มรสุมของสำนักฮั้วซัวยังมิได้หมดเพียงเท่านั้น เหล่าคนคลุมหน้าที่มากันสิบห้าคน(ที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าสำนักซงซัวส่งมาจัดการกับฮั้วซัว) ก็ยังไม่ได้จากไป แต่อาการบาดเจ็บของเหล่งฮู้ชงก็หนักหนาสาหัสขึ้นแต่หากเป็นเช่นนี้สำนักของตนต้องโดนหยามเกียรติหรือไม่ก็อาจต้องโดนฆ่าตายทั้งสำนัก ในตอนนั้นเองเหล่งฮู้ชงพลันเหลือบไปเห็นดวงตาเหล่าคนคลุมหน้าทำให้นึกถึงท่าในเก้ากระบี่เดียวดายอย่างท่า

       “ท่าทำลายเกาทัณฑ์”

       เขาจึงใช้ความรวดเร็วและพลังที่มีอยู่ทั้งหมดกระแทกอาวุธลับที่คนชุดดำซัดออกมาจนหมดสิ้น ในตอนนั้นเองคนคลุมหน้าคงไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นกับตนจากคนบาดเจ็บเพียงคนเดียว จึงได้บุกเข้าหาเหล่งฮู้ชงในตอนนั้นเองเหล่งฮู้ชงขยับกระบี่ จี้ใส่ดวงตาคนทั้งสิบห้าคนจนตาบอดไป เพียงเพลงกระบี่เดียวสามารถทำให้สิบห้ายอดฝีมือตาบอดได้ ! จึงทำให้เหล่งฮู้ชงสามารถขจัดภัยของฮั้วซัวได้อีกครั้ง แต่ก็เปรียบเสือนดาบสองคมเพราะความสามารถของเขาทำให้เกิดความระแวงจากลิ้มเพ้งจือและเป็นโอกาสให้วิญญูชนจอมปลอมอย่างงักปุ๊กคุ้งอาจารย์ของเขากระทำการต่ำช้าได้ง่ายขึ้น

       อาการบาดเจ็บของเหล่งฮู้ชงนั้นแม้เป็นอาการที่รุนแรงยากแก่การรักษา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางรักษาเลย ทางรักษาคือการศึกษายอด “วิชาเปลี่ยนเส้นเอ็น” ของวัดเส้าหลิน ในตอนที่อาการบาดเจ็บของเขากำเริบธิดาเทพยิ่มเอี่ยงเอี๋ยง(เยิ่นอิ๋งอิ๋ง) ยอมเสียสละตนเองไปเดินทางไปวัดเส้าหลินเพื่อที่จะให้ทางวัดเส้าหลินยอมชอบเหลือเหล่งฮู้ชงจากการบาดเจ็บ ด้วยได้เรียนรู้เหล่งฮู้ชงจากการสอนดนตรีและรับฟังเรื่องราวของเขา ทำให้ธิดาเทพคนนี้หลงรักเหล่งฮู้ชงเข้าให้จนยอมเสียสละอย่างใหญ่หลวงเช่นนี้

       แต่กว่าที่เหล่งฮู้ชงจะรู้ว่ายิ่มเอี่ยงเอี๋ยงยอมเสียสละตนโดยขึ้นเข้าเส้าหลินเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของตนแล้วนั้น ก็เป็นตอนที่เหล่าชาวยุทธฝ่ายอธรรมทั้งหลายต่างรวมตัวกันเพื่อที่จะบุกวัดเส้าหลิน(เสี่ยวลิ้ม) เหล่งฮู้ชงจึงได้เดินทางไปสมทบพร้อมกับได้เป็นประมุขของผู้คนเหล่านั้น ซึ่งการเดินทางไปยังวัดเส้าหลินนั้นต้องผ่านทางไปยังเขาบู๊ตึ๊ง ซึ่งเมื่อเดินทางไปถึงก็ได้พบกับเจ้าสำนักบู๊ตึ๊งคนปัจจุบัน(แต่ตอนนั้นยังไม่รู้) แน่นอนการต่อสู้จึงได้บังเกิดขึ้น

       เมื่อถึงบริเวณที่ประลองยุทธกันชงฮือเต้าเจี้ยงนั้นได้กรีดกระบี่ออกเป็นรูปวงกลม ซึ่งเก้ากระบี่เดียวดายของเหล่งฮู้ชงนั้นเป็นการหาจุดอ่อนของเพลงกระบี่คู่ต่อสู้แล้วทำการโจมตีกลับ แต่ทว่า เพลงกระบี่ไทเก๊กที่ชงฮือเต้าเจี้ยงใช้ “ไร้ซึ่งจุดอ่อน!”

       เหล่งฮู้ชงจึงได้ทิ่มกระบี่เข้าใส่ชงฮือเต้าเจี้ยงในตอนนั้นชงฮือเต้าเจี้ยงเปลี่ยนเป็นถือกระบี่ด้วยอีกมือหนึ่งและออกกระบวนท่าด้วยความรวดเร็วใส่ที่คอของเหล่งฮู้ชง เหล่าผู้คนที่มากับเหล่งฮู้ชงต่างตระหนกตกใจกับกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เมื่อเพลงกระบี่ได้ออกกระบวนท่าเช่นนี้ออกมาก็บังเกิดจุดอ่อนทำให้เหล่งฮู้ชงนั้นจู่โจมเข้าไปยังบริเวณแขนข้างซ้ายที่เป็นจุดอ่อน ชงฮือเต้าเจี้ยงจึงจำต้องยกกระบี่เข้ามาปัดป้อง ต่างคนต่างถอยกันไปคนละก้าว ชงฮือเต้าเจี้ยงมีท่าทีตื่นตกใจกับเพลงกระบี่ของเหล่งฮู้ชง ส่วนตัวเหล่งฮู้ชงเองก็รู้สึกถึงความอ่อนหยุ่นของเพลงกระบี่ ทั้งเมื่อโดนกระแทกก็ทำให้แขนชาเลยทีเดียว

       จากนั้นชงฮือเต้าเจี้ยงจึงได้วาดเพลงกระบี่ออกเป็นรูปวงกลมซึ่งเป็นกระบวนท่าตั้งรับ เหล่งฮู้ชงก็มองไม่เห็นจุดอ่อนของยอดวิชาชุดนี้อีกครา ทว่าชงฮือเต้าเจี้ยงเองก็ได้ออกกระบวนท่าเพื่อโจมตีเหล่งฮู้ชงอีกครา ซึ่งคราวนี้โจมตีบนจุดของร่างกายทั่วทั้งเจ็ดจุดสำคัญ เหล่งฮู้ชงก็มองเห็นจุดอ่อนในกระบวนท่านี้จึงได้แทงกระบี่ไปยังชงฮือเต้าเจี้ยง ทำให้ชงฮือเต้าเจี้ยงต้องเปลี่ยนกระบวนท่าเป็นตั้งรับอีกครา ทำให้เหล่งฮู้ชงมิอาจฝ่าเพลงกระบี่ที่เป็นวงกลมของชงฮือเต้าเจี้ยงได้เลย

       ชงฮือเต้าเจี้ยงเมื่อใช้กระบวนท่าก็ยิ่งร้ายกาจ ไม่นานทั้งร่างก็หายเข้าไปในวงกลม จนเกิดวงกลมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนกระทั่งแม้แต่เสียงก็ไม่อาจบังเกิดขึ้นมาได้ในเพลงกระบี่นี้ แต่ไม่เพียงเท่านี้ชงฮือเต้าเจี้ยงกลับเปลี่ยนใช้รับเป็นรุก ใช้ความที่เป็นคลื่นวงกลมเข้าจู่โจมเหล่งฮูง

       เดิมทีหากเป็นกระบวนท่ารับเหล่งฮู้ชงไม่อาจมองเห็นจุดอ่อนได้ แต่หากเป็นท่ารุกย่อมมีจุดอ่อน แต่ในครั้งนี้กลับเปลี่ยนใช้กระบวนท่ารับเป็นกระบวนท่ารุก ทำให้ไม่อาจเห็นจุดอ่อนได้เลย หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เหล่งฮู้ชงต้องเสียทีในไม่ช้าอย่างแน่นอนนอน

       แต่เหล่งฮู้ชงก็มองเห็นจุดนึงที่เป็นจุดอ่อนได้ แต่หากเขาคิดผิด แขนของเขาจะต้องถูกตัดขาดในทันที แต่ในตอนนั้นเหล่งฮู้ชงคิดถึงยิ่มเอี่ยงเอี๋ยงที่ยอมตายเพื่อที่จะช่วยชีวิตตนจนถูกกักขังยังวัดเส้าหลิน ตนเองเสียแค่แขนข้างเดียวจะเป็นอะไรไป จึงยอมเสี่ยงแทงกระบี่ใส่จุดกึ่งกลางวงกลม ผลคือเหล่งฮู้ชงคิดถูก นั่นคือจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวในเพลงกระบี่ไทเก๊กของชงฮือเต้าเจี้ยง ทำให้ชงฮือเต้าเจี้ยงต้องถอยออกไปสองก้าว สีหน้าก็ระคนไปด้วยความสงสัย ทั้งอายที่ปราชัยแก่ชนรุ่นหลัง ทั้งเสียดายโอกาสที่จะได้รับชัยชนะจากวิชาเก้ากระบี่เดียวดาย ทั้งที่เขาซ่อนจุดอ่อนไว้ในจุดที่อันตรายที่สุด หากเหล่งฮู้ชงไม่ตัดสินใจเสี่ยงชีวิตก็ยากที่จะเอาชัยได้ ในที่สุดชงฮือเต้าเจี้ยงจึงยอมให้เหล่งฮู้ชงเดินทางต่อไปยังวัดเส้าหลิน ทั้งยังเป็นมิตรที่ดีต่อเหล่งฮู้ชงอีกด้วย

       จนแม้กระทั่งเมื่อมีโอกาสที่จะได้ประลองกันที่เส้าหลินอีกคราเมื่อครั้งต้องการให้ยิ่มอั้วฮั้ง(เยิ่นหว่อสิง)ยอมอยู่ที่วัดเส้าหลินสิบปี ชงฮือเต้าเจี้ยงยังกล้ายอมรับว่ายังมิอาจแก้เพลงกระบี่ของเหล่งฮู้ชงได้ นับว่าเพลงกระบี่ชุดนี้ หาผู้ใดทัดเทียมได้ยากจริงๆ

       แต่เรื่องราวของเก้ากระบี่เดียวดายยังได้มีการพูดถึงในเรื่องอุ้ยเสี่ยวป้อ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในช่วงที่คังซี(คังฮี)ฮ่องเต้ได้ส่งให้อุ้ยเสี่ยวป้อไปบวชยังวัดเส้าหลิน ตัวของอุ้ยเสี่ยวป้อนั้นมีความหลงใหลในตัวของอาคอ(อาเคอ) แต่ทว่าวิชาของนางนั้นอาจารย์ซึ่งถ่ายทอดวิชาให้นางนั้นหาได้มีความจริงใจ ไม่ได้ถ่ายทอดแบบดีๆให้ จึงทำให้นางมีฝีมือที่สะเปะสะปะ

       ซึ่งในตอนนั้นอาคอนั้นถูกอุ้ยเสี่ยวป้อจับตัวอยู่ อาคอจึงได้เตะต่อยตีอุ้ยเสี่ยวป้อ เมื่อหลวงจีนเท้งกวนที่เป็นหัวหน้าตึกปัญญาบารมีอีกทั้งยังต้องคอยเป็นคนปกป้องอุ้ยเสี่ยวป้อที่มาบวชแทนพระองค์อีกด้วย เมื่อได้รับมืออาคอ ถึงขั้นคิดว่า “คนโบราณบอกว่าเมื่อฝึกฝีมือถึงขั้นสุดยอดเฉกเช่นเขากวางเลียงผา ไม่มีร่องรอยให้สืบสาว ฟังว่าในราชวงศ์ก่อนมีบุคคลชื่อต๊กโกวคิ้วป้าย ยังมีบุคคลชื่อเหล่งฮู้ชง ใช้หลักไร้กระบวนท่าชนะมีกระบวนท่า พิชิตไปโดยไร้ผู้ต่อต้าน หรือว่าสตรีนางนี้..” เท้งกวนไต้ซือเข้าใจผิดว่าอาคอคือผู้สืบทอดของวิชาชุดนี้ แม้จะเข้าใจผิด แต่ก็ยังแสดงให้เห็นว่าวิชาชุดนี้ยังถูกกล่าวขวัญถึงแม้เป็นอนุชนรุ่นหลังแล้วก็ตาม

       แต่ที่น่าสนใจของวิชานี้คือการสืบทอดวิชานี้มาจนถึงฮวงเช็งเอี๊ยงหรือฟงชิงหยางนั้น มาจากที่ใด ? อย่างที่ทราบกันคือไม่มีการกล่าวถึงในจุดนี้ จึงจะเชิญชวนเพื่อนๆลองคิดกันดูว่า วิชาชุดนี้สืบทอดมาจนถึงยุคของฮวงเช็งเอี๊ยงหรือฟงชิงหยางได้อย่างไร ?

       จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ต๊กโกวคิ้วป้ายจะถ่ายทอดให้ศิษย์หรือมีการบันทึกสุดยอดวิชาชุดนี้ไว้ ?

       หรือจะเป็นการที่มีผู้รับรู้และมีความอัจฉริยะพอได้บัญญัติวิชาขึ้นจากสิ่งที่ต๊กโกวคิ้วป้ายได้ตกทอดมาถึงตนและได้ตั้งชื่อเช่นนี้เพื่อให้เกียรติแก่ต๊กโกวคิ้วป้าย จึงได้ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา ?

       หรือจะเป็นอย่างอื่นที่ไม่ได้กล่าวมานี้ ?

       ก็ขอเชิญเพื่อนๆคอกำลังภายในทุกท่านร่วมเสนอความคิดเห็นกันได้นะครับ

 

บทความโดย

อภิวัฒน์ สุนันท์ยืนยง
อภิวัฒน์ สุนันท์ยืนยง
“สุดยอดแฟนพันธุ์แท้กิมย้ง”

 

สั่งซื้อนิยายกิมย้ง