กล่าวถึงราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ของชาวจีน ราชวงศ์ฉินยิ่งใหญ่ในระดับที่ชื่อของประเทศ "จีน" ถอดเสียงมาจากคำนี้ ราชวงศ์ฮั่น ยิ่งใหญ่ในระดับที่ภาษาจีนถูกเรียกว่า "ภาษาฮั่น" และราชวงศ์ถังยิ่งใหญ่ในระดับที่ไชน่าทาวน์ทั่วโลกตั้งชื่อว่า "ถังเหรินเจีย" หรือ "ถนนคนเมืองถัง" หรือคำที่ชาวจีนภาษาแต้จิ๋วใช้เรียกตัวเองว่า "ตึ่งนั้ง" ก็มาจากคำว่า "ถังเหริน" ที่แปลว่า "คนเมืองถัง" นั่นเอง

       ฮ่องเต้รัชกาลแรกของราชวงศ์ถังคือ พระเจ้าถังเกาจู่-หลี่ยวน แต่ความรุ่งโรจน์โชติช่วงของราชวงศ์ถังเกิดขึ้นจากการปกครองอันปราดเปรื่องของฮ่องเต้รัชกาลที่สอง พระเจ้าถังไท่จง-หลี่ซื่อหมิน จนเกิดยุคทองแห่งแผ่นดินจีนที่นักประวัติศาสตร์ขนานนามว่า "การปกครองแห่งศักราชเจินกวน" (เจินกวนจือจื้อ---贞观之治)

       บุคคลสำคัญที่เราน่าจะรู้จักกันดีในยุคนี้ก็เห็นจะหนีไม่พ้น "พระถังซัมจั๋ง" (ความจริงเป็นหลวงจีนรูปหนึ่งชื่อเสวียนจั้ง มีความสำคัญมากในประวัติศาสตร์และพระพุทธศาสนาจีน) ในเรื่อง "ไซอิ๋วกี่" (หรือเราอาจรู้จักซุนหงอคง ตือโป๊ยก่าย ซัวเจ๋ง มากกว่า)

 

พระถังซัมจั๋ง
พระถังซัมจั๋ง

 

       ซิยิ่นกุ้ยจอมทัพคู่บัลลังก์, ซิติงซานพิชิตตะวันตก คือเรื่องราวในราชวงศ์นี้ (ซิติงซานเป็นตัวละครในวรรณกรรมเท่านั้น แต่ซิยิ่นกุ้ยมีตัวตนอยู่จริง)

       พระนางบูเช็กเทียนที่ช่วงชิงบัลลังก์จนขึ้นเป็นจักรพรรดินีพระองค์แรกในประวัติศาสตร์สถาปนาราชวงศ์ "โจว" ขึ้นช่วงสั้นๆ

 

A_Tang_Dynasty_Empress_Wu_Zetian
พระนางบูเช็กเทียน

 

       ตี๋เหรินเจี๋ยจอมดาบพายุทะลุคนไฟ (นำแสดงโดยหลิวเต๋อหัว) ก็เป็นเหตุการณ์ในช่วงนี้

       เหล่านักกวีที่คนเรียนภาษาจีนหนีไม่พ้นต้องท่องต้องจำ เช่น หลี่ไป๋, ตู้ฝู่, ไป๋จวี้อี้ ต่างก็เป็นบุคคลในยุคนี้

       คำว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอยคงใช้กับสถานการณ์พวกนี้ ความพินาศของราชวงศ์ถังเกิดจากความห่วยเห่ยของฮ่องเต้ การฉ้อราษฎร์บังหลวงของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และการครองอำนาจของขันที (ขันทีนี่ตัวแปรของประวัติศาสตร์จีนเลย ปลายยุคจิ๋นซีก็ทีนึง ต้นยุคสามก๊กก็ทีนึง คราวนี้ก็อีก) ทำให้เกิดกบฏ สุดท้ายจบลงด้วยการทำรัฐประหารโดย "จูเวิน" แม่ทัพในราชสำนักนั่นเอง และสถาปนาตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้คนใหม่ตามระเบียบ

       ส่วนกลางอ่อนแอควบคุมดูแลไม่ทั่วถึง หัวเมืองอื่นๆ ย่อมไม่ปล่อยโอกาส ใครที่มีศักยภาพเพียงพอก็ลุกขึ้นมาประกาศอิสรภาพกันทันที ทำให้แผ่นดินจีนที่เป็นปึกแผ่นมานานถึงกาลแตกแยกอีกครั้ง ซึ่งก็ยังแบ่งเป็นฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้เช่นกัน โดยครั้งนี้ฝ่ายเหนือมีห้ากลุ่ม ได้แก่ "โฮ่วเหลียง" "โฮ่วถัง" "โฮ่วจิ้น" "โฮ่วฮั่น" "โฮ่วโจว" ส่วนฝ่ายใต้แบ่งออกเป็นสิบอาณาจักร ได้แก่ "อู๋" "หนานถัง" "อู๋เย่ว์" "หมิ่น" "เป่ยฮั่น" "เฉียนสู่" "โฮ่วสู่" "จิงหนาน" "ฉู่" "หนานฮั่น" ซึ่งก็ต่างคนต่างอยู่ รบพุ่งกันบ้างตามแนวชายแดน นักประวัติศาสตร์เรียกไทม์ไลน์ช่วงนี้ว่ายุค "ห้าราชวงศ์ สิบอาณาจักร" (五代十国) (แทบจะเป็นการ Ctrl+c, Ctrl+v กับยุค "สิบหกแคว้น ห้าชนเผ่า" กันเลยทีเดียว)

       ชื่อของ 5+10 นี้ไม่ต้องไปจำก็ได้ แต่ให้รู้กันว่าระหว่างการเชื่อมต่อจาก "ถัง" ไปสู่ "ซ่ง" มีประวัติศาสตร์ช่วงนี้อยู่เป็นใช้ได้

       ภาพยนตร์จีนฟอร์มยักษ์ที่นำเสนอเรื่องราวในประวัติศาสตร์ช่วงนี้ก็มี

       ศึกโค่นบัลลังก์ทองคำ Curse of The Golden Flower (โจวเหวินฟะ, ก่งลี่, โจวเจี๋ยหลุน) เป็นเหตุการณ์ของราชวงศ์ "โฮ่วถัง" และสะท้านภพสยบบัลลังก์มังกร The Banquet (จางซิยี่, แดนเนียล วู, เกอโยว, โจวซวิ่น) ที่ดัดแปลงจากบทประพันธ์เรื่อง "แฮมเล็ต" ของเช็คสเปียร์

       ยุคสมัยห้าราชวงศ์สิบอาณาจักรจบลงที่แม่ทัพ "จ้าวควงยิ่น" (พระเจ้าซ่งไท่จู่) ก่อการปฏิวัติล้มราชวงศ์โฮ่วโจว ตั้งตนขึ้นเป็นฮ่องเต้สถาปนาราชวงศ์ซ่ง พร้อมกับทำสงครามรวบรวมแผ่นดินสำเร็จ แต่เนื่องจากในสมัยนั้นแผ่นดินจีนยังมีกลุ่มชนเผ่าที่ทรงอิทธิพลปกครองอยู่ด้วย กลุ่มที่ใหญ่ระดับราชวงศ์ได้แก่ "เหลียว" และ "ซีเซี่ย" รวมซ่งเข้าไปด้วยก็อยู่ในสภาพสามก๊กกลายๆ ต่อมาชนเผ่า "หนี่ว์เจิน" ตั้งประเทศตัวเองขึ้นมาชื่อ "จิน" รวม "หยวน" ซึ่งหมายถึงมองโกลเข้าไปอีกหนึ่ง นักประวัติศาสตร์จึงเรียกยุคที่ทุกฝ่ายต่างดำเนินไปบนไทม์ไลน์เดียวกันนี้ว่า ยุค "ซ่ง, เหลียว, เซี่ย, จิน, หยวน" เซี่ย (หรือซีเซี่ย) ต่อมาถูกยึดครองโดยมองโกล

       เหลียวก็คืออาณาจักรของชาว "ซีตัน" ("เฉียวฟง" แห่งแปดเทพอสูรมังกรฟ้า ตัวละครในนวนิยายกิมย้งก็มีชาติกำเนิดมาจากอาณาจักรเหลียว...อ้าถูกต้องเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคเริ่มต้นของนวนิยายกิมย้งกันแล้ว) ต่อมาถูก "จิน" ตีพ่าย

       จินถล่มเหลียวเสร็จก็หันมารุกซ่ง ซ่งถอยกรูดไม่เป็นท่า ซ้ำยังต้องย้ายราชธานีข้ามแม่น้ำลงใต้ ยกแผ่นดินตอนเหนือให้กับจินเพื่อแลกกับการสงบศึกฮ่องเต้สองพระองค์ถูกจับไปเป็นตัวประกัน

       ขุนศึกตระกูลหยาง วีรบุรุษชาวจีนที่ปกป้องดินแดนจากการรุกรานของแคว้นเหลียว

       บุคคลสำคัญในยุคนี้ ได้แก่ ท่านเปาบุ้นจิ้นแห่งศาลไคฟง

 

เปาบุ้นจิ้น
เปาบุ้นจิ้น

 

       จอมทัพงักฮุย วีรบุรุษชาวจีนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับแคว้นจิน ตำนาน "ปาท่องโก๋ หรือน้ำมันทอดผี" ก็เกิดขึ้นในยุคถัดมา (ซ่งใต้)

       ภายหลังการย้ายราชธานีจากทางเหนือเมืองไคฟงมาสู่ทางใต้เมืองหลินอานในประวัติศาสตร์จึงเรียกช่วงเวลานี้ว่า "ราชวงศ์ซ่งใต้" เรื่องราวของมังกรหยกสองภาค "จอมยุทธ์ล่าอินทรี" (ก๊วยเจ๋ง-อึ้งย้ง) และ "เอี้ยก่วยเจ้าอินทรี" (เอี้ยก่วย-ธิดามังกร) ดำเนินไปในยุคสมัยนี้

       ราชวงศ์ซ่งใต้ถึงกาลอวสาน เมื่อกองทัพอาชาอันยิ่งใหญ่ของมองโกลควบตะบึงมาถึง มองโกลที่แข็งแกร่งถึงขีดสุด ภายใต้การปกครองของเจงกิสข่าน หลังจากปราบซีเซี่ย ปราบจินจนวายวอด กุบไลข่านซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่สามต่อจากเจงกิสข่านก็กรีธาทัพมาถึงจีนและยึดครองประเทศจีนสำเร็จ ปิดตำนานราชวงศ์ซ่งสถาปนาราชวงศ์หยวน และย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่เมืองปักกิ่งนับแต่นั้น

 

เจงกิสข่าน
เจงกิสข่าน

 

       จะว่าไปแล้วนี่นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศจีน "เสียชาติ" จริงๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่ถูกต่างชาติตีหัวเข้าบ้าน (ที่ผ่านมาเป็นสงครามภายในทั้งนั้น) แต่โดยธรรมชาติของสงครามผู้รุกรานมักมาแล้วก็กอบโกยๆ แล้วก็ไป ทว่าประเทศจีนมีของดีเยอะเสียจนมองโกลเข้ามาแล้วไม่ไป และด้วยความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม สุดท้ายมองโกลนั่นแหละที่เป็นฝ่ายโดน "กลืนชาติ" จนกลายเป็นจีนไปเสียเอง เช่นเดียวกับชาวแมนจูเรียในสมัยราชวงศ์ชิงในอีกสี่ร้อยปีถัดมา

 

 

ขอบคุณภาพปก freddie marriage on Unsplash

ขอบคุณภาพปก 金金 陶 on Unsplash

ขอบคุณภาพพระถังซัมจั๋ง จาก http://palungjit.org/threads/ตามรอยพระถังซัมจั๋ง-xuan-zang-or-hieun-tsang.569712/

ขอบคุณภาพพระนางบูเช็กเทียน จาก https://th.wikipedia.org/wiki/บูเช็กเทียน

ขอบคุณภาพเปาบุ้นจิ้น จาก https://alchetron.com/Bao-Zheng-1050355-W

ขอบคุณภาพเจงกิสข่าน จาก https://th.wikipedia.org/wiki/เจงกิสข่าน