้อย เพราะในวัย 34 ปีการได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงในองค์กรถือว่าผมได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่อยู่พอสมควร และในหนังสือเล่มนี้ ท่านจะได้เรียนรู้วิถีและวิธีการทำงานของคนญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นต้นแบบของการทำงานในระดับสากล ไม่เพียงเท่านั้นท่านยังจะได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมและมุมมองในแบบของมนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่นในเชิงลึกอีกด้วย           เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่า มนุษย์เงินเดือนแดนปลาดิบนั้นได้ชื่อว่าทำงานหนักมาก หนักขนาดไหน... ก็ขนาดถูกขนานนามว่าเป็นประเทศที่ทำงานหนักที่สุดเป็นอันดับต้นๆ  โดยวัดจากสถิติชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยถึง 1,735 ชั่วโมงต่อปี และมีวันหยุดแค่ 16 วันต่อปีของเหล่ามนุษย์เงินเดือนอย่างพวกผมนี่แหละ  และนี่เป็นแค่ชั่วโมงการทำงานอย่างเป็นทางการนะครับ เพราะอันที่จริงภายหลังเลิกงาน ผม พี่ๆ เพื่อนๆ และหัวหน้าก็ยังไม่แยกย้ายกันกลับบ้าน  แต่จะชวนกันไปสังสรรค์หลังเลิกงานเป็นประจำ จนแทบจะกลายเป็นกิจวัตรเลยทีเดียว วิถีการดื่มแบบมนุษย์เงินเดือนแดนปลาดิบอย่างพวกผมมีความลับซ่อนอยู่ ภายใต้ความมึนเมาไม่ได้มีแต่เรื่องไร้สาระอย่างที่หลายๆ คนคิดนะครับ เพราะนอกจากช่วยผ่อนคลายหลังจากเครียดสะสมจากการทำงานมาตลอดทั้งวันแล้ว การดื่มสำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ยังเป็นการช่วยเผยตัวตนและความรู้สึกนึกคิดที่แท้จริงของกันและกันอีกด้วย ใครจะไปรู้ว่าหัวหน้าที่แสนจะเคร่งขรึมเข้มงวด พอเหล้าเข้าปากเท่านั้นกลับกลายเป็นคนละคน  เพื่อนร่วมงานที่ดูเหมือนเป็นคู่แข่ง ทำหน้ายักษ์ใส่กันเวลาทำงาน พอมีโอกาสดื่มด้วยกัน อาจจะสนิทใจมากขึ้น เพราะได้เปิดเผยความในใจต่อกันที่ในเวลางานไม่มีทางเกิดขึ้น ถือเป็นการช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น และยังสามารถยกระดับความก้าวหน้าในหน้าที่การงานอีกด้วย           ดังนั้นอย่าได้แปลกใจไปนะครับที่หลังเลิกงานผมมักจะมีโอกาสได้ไปดื่มกับผู้คนหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ระดับลูกน้องสาวสวยอย่าง ทาชิโระ ยุคิ ไปจนถึงลูกค้าที่เป็นช่างภาพอย่าง อาราตะซัง นั่นเพราะการดื่มเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตมนุษย์เงินเดือนอย่างที่แยกกันไม่ออก ชาติตะวันตกหรือแม้แต่คนไทยมองการดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องของความสนุกสนาน ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการประสบพบเจอ ทว่าการนัดหมายเพื่อมาเมามายร่วมกันขึ้นอยู่กับโอกาสและความเหมาะสม แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกผม การดื่มหลังเลิกงานเป็น  “สิ่งสำคัญ” และ “จำเป็น” จนกลายเป็นวัฒนธรรมประจำองค์กรมนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่นอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ภายใน 1 สัปดาห์ ผมจะมีงานเลี้ยงสังสรรค์หลังเลิกงานมากกว่า 4-5 ครั้ง เพราะไหนจะต้องเลี้ยงรับรองลูกค้า ไหนจะต้องเลี้ยงสังสรรค์กันเองภายในองค์กร อันที่จริงสัปดาห์ละ 4-5 ครั้งอาจไม่เพียงพอด้วยซ้ำ             จำไว้นะครับ ถ้าท่านมีโอกาสได้ทำงานกับคนญี่ปุ่น การดื่มหลังเลิกงานถือเป็นส่วนเติมเต็มให้การทำงานสมบูรณ์ยิ่งขึ้น การปฏิเสธคำเชิญชวนไปดื่มหลังเลิกงานจากรุ่นพี่หรือหัวหน้า อาจส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ และความก้าวหน้าในหน้าที่การงานในอนาคต แค่ดื่มอย่างมีสติ หรือถ้าคุณไม่ดื่ม ก็ต้องร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานเลี้ยง เพราะอย่างที่บอกเอาไว้ครับว่านี่คือ “สิ่งสำคัญ” และ “จำเป็น" ขอบคุณรูปจาก : http://www.slovenia.info/en/Wine-cellar/Ren%C4%8Del-Jo%C5%A1ko.htm?vinska_klet=7201&lng=2