คำนำ

        นางพญาผมขาวเป็นอมตะนิยายของเนี่ยอู้เซ็ง ยอดนักเขียนชาวฮ่องกงที่ได้รับการยกย่องเคียงคู่กับกิมย้ง ประดุจขงเบ้งกับจิวยี่สมัยสามก๊ก เนื่องในโอกาสที่สยามสปอร์ตพริ้นติ้งจัดพิมพ์ผลงานของเนี่ยอู้เซ็งขึ้น ผมจึงใคร่ขอเสนอประวัติส่วนตัวของยอดนักเขียนท่านนี้ให้ทราบโดยสังเขป

        เนี่ยอู้เซ็ง มีชื่อจริงว่า ตั้งบุ้นทง ปัจจุบันอายุประมาณ 68 ปี เป็นชาวมณฑลกึงไซ (กวางสี) คุณตาและคุณพ่อล้วนเป็นบัณฑิตที่มีชื่อเสียง ส่วนทางบ้านพอมีสมบัติพัสถาน นับเป็นเศรษฐีมีทรัพย์ นิวาสถานที่ชนบทอยู่ใกล้กับภูเขาเอี้ยวซัว ดังนั้นมักมีนักปราชญ์ปัญญาชนมาพักอาศัย เนี่ยอู้เซ็งจึงได้รับการอบรมสั่งสอนจากผู้ทรงภูมิความรู้ กล่าวกันว่าเมื่ออายุเก้าขวบ ถึงกับสามารถต่อประโยคแต่งกลอนคู่ ขานรับกับคำกลอนประโยคแรกของผู้คงแก่เรียนทีเดียว

        เนี่ยอู้เซ็งสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา จากมหาวิทยาลัยเนี่ยน้ำคณะเศรษฐศาสตร์ แต่โดยส่วนตัวชมชอบศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ แม้แต่เขาเองก็คาดคิดไม่ถึงว่า ภายหน้าจะได้เป็นนักเขียนนิยายกำลังภายใน มิหนำซ้ำยังเป็นผู้สร้างเส้นทางสายใหม่ให้แก่นิยายกำลังภายในยุคใหม่อีกด้วย

        เมื่อปี ค.ศ.1949 หลังสงครามระหว่างประเทศจีนกับญี่ปุ่นสงบลงเนี่ยอู้เซ็งก็เดินทางมายังฮ่องกง และทำงานในหนังสือพิมพ์รายวัน ต่อมาในปี ค.ศ.1952 ปรากฏครูมวยสองท่าน ประกาศตนว่ามีวิทยายุทธสูงส่ง จึงนัดวันเวลาประลองฝีมือ พิสูจน์ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงกัน แต่ขณะนั้นทางฮ่องกงห้ามไม่ให้จัดการต่อสู้ชิงชัย ได้แต่ตั้งเวทีลุยไถที่เมืองมาเก๊า ผลปรากฏว่า เจ้าสำนักหมัดไท้เก๊กต่อยถูกจมูกเจ้าสำนักกระเรียนขาวจนเลือดกำเดาไหลออกมา การต่อสู้เป็นอันยุติ แต่การประลองครั้งนี้ เป็นที่โจษขานกันไม่รู้จบบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับบ่ายชื่อซิงมึ่งป่อ จึงบังเกิดไหวพริบชั่ววูบตกลงจะนำลงนิยายกำลังภายใน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้อ่านที่ “ชมชอบการต่อสู้” และมอบหมายให้เนี่ยอู้เซ็ง ซึ่งเป็นผู้ควบคุมคอลัมน์ของหนังสือพิมพ์ เป็นผู้เขียนนิยายกำลังภายใน ถึงแม้เนี่ยอู้เซ็งจะปฏิเสธว่าไม่สามารถเขียนได้ แต่บรรณาธิการชิงลงแจ้งความในหนังสือพิมพ์ว่า จะตีพิมพ์นิยายกำลังภายในฉบับวันพรุ่งนี้ เนี่ยอู้เซ็งได้แต่จับปากกา เขียนเรื่อง เล้งโฮ้ว โต่วเกียฮั้ว (มังกรถล่มพยัคฆ์กลางเมืองหลวง) โดยใช้นามปากกาว่าเนี่ยอู้เซ็ง (ศิษย์ของอู้)

        เนี่ยอู้เซ็งอธิบายว่า เขานิยมชมชอบงานเขียนของแป๊ะอู้ ซึ่งเป็นนักเขียนนิยายกำลังภายในยุคปี ค.ศ.1930-40 ผู้แต่ง จับยี่กิมจี้เปีย (สิบสองลูกดอกเหรียญทอง) จึงปวารณาตัวเป็นศิษย์ของท่าน ส่วนคำ “เนี่ย” เป็นเพราะก่อนหน้านี้เคยใช้นามปากกาเนี่ยหุยยู้ เขียนคอลัมน์ในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่ก่อน

        อุบัติการณ์โดยไม่ตั้งใจครั้งนี้ ได้จุดพลุความนิยมของนักอ่านขึ้น ทุกคนเฝ้าติดตามผลงานของเนี่ยอู้เซ็งจากหนังสือพิมพ์ทุกวัน จนเนี่ยอู้เซ็งได้รับยกย่องเป็นผู้สร้างสรรค์นิยายกำลังภายในยุคใหม่ และอีกสามปีให้หลังกิมย้งก็เขียนเรื่อง จือเกี่ยมอึ้งชิ้วลก(จอมใจจอมยุทธ์) นำลงในหนังสือพิมพ์ซิงมึ่งป่อเช่นกัน

        ยุคสมัยนั้น นิยายกำลังภายในไม่ได้รับการยกย่องเท่าที่ควร เฉกเช่นคนที่เล่นปาหี่เปิดการแสดงเร่ร่อน ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม จวบกระทั่งเนี่ยอู้เซ็งกับกิมย้งเขียนนิยายกำลังภายใน สภาพการณ์ค่อยเปลี่ยนไปหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ ทั้งฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลย์ ล้วนแย่งซื้อนิยายกำลังภายในไปนำลงประจำ ตอนแรกหนังสือพิมพ์เซ้าต์อีสเอเชีย คัดลอกเรื่องจากหนังสือพิมพ์ฮ่องกงนำลงต่อ แต่เนื่องด้วยต่างพากันนำลงพร้อมกันหลายฉบับ ไม่เป็นที่ดึงดูดใจนักอ่าน หนังสือพิมพ์ที่มีฐานะดี จึงติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์จากนักเขียนฮ่องกง นำลงพร้อมกับหนังสือพิมพ์ฮ่องกงโดยให้ค่าลิขสิทธิ์สูงกว่าหนังสือพิมพ์ฮ่องกงเสียอีก

        นิยายของเนี่ยอู้เซ็ง ชมชอบใช้ชื่อบทแบบโบราณ มิหนำซ้ำมีกลิ่นอายโคลงกลอนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะแทบทุกเรื่อง ต้องมีลำนำเพลงเปิดเรื่องด้วยถ้อยคำอันไพเราะ ทั้งยังใช้สำนวนเป็นภาษาแบบแผน จึงเป็นผลงานที่กอปรด้วยวิญญาณจีนอย่างเปี่ยมล้น นอกจากนั้นยังผูกเรื่องราวเข้ากับประวัติศาสตร์ของจีน ดังนั้นจึงปรากฏเหตุการณ์จริง และบุคคลจริงในประวัติศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง จนได้รับการกล่าวขวัญว่า เป็นผู้สร้างนิยายกำลังภายในอิงประวัติศาสตร์จีนได้ดีที่สุด

        เนี่ยอู้เซ็งมีผลงานทั้งสิ้น 35 เรื่อง ถือว่ามีปริมาณมากกว่ากิมย้ง 3 เท่า ในส่วนตัวของเขา รักชอบเรื่อง เพี้ยจงเฮียบเอี้ย ซึ่งผมเคยแปล-เรียบเรียงเป็นภาษาไทย โดยใช้ชื่อ กระบี่กู้บัลลังก์ เรื่อง ฮุ้นไฮ้เง็กเก็งอ้วง (บุพเพสันนิวาสเกาทัณฑ์หยก) และเรื่อง นึ่งตี่คี้เอ็งตึ่ง (จักรพรรดิหญิงยอดวีรบุรุษ) ซึ่งเขียนถึง บูเซ็กเทียน ฮ่องเต้หญิงเพียงองค์เดียวของจีน แต่ผลงานที่จำหน่ายขายดีที่สุด กลับเป็นเรื่อง แป๊ะฮวกม้อนึ่งตึ่ง (นางพญาผมขาว) กับเรื่อง ฉิกเกี่ยมเหียเทียนซัว (เจ็ดกระบี่ขุนเขาเทียนซัว) ซึ่งถูกขโมยพิมพ์มากที่สุด

        ที่ผ่านมามีคนเปรียบเทียบผลงานระหว่างกิมย้งกับเนี่ยอู้เซ็งว่า กิมย้งสามารถผสมผสานแนวการเขียนของนิยายตะวันตกเข้ากับนิยายกำลังภายใน ส่วนเนี่ยอู้เซ็งคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของความเป็นจีนที่สุด กิมย้งถนัดในการสร้างตัวละครฝ่ายอธรรม ส่วนเนี่ยอู้เซ็งจัดเจนในการสร้างสรรค์วีรบุรุษเชี่ยวชาญเชิงอักษร วีรสตรีที่เปิดเผยองอาจ ผู้กล้าหาญที่ปล่อยตัวไม่นำพา ดังจะเห็นได้จาก เตียตังปัง ในกระบี่กู้บัลลังก์ อสุรีหยก แห่งนางพญาผมขาว และกิมสี่ยุ้ย แห่งฮุ้นไฮ้เง็กเก็งอ้วง

        น่าเสียดายที่ในยุคหลัง เนี่ยอู้เซ็งรับงานเขียนมากเกินไป มักเขียนนิยายกำลังภายในพร้อมกัน 2-3 เรื่อง เป็นเหตุให้คุณภาพอ่อนด้อยไป จนมีผู้วิจารณ์ว่า ผลงานในยุคต้นของเขา สมบูรณ์แบบกว่าผลงานยุคหลัง

        ปัจจุบันเนี่ยอู้เซ็งวางมือจากการเขียนนิยายกำลังภายในแล้ว แต่ยังทำงานปรับปรุงแก้ไขผลงานที่ผ่านมา ทยอยจัดพิมพ์จำหน่าย โดยขายลิขสิทธิ์ให้แก่สำนักพิมพ์เทียนตี่ของฮ่องกง และสำนักพิมพ์ฮวงฮุ้นซี่ต่อของไต้หวันพร้อมกัน และตั้งปณิธานว่าจะเขียนประวัติศาสตร์ฝากไว้แก่แผ่นดินโดยคิดเขียนเรื่องราวของไท้เพ้งเทียนก๊ก (กบฏไถ่ผิง) เป็นเรื่องแรก

        เนี่ยอู้เซ็งนอกจากเป็นยอดนักเขียนนิยายกำลังภายใน ยังเป็นมือหมากล้อม (ญี่ปุ่นเรียกว่าโกะ) ฝีมือเยี่ยม โดยหัดเล่นหมากล้อมตั้งแต่อายุเก้าขวบ อาจารย์คนแรกเป็นคุณตาของเขาเอง และเมื่อปี ค.ศ.1977 สมาคมโกะของญี่ปุ่นและชมรมหมากล้อมของฮ่องกง จัดการประลองหมากล้อมขึ้นที่ฮ่องกง เนี่ยอู้เซ็งเข้าแข่งขันในนามตัวแทนฮ่องกง ปรากฏว่าโค่นมือโกะจากญี่ปุ่นชื่อมาจีโมโตฟุคุโอะลงได้ นอกจากนั้นเนี่ยอู้เซ็งยังใช้นามปากกาตั้งลู่เขียนบทวิจารณ์เกี่ยวกับหมากล้อม นำลงในหนังสือพิมพ์ซิงมึ่งป่อ ทั้งยังมีการจัดพิมพ์รวมเล่ม

        ความหลงงมงายในหมากล้อมของเนี่ยอู้เซ้ง ได้รับการบันทึกว่าเมื่อปี ค.ศ.1957 เนี่ยอู้เซ็งเพิ่งแต่งงาน เดินทางไปฮันนีมูนที่กรุงปักกิ่ง แต่เพราะคันไม้คันมือ เจ้าบ่าวจึงแวะไปเล่นหมากล้อมที่ชมรมหมากล้อมกรุงปักกิ่ง พบพานคู่มือที่ทัดเทียมถึงกับพันตูตั้งแต่ยามค่ำจนถึงเที่ยงคืน ตอนนั้นร้านอาหารในกรุงปักกิ่งปิดร้านตั้งแต่สามทุ่ม ค่ำคืนนั้นเนี่ยอู้เซ็งได้แต่ทนหิวไปหนึ่งคืน สำหรับเจ้าสาวต้อง “ยืนพิงหน้าต่าง รอคอยสามีคืนกลับ” รสชาตินั้นเป็นอย่างไรได้แต่ถามไถ่ภรรยาคู่ชีวิตของเนี่ยอู้เซ็งผู้สุภาพอ่อนโยนแล้ว

        หากจะใช้คำจำกัดความ เปรียบผลงานของเนี่ยอู้เซ็ง สมควรยกอ้างข้อความของนักโคลงกลอนเล้าแป๊ะตวน ที่แต่งให้เนี่ยอู้เซ็งว่า “ชาติบ้านเมืองเสื่อมโทรม แผ่นดินใหญ่สั่นคลอน บุตรธิดาหาญกล้าไม่เป็นสองรองใคร ขลุ่ยหยกเป่าถึงตอนวิญญาณสลาย ชลเนตรแห่งนัยนากลายเป็นสายเลือด” นับว่าสะท้อนเห็นได้อย่างชัดเจน

        นางพญาผมขาวเป็นผลงานเรื่องที่สามในชีวิตการเขียนนิยายกำลังภายในของเนี่ยอู้เซ็ง จัดเป็นวรรณกรรมคลาสสิก และได้รับการยกย่องว่าสร้างตัวละครหญิงได้ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่ต้นฉบับแก้ไขปรับปรุงใหม่ เพิ่งจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเมื่อปี ค.ศ.1993 เมื่อไม่นานมานี้มีการสร้างเรื่องนางพญาผมขาว เป็นภาพยนตร์จอเงิน แต่ก็ดัดแปลงเค้าโครงเรื่อง ผิดแผกจากต้นฉบับเดิม ผมจึงถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาไทย โดยพยายามรักษาอรรถรสเดิมของต้นฉบับจีนไว้ และลำนำเปิดเรื่องของนางพญาผมขาว ได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์ถาวร สิกขโกศล แห่งคณะศิลปะศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ช่วยแปลเป็นภาษาไทย ต้องขอขอบพระคุณ ณ ที่นี้ด้วย

        น.นพรัตน์